เรื่องเล่าอัศจรรย์ เรียกตะปูขึ้นจากแม่น้ำ หลวงพ่อสด วัดหางน้ำสาคร

ศาสนา
โดย ศักดิ์ศรี บุญรังศรี วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2562
เรื่องเล่าอัศจรรย์ เรียกตะปูขึ้นจากแม่น้ำ หลวงพ่อสด วัดหางน้ำสาคร

หลวงพ่อสด ฐิตสัทโธ วัดหางน้ำสาคร ชัยนาท

พระครูวิจิตรชัยการ เดิมชื่อ สด นามสกุล สานวน เป็นบุตรนายสุข นางพันธ์ สานวน เกิดเมื่อวันพุธที่ ๑๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๕๖ ตรงกับขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ ปีฉลู ที่ตำบลหางน้ำสาคร หมู่ ๕ อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน๖ คน คือ ๑.พระครูวิจิตรชัยการ ( สด สานวน )๒.นางผง กันฉุน ๓.นายอ่อง สานวน ๔.นางเผียน คำเสียง ๕.นายทวี สานวน ๖.นางนกเล็ก งิ้วเรือง เมื่อยังเยาว์วัยมีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงนัก บิดามารดามีความรักมากเพราะเป็นบุตรชายคนแรก มีนิสัยว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อรั้น มีความมัธยัสถ์ และมีความขยัน ทำงาน พอมีวัยที่จะเรียนหนังสือได้บิดาได้นำมาฝากไว้กับอาจารย์สำเภา จันโภ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดหางน้ำสาครโดยให้เรียนเบื้องต้นของภาษาไทย และภาษาขอมสามารถอ่านออกเขียนได้จึงเข้าโรงเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดหางน้ำสาคร สำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ ๓ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๖๙

 

หลวงพ่อสด ฐิตสัทโธ

 

และเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๗๐ ได้เข้าบรรพชาเป็นสามเณรอยู่กับพระอาจารย์สำเภา เจ้าอาวาสวัดหางน้ำสาคร เรียนหนังสือภาษาขอม และปริยัติธรรมสูตรสนธิ และอื่นๆ อีก

ปีพุทธศักราช ๒๔๗๗ อายุ ๒๑ ปีบริบูรณ์ ได้เข้าอุปสมบท ณ วัดหางน้ำสาคร เป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เมื่อวันพุธที่ ๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๗๗ แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๖ พระครูสุนทรธรรมนิวิฐ เจ้าคณะอำเภอมโนรมย์ วัดศรีสิทธิการาม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระสมุห์ชื้น วัดอู่ตะเภา เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระมหาฉาย อังคโสภี วัดหางน้ำสาคร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาในทางพระพุทธศาสนาว่า"ฐิตสัทโธ" คือ ผู้มีศรัทธาเป็นที่ตั้ง

 

หลวงพ่อสด ฐิตสัทโธ

 

ด้วยท่านเป็นหลานและเหลนแท้ๆของอาจารย์ใหญ่แห่งเมืองสี่แควในพุทธศักราช ๒๔๗๗ ถึงพุทธศักราช ๒๔๗๙ ท่านจึงไปจำพรรษา ณ วัดหนองสีนวล อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อศึกษาวิชาสมถะกัมมัฏฐานกับหลวงพ่อรุ่ง และหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ได้ศึกษาเวทวิชาทางไสยศาสตร์ต่างๆ พร้อมกันกับหลวงพ่อโอด วัดจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ หลวงพ่อรุ่งให้หลวงพ่อโอด ( เรียกตามขั้นว่าหลาน ) ให้หลวงพ่อสด ( เรียกตามขั้นว่าเหลน ) หลวงพ่อสดมีสติปัญญาความจำเป็นเลิศจนกระทั่งหลวงพ่อรุ่งกล่าวต่อหน้าศิษย์ทั้งหลายว่า "ท่านสดแตกฉานดีนัก"เมื่อเรียนสำเร็จแล้วต่อมาหลวงปู่ของหลานทั้งสองได้ มรณภาพ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๘๔ อาจารย์สดก็ได้ร่ำเรียน ทางเวทมนต์จนจบ เมื่อจัดการพระราชทานเพลิงศพของหลวงปู่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

พุทธศักราช ๒๔๙๒ หลวงพ่อสดก็ได้เดินทางกลับมาอยู่วัดหางน้ำสาครตามเดิม ได้มาจัดการร่วมมือร่วมใจพร้อมกรรมการวัดถากถางสร้างวัดใหม่ที่ดงหลังบ้านหางน้ำสาคร ขนานนามว่าวัดป่าเรไร หางน้ำสาคร มีพระที่อยู่จำพรรษา ๓องค์ ด้วยกันคือ ๑.หลวงพ่อเอี่ยม๒.หลวงพ่อสด ๓.พระเทียน

 

หลวงพ่อสด ฐิตสัทโธ

 

ต่อมาปีพุทธศักราช ๒๔๙๑ ได้เริ่มสร้างโรงเรียนประชาบาล ขึ้นหนึ่งหลังและร่วมมือกับหลวงพ่อเอี่ยม สร้างสะพานข้ามแม่น้ำหน้าวัดหางน้ำสาคร สร้างสำเร็จภายใน ๓ ปี ขอย้อนหลังไปเมื่อสร้างสะพาน เข้าปีที่ ๒ ครั้งนั้นมีเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ช่างผู้มีฝีมือดี ตีตะปูกระเด็นกระดอนไม้ที่รองงานและรองนั่งเลื่อนโครมคราม ทำให้ตะปูทั้งกล่องล่วงตกลงไปในน้ำ คนงานเงียบเจ้าของงานคือ หลวงพ่อสดผู้เรืองวิชาศิษย์ของหลวงปู่รุ่ง ได้หยุดนิ่งไปชั่วขณะคนงานและภิกษุได้ทำงานรวมกันอยู่ต่างมองหน้าสบสายตากัน นึกอยู่ในใจตามๆ กันว่าทำไมหลวงพ่อสดจึงนิ่งเฉยไม่พูดอะไรเลย ประมาณ ๑ นาที แล้วหลวงพ่อพูดออกมาว่า เอ้ย...! พวกเราจะไปวิตกอะไรกันเดี๋ยวต้องใช้ตะปูรังนี้ให้หมดก่อน ยังไม่ต้องไปเอาใหม่ คนงานตอบหลวงพ่อสดว่ากล่องนี้ล่วงลงน้ำไปหมดแล้วนี่ครับ ไม่ไปเอามาใหม่จะเอาที่ไหนใช้เล่าครับ หลวงพ่อสดตอบว่าพวกเราอย่าเขลาซิ เดี๋ยวมันก็ลอยขึ้นมาเองหรอกน่า คนงานนิ่งกันทั้งหมดพอสักครู่หนึ่ง ตะปู ค้อน กล่องนั้นลอยขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์ พระภิกษุและคนงานตื่นเต้นกันยกใหญ่ โดดไปเอากล่องตะปู ที่ลอยขึ้นมาใช้งานต่อ อันนี้เป็นปฐมวิชาอาคมของ หลวงพ่อสด เป็นที่กล่าวขวัญของปวงประชาชนที่เลื่องลือว่าหลวงพ่อสด เสกตะปูลอยน้ำได้

 

หลวงพ่อสด ฐิตสัทโธ

 

ส่วนปฏิปทาปาฏิหาริย์ในองค์ท่านนั้นมากมายศิษย์ใกล้ชิดและคนในแถบพื้นที่ต่างยอมรับนับถือ แม้ในงานพิธีพุทธาภิเษกระดับประเทศก็มักจะปรากฏชื่อของหลวงพ่ออยู่ด้วยเสมอ มีอยู่คราวหนึ่งในงานเสกพระหลวงพ่อโมพิธีนั้นมีคณาจารย์เรืองเวทย์หลายท่าน เช่นหลวงพ่อแพ ลพ.กวย ลพ.จวน และลพ.สด เป็นต้นงานในครั้งนั้นกล่าวกันว่าสายสิญจน์ที่ใช้เสกพระคล้ายกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่ง

พุทธศักราช ๒๔๙๓ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดหางน้ำสาครและเป็นครูฝึกอบรมสั่งสอนปริยัติธรรมแผนกธรรมท่านได้สั่งสอนภิกษุและสามเณรด้วยตนเองอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย พุทธศักราช ๒๕๐๖ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูวิจิตรชัยการ

 


มาในระยะหลังนี้สุขภาพของท่านไม่ค่อยจะสมบูรณ์นัก ท่านมีโรคประจำตัว คือ โรคเบาหวาน ท่านให้นายแพทย์โรงพยาบาลประจำจังหวัดได้ถวายการพยาบาลรักษาด้วยดีตลอดมา แต่โรคนั้นก็มีแต่ทรงและภายหลังก็ทรุดลงอีก ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหลายครั้งหลายคราว ในครั้งสุดท้ายท่านหมดแรงสิ้นสติ และได้จากเราไป เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ ด้วยโรคเบาหวานด้วยอาการสงบนิ่ง ในเวลา ๒๓.๐๐น. เศษ ณ โรงพยาบาลประจำจังหวัดชัยนาท รวมสิริอายุ ๖๘ ปี )

 

หลวงพ่อสด ฐิตสัทโธ

 

ถึงแม้ท่านจะจากไปแต่อิทธิวัตถุมงคลของท่านยังแสดงกฤติยานุภาพให้เห็นอยู่เนือง คนพื้นที่จึงหวงแหนกันนักหนา คนพื้นที่ใกล้เคียงก็เริ่มเสาะหาของของท่านไว้ติดตัวไปตามๆกัน ท่านเป็นพระที่ทรงบารมีมากท่านหนึ่ง ด้วยว่างาช้างทั้งของหลวงพ่อเดิมและหลวงพ่อรุ่งก็ตกอยู่แก่ท่านจำนวนไม่น้อย วัตถุมงคลยุคต้นๆของท่าน ด้วยความเป็นผู้รู้รัตตัญญูในพระคุณครูบาอาจารย์ท่านจึงมักนำไปให้ครูบาอาจารย์ของท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกด้วยเสมอ สิ้นหลวงพ่อรุ่ง หลวงพ่อเดิมแล้ว ก็ยังมีหลวงพ่อพรหม ลพ.โอด ลพ.โอ สามท่านนี้จะได้รับความนับถือจากท่านมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหลวงพ่อโอด ซึ่งทั้งเป็นศิษย์ร่วมสำนักอาวุโสและรวมถึงเป็นครูบาอาจารย์ของท่านอีกท่านหนึ่งด้วย และด้วยระยะทางไม่ห่างกันมากนักจึงได้มักไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ หางน้ำสาครและหางน้ำหนองแขมจึงเป็นเสมือนหนึ่งบ้านพี่เมืองน้อง ด้วยความแน่นแฟ้นเช่นนั้นจึงได้สมญานามว่า สิงห์เหนือเสือใต้แห่งคุ้งอู่ตะเภา

 

หลวงพ่อสด ฐิตสัทโธ

 

ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ เจ้าของบทความ และที่มาเนื้อหาข้อมูลมา ณ ที่นี้

เว็บ พระเครื่องเมืองชัยนาท

http://sitluangporguay.com

เพื่อเผยแผ่กิตติคุณเป็นสังฆบูชา

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง