เจ้าของร้านอาหารสมุทรปราการลมแทบจับ ออมทรัพย์ในแบงค์ดังจู่ๆ เงินหาย 5 ล้าน

ข่าว
โดย ชาคริตส์ คงหาญ วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562
เจ้าของร้านอาหารสมุทรปราการลมแทบจับ ออมทรัพย์ในแบงค์ดังจู่ๆ เงินหาย 5 ล้าน

สร้างความตกใจให้กับลูกค้าธนาคารชื่อดังเป็นอย่างมาก เมื่อ นายเอกพัฒ อธิธนัทกุล อายุ 61 ปี เจ้าของร้านนายหมา ทะเลมีชีวิต ซึ่งเป็นร้านอาหารชื่อดังในสมุทรปราการ นำเอกสารซึ่งเป็นสมุดบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ประจวบ แขตสันเฑียะ สารวัตร (สอบสวน) สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ หลังจากเงินได้นำไปฝากธนาคารกว่า 5 ล้านบาท จู่ๆ กลับหายไปจากบัญชีและสมุดบัญชียังได้ถูกยกเลิกจนไม่สามารถทำธุรกรรมต่างๆ ได้

 

โดยนายเอกพัฒ เล่าว่า ก่อนหน้านี้เมื่อปลายปี 61 ตนได้นำเงินกว่า 5 ล้านบาท ไปฝากที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ย่านนิคมอุตสาหกรรมบางปู ระหว่างนั้นพนักงานธนาคารได้แนะนำตนว่าควรฝากเป็นประเภท 12 เดือน เพื่อที่จะได้ดอกเบี้ยมากว่าฝากแบบออมทรัพย์ธรรมดา ซึ่งตนคิดว่าบัญชีนี้ไม่ได้เบิกออกมาใช้จ่ายอยู่แล้วจึงได้ตอบตกลง และได้มีเงินจำนวนดังกล่าวเข้าไว้ในบัญชีตามขั้นตอนปติ หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบัญชีดังกล่าวอีกเลย


กระทั่งวั้นนี้ตนได้นำสมุดบัญชี 12 เดือนไปปรับเพื่อที่จะดูดอกเบี้ยที่ธนาคาร สาขาโลบินสันสมุทรปราการ เนื่องจากเวลาผ่านไปเกือบ 1 ปีแล้ว แต่ระหว่างนั้นสมุดบัญชีเงินฝากกลับไม่สามารถปรับสมุดได้ ตนจึงลองนำสมุดบัญชีอื่นซึ่งเป็นบัญชีเงินเงินค้ำประกันธุรกิจ ซึ่งได้เปิดไว้ที่เดียวกัน แต่ก็ไม่สามารถปรับสมุดได้เช่นกัน จึงได้เข้าไปสอบถามทางพนักงานธนาคาร ซึ่งพนักงานอธิบายว่าสมุดบัญชีทั้ง 2 เล่มถูกยกเลิกการใช้แล้ว โดยให้ตนไปติดต่อสาขาที่เปิดบัญชี

ต่อมาเมื่อตนเดินทางไปยังธนาคารสาขาที่ตนเปิดบัญชีไว้ พนักงานธนาคารจึงได้ตรวจสอบให้เบื้องต้น จึงพบว่า เงิน 5 ล้านบาท ที่ตนฝากในบัญชีประเภท 12 เดือนนั้น ได้ถูกย้ายออกไปใส่ไว้ในบัญชีที่ค้ำประกันธุรกิจ ซึ่งมีเงินในบัญชีกว่า 1 แสนบาท เป็นบัญชีที่ถูกยกเลิกเช่นกัน และเมื่อตรวจสอบพบว่าได้มีการทำบัญชีใหม่ขึ้นมาและเซ็นถอนเงินออกจากบัญชี 12 เดือน กว่า 2.5 ล้านบาท เมื่อตรวจสอบก็ไม่ใช่ลายเซ็นของตนแต่อย่างใด ทำให้เกิดความไม่สบายใจเพราะเงินอยู่ในธนาคารไม่มีความปลอดภัยแล้ว และก็ไม่ทราบว่ายังมีเงินเหลือในบัญชีทั้ง 2 อีกเท่าไหร่ หรืออาจจะหายไปหมดแล้ว จึงได้เดินทางมาแจ้งความกับตำรวจ

อย่างไรก็ตามตนตั้งข้อสังเกตว่าทำไมผู้ที่จงใจโยกย้ายเงินของตนถึงรู้ว่าตนมีบัญชีเงินฝากของธนาคารนี้ ในสาขาเดียวกันบัญชีอื่นอีก และเลือกใช้บัญชี 12 เดือน และบัญชีค้ำประกันธุรกิจที่ไม่มีการเคลื่อนไหว และตนก็ไม่อยากโทษเจ้าหน้าที่ธนาคารจึงเดินทางมาแจ้งความกับตำรวจ เพื่อให้ธนาคารออกมาชี้แจงและรับผิดชอบกับเงินของตนที่หายไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ให้ผู้เสียหายลงบันทึกประจำวันเอาไว้ก่อน และจะเชิญทางผู้จัดการของธนาคารมาสอบสวนหามูลเหตุ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ต่อไป


เรื่องที่เกี่ยวข้อง