๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๒ คล้ายวันละสังขารของคุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ

ศาสนา
โดย ศักดิ์ศรี บุญรังศรี วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2562
๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๒ คล้ายวันละสังขารของคุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ

วันที่ ๑๘ มิถุนายน รำลึก ๒๘ ปี วันคล้ายวันละสังขารของคุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ "อริยสาวิกาผู้มีจิตเจียระไนดั่งแก้วใส" สาวิกาศิษย์ในองค์ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต , หลวงปู่กงมา จิรปุญฺโญ และ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

 

คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ สำนักปฏิบัติธรรมแม่ชีแก้ว บ้านห้วยทราย อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ชาติภูมิของท่านเป็นคนบ้านห้วยทรายโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๔ ณ บ้านห้วยทราย ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร เป็นบุตรของ ขุนธรรมรังสี (ซ้น เสียงล้ำ) กับนางด่อน เสียงล้ำ นามเดิมของท่านคือ นางตาไป่ เสียงล้ำ แต่งงานกับนายบุญมา เสียงล้ำ เมื่ออายุได้ ๑๗ ปี อยู่ด้วยกันมา ๑๙ ปี โดยไม่มีบุตรด้วยกัน

 

คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ

 

ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๖๐ ท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล กับพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต กับ พร้อมคณะอันมีพระอาจารย์ขาว อนาลโย พระอาจารย์ชอบ ฐานสโม พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระอาจารย์เทสก์ เทสรํงสี พร้อมพระภิกษุสามเณร ประมาณ ๖๐ - ๗๐ รูป ได้เดินธุดงค์มา พำนักที่บริเวณวัดหนองน่อง ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสำนักชีแห่งนี้ ห่างประมาณ ๑ กิโลเมตร หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้อบรมสั่งสอนญาติโยมในละแวกหมู่บ้านใกล้เคียง โดยแนะนำสั่งสอนให้นั่งภาวนาพุทโธและพิจารณาร่างกายของตนเอง ว่าไม่มีความเที่ยงแท้แน่นอน มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ตามสังขารด้วยกันทุกคน ท่านเป็นคนหนึ่งที่ได้ไปรับฟังคำสั่งสอนในครั้งนั้น (อายุได้ ๑๖ ปี) เผอิญในคืนนั้น เวลาประมาณ ๒๑.๐๐ น. ท่านได้บำเพ็ญภาวนาตามคำสอนของ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต จิตของท่านได้สงบเงียบไปเลยเป็นนิมิตเกิดขึ้นท่านเห็นตัวของท่านเองนอนตายได้นิมนต์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต และพระสงฆ์มาสวดมาติกา ตามนิมิตของท่าน จนกระทั่งเวลาประมาณ ๐๔.๐๐ น. ท่านตื่นจากนิมิต ใจพะวงว่าใครหนอจะนึ่งข้าวใส่บาตร ขณะนั้นใจของท่านอิ่มเอิบเป็นที่สุด

 

คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ

 

ในคราวต่อมาท่านพร้อมด้วยชาวบ้านได้เข้าไปฟังเทศนาจากหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต อีกพอได้โอกาสท่านได้เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นให้หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ฟัง หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้บอกว่าเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องแล้วในระดับเบื้องต้น ต่อมาท่านก็ได้ปฏิบัติมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งคณะของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้ลาญาติโยมเพื่อจะไปธุดงค์ในถิ่นอื่น ๆ ก่อนจากไปได้ปรารภกับคุณย่าว่า “หากเจ้าเป็นผู้ชาย เราจะให้บวชเณรและติดตามไปด้วย นี่เจ้าเป็นหญิง ไปด้วยก็ลำบาก และได้สั่งว่าให้หยุดภาวนาตั้งแต่นี้ต่อไป ให้ใช้กรรมไปตามประสาโลก ๆ”

 

หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้พยากรณ์ ต่อไปว่า อนาคตจะมีครูมีอาจารย์มาสั่งสอนเธฮเอง (นั่นก็คือ หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ซึ่งขณะที่หลวงปู่มั่นพยากรณ์นั้น องค์หลวงตา มีอายุเพียงแค่ ๔ ขวบ ส่วนคุณแม่แก้ว มีอายุ ๑๖ ปีแล้ว) ครูบาอาจารย์รุ่นหลัง ๆ ได้สันนิษฐานว่า ที่หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ให้หยุดภาวนานั้นเพราะเป็นจิตที่โลดโผน ถ้ามีผู้แนะนำที่ดี ก็จะไปได้ดี ถ้าไม่มีผู้แนะนำ อาจจะทำให้เสียคนไปก็ได้ จึงต้องมีครูบาอาจารย์ที่ถูกธรรมกัน คอยสั่งสอน

 

ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๖๑ ท่านได้แต่งงานอยู่กินกันมาจนถึงปี พ.ศ. ๒๔๘๐ ท่านได้ขออนุญาตกับสามีว่าต้องการจะบวช ฝ่ายสามีพยายามทัดทานอ้อนวอนหลายครั้ง หลายคราก็ไม่เป็นผลสำเร็จและในที่สุดความตั้งใจอันแน่วแน่ของท่านก็บรรลุผล ท่านได้เข้าบวชเป็นชีตามปรารถนา โดยมี พระอาจารย์คำพัน กันตสีโล เป็นอุปัชฌาย์ที่วัดหนองน่อง ต่อจากนั้นได้ติดตามพระอาจารย์คำพัน กันตสีโล ไปอยู่ที่วัดภูเกล้า (ห่างจากสำนักชีแห่งนี้ไปทางทิศใต้ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร) ท่านอยู่ที่ วัดภูเกล้ากับเพื่อนชีด้วยกัน ๔ คน กับพระอีก ๖ รูป

 

คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ

 

ท่านได้บำเพ็ญภาวานาอยู่ที่นั่นจนเกิดความรู้แปลก ๆ ต่าง ๆ หลายอย่างที่ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นมาก่อน ท่านอยู่ที่นั่นได้ ๘ ปี เผอิญในเวลาต่อมาพระอาจารย์คำพันได้ลาสิกขาบท ท่านกับคณะแม่ชีได้พากันกลับมาที่บ้านห้วยทรายและได้พูดกับญาติพี่น้องลูกหลานตั้งสำนักชีแห่งนี้ขึ้นใน ปี พ.ศ. ๒๔๘๘ และเป็นสำนักชีแห่งแรกที่ไม่มีพระภิกษุอาศัยอยู่ด้วยแต่แม่ชีก็ยังปฏิบัติธรรมอย่างเดียว ท่านได้ไปกราบหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ที่อำเภอ พรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เป็นครั้งคราวแล้วกลับมาจำพรรษาที่วัดนี้ตลอดเวลา ครั้ง พ.ศ. ๒๔๙๒ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้มรณะภาพที่ วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร ท่านพร้อมกับชาวบ้านได้พากันไปร่วมงานฌาปนกิจศพด้วย

 

พ.ศ. ๒๔๙๔ พระอาจารย์มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี ได้จาริกเดินธุดงค์มาถึงบ้านห้วยทราย และได้พาคณะพระภิกษุและสามเณรมาจำพรรษาที่ วัดป่า บ้านห้วยทราย แต่ตัวของพระอาจารย์มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน กับสามเณรอีก ๑ รูป ได้ขึ้นไป จำพรรษาที่ถ้ำนกแอ่น ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านห้วยทรายไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๒ กิโลเมตร ในช่วงที่จำพรรษานั้น ท่านคุณย่าขึ้นไปฟังเทศน์จากหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน เป็นครั้งคราว ท่านหลวงตาได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม บำเพ็ญเพียรภาวนา ทั้งหมดให้ท่านคุณย่าตลอดการจำพรรษาที่ วัดป่าบ้านห้วยทราย ตลอด ๔ พรรษา

 

คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ

 

ต่อมาหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ได้ปรารถถึงโยมมารดาที่บ้านตาด จังหวัดอุดรธานี ว่าท่านคุณย่าเป็นผู้ที่เหมาะสมที่จะอบรมถ่ายทอดความรู้อบรมธรรมะให้มารดาของท่านได้ เพราะเป็นหญิงด้วยกัน ต่อมาท่านคุณย่าพร้อมคณะอีก ๒ ท่านได้เดินไปจังหวัดอุดรธานีตามที่ พระอาจารย์มหาบัวต้องการ ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๘ แล้วท่านก็ได้บวชโยมมารดาของ ท่านหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน สมความตั้งใจของหลวงปู่จากนั้นหลวงปู่มหาบัวได้พาคณะสงฆ์และแม่ชีไปจำพรรษาที่ วัดสถานีทดลอง จังหวัดจันทบุรี เวลาได้ ๑ พรรษาโยมมารดาของ หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน อยากกลับภูมิลำเนาเดิม ซึ่งหลวงตาก็ได้อนุญาตและได้พาคณะกลับมาสร้าง วัดป่าบ้านตาด อันเป็นภูมิลำเนาเดิมในปี พ.ศ.๒๔๙๙ ท่านคุณย่าได้จำพรรษาอยู่ที่ วัดป่าบ้านตาดกับโยมมารดา หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๐ เมื่อเป็นเวลาอันสมควร ท่านคุณย่าได้กราบลาหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน กลับภูมิลำเนาเดิมที่บ้านห้วยทรายและได้บำเพ็ญเพียร ภาวนา อบรม สั่งสอนชาวบ้านตลอดมาและมีสานุศิษย์อย่างกว้างขวางทั้งใกล้และไกลด้วยความเลื่อมใสศรัทธา

 


ครั้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ ท่านคุณย่าได้ป่วยด้วยโรคประจำตัว และมีคุณหมอเจริญและคุณหมอบุญเลี่ยม วัฒนสุชาติ จากกรุงเทพฯ ได้นำคุณย่าไปรักษาที่โรงพยาบาลพร้อมมิตร กรุงเทพฯ ระยะหนึ่ง อาการของคุณย่าหายเป็นปกติจึงได้กลับบ้านห้วยทราย

 

คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ

 

ต่อมากอาการป่วยของท่านคุณย่าก็มีเป็นครั้งคราวได้มี คุณหมอเพ็ญศรี มกรานนท์ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กรุงเทพฯ ได้ขึ้นมากราบ หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน และกราบคุณย่าเป็นครั้งคราว เห็นว่าท่านคุณย่าสมควรได้รับการดูแลและรักษาอย่างใกล้ชิด พร้อมนี้คุณหมอเพ็ญศรี ท่านก็ต้องการปฏิบัติธรรมด้วยจึงได้ลาออกจากราชการมาดูแลและเฝ้ารักษาท่านคุณย่า จนถึงวาระสุดท้าย นับเป็นเวลา ๑๔ ปี

 

จนกระทั่ง วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๓๔ เวลา ๐๙.๒๕ น. ท่านก็ได้จากไปด้วยอาการอย่างสงบ สิริอายุรวมได้ ๙๐ ปี และรวมเวลาที่บวชชีเป็นเวลา ๕๔ พรรษา

 

คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ

 

ตลอดเวลา ๕๔ พรรษาที่ท่านได้อยู่ในการบวชเป็นชีนั้น ท่านคุณย่าของเราได้บำเพ็ญเพียรภาวนา ปฏิบัติธรรม โดยสม่ำเสมอตลอดมา มิได้เคยประพฤติผิดในครองชีเพศเลย ด้วยอานิสงส์แห่งการบำเพ็ญเพียร ภาวนา ปฏิบัติธรรมอันแน่วแน่ของท่านคุณย่านี้ ทำให้ท่านคุณย่าของเราได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากสาธุชนโดยทั่วไปเป็นจำนวนมากได้มาให้ความเคารพกราบไหว้มิได้ขาดสาย บัดนี้ท่านคุณย่าได้จากเราไปแล้ว คงเหลือแต่คุณงามความดี และแนวปฏิบัติที่ท่านเพียรพยายามทำไว้ให้เป็นอนุสรณ์แก่พุทธศาสนิกชนสืบไป

 

“..ขอให้ลูกของแม่ ถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นแนวทางดำเนินเดินดุ่มข้างหน้า อย่าห่วงหลังแลคอยภพน้อยภพใหม่อันพาไหลพาหลง ขอให้พากันตรงเดินแต่ต่อต้าน อย่าได้เกียจคร้านขดคู้อยู่แต่บ่อนนอน ให้เฝ้าสอนจิตตนค้นหาแต่ใจของเราผู้เดียวแค่นี้..” โอวาทธรรมคำสอน คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ "อริยสาวิกาผู้มีจิตเป็นดั่งแก้ว"

 

ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ เจ้าของบทความ และที่มาเนื้อหาข้อมูล

ท่องถิ่นธรรม พระกัมมัฏฐาน

เพื่อเผยแผ่เป็นธรรมทาน

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง