คาถากันเคราะห์ร้ายกันศัตรู พ่อท่านทอง วัดหลักห้า

ศาสนา
โดย ศักดิ์ศรี บุญรังศรี วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2562
คาถากันเคราะห์ร้ายกันศัตรู พ่อท่านทอง วัดหลักห้า

คาถากันเคราะห์ร้ายกันศัตรู
พ่อท่านทอง วัดหลักห้า เมืองยะลา

 

นะโมตัสสะ 
นะกัน โมกัน พุทกัน ธากัน ยะกัน 
กันนะ กันนา กันนิ กันนี กันนึ กันนือ กันนุ กันนู กันเน กันเนย นะกันกันนะ

ใช้ภาวนาเสกตัวเอง กันตัว กันสรรพอันตราย กันอำนาจอภิญญาสายดำ เอามือปิดกระหม่อม แล้วเสกตัวเสกใจด้วยความศรัทธา ไม่มีใครทำอะไรได้เลย ผู้ใช้คาถานี้จะต้องตักบาตรให้ครูหมอดู ครูโหร ครูหมอคาถา ครูเฒ่า ครูเทวดา ครูหมอตายาย ทุกวันพระ มิฉะนั้นใช้คาถาไม่ขลังเลย

 

พ่อพ่อท่านทอง วัดหลักห้า

 

พ่อท่านทอง วัดหลักห้า

 

ประวัติ พระครูมงคลวรสิทธิ พ่อท่านทอง ถิรจิตโต

อดีตเจ้าอาวาสวัดหลักห้า อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

ศิษย์สายสำนักเขาอ้อ

 

หลังอุปสมบท ท่านไปอยู่จำพรรษาที่วัดหลักห้า ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา วัดที่ท่านสร้างขึ้นมาเองบนที่ดินของท่านเองตั้งแต่เป็นผู้ใหญ่บ้าน ด้วย พร้อมทบทวนวิทยาคมและเรียนพระปริยัติธรรม มุมานะ ศึกษาเล่าเรียนจนสามารถสอบได้

ท่านยังให้ความสนใจด้านวิทยาคม เป็นศิษย์สำนักเขาอ้อร่ำเรียนจากตำราเก่าแก่ที่สมัยนั้นพระสงฆ์ภาคใต้นิยมศึกษา และยังศึกษาวิชาสมาธิกรรมฐานกับพ่อท่านวัดป่าศรี ปัตตานี พ่อท่านแดง วัดหลักห้า พ่อท่านดำวัดหลักห้า (สองรูปนี้ท่านได้นิมนต์มาให้เป็นเจ้าอาวาสวัดหลักห้า รูปที่สามและรูปที่สี)อาจารย์ชุม ไชยคีรี คุณแม่บุญสืบ ไชยคีรี รวมถึงไปขอฝากตัวเป็นศิษย์พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ หลวงพ่อสดวัดปากน้ำภาษีเจริญ กทม.

 

พ่อท่านทอง วัดหลักห้า

 

ในช่วงเวลาว่าง ท่านมักเดินทางไปสนทนาธรรมแลกเปลี่ยนวิชากับเจ้าคุณพ่อท่านฉิ้นวัดเมืองยะลาและพ่อท่านแสงวัดบ้านตรัง ปัตตานี (เครือญาติ)

ในปี พ.ศ.2501 พ่อท่านทองจึงได้สร้างวัดหลักห้า ขึ้นบนที่ดินของท่าน ในขณะที่เป็นผู้ใหญ่บ้านหลักห้า พร้อมทั้งรับตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อครั้งอุปสมบทรอบสอง ชาวบ้านแถบนั้นเกิดความศรัทธาเลื่อมใส ได้ช่วยกันสร้างกุฏิไม้ เพื่อใช้เป็นที่เจริญสมณธรรม

 

พ่อท่านทอง วัดหลักห้า

 

จากเริ่มแรกวัดหลักห้า ยะลา มีเพียงกุฏิไม้หลังเดียว ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ได้รับการพัฒนาขึ้น เพียบพร้อมด้วยเสนาสนะ อุโบสถ, ศาลาการเปรียญ, หมู่กุฏิสงฆ์, เมรุ ฯลฯ

ด้วยความเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เคร่งครัดพระธรรมวินัย และมีคาถาขลัง ทำให้ชื่อเสียงของท่านเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว

 


ในแต่ละวันมีผู้เลื่อมใสศรัทธา เดินทางมากราบนมัสการ รับฟังธรรม ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ไม่ขาดสาย

สำหรับปัจจัยที่ได้จากการบริจาคศรัทธาก็นำมาพัฒนาวัด สร้างสาธารณู ปโภค สาธารณูปการ รวมทั้งบริจาคสาธารณกุศลช่วยชุมชน

ท่านปรารภเสมอว่า ทรัพย์สินเงินทองไม่มีความจำเป็นต่อสมณเพศ เพราะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยศรัทธาของญาติโยม

 

พ่อท่านทอง วัดหลักห้า

 

ส่วนหลักธรรมที่ท่านพร่ำสอนญาติโยมมาโดยตลอด คือ การรักษาศีล 5 ให้มุ่งทำดีละชั่วแล้วชีวิตจะพานพบแต่สิ่งดีๆ

เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างสมถะ เรียบง่าย มักจะพร่ำสอนญาติโยมที่เข้ามากราบไหว้เสมอๆ ว่า

"คนเราจะมีความสุขสงบในสังคมได้ ต้องถือศีล 5 เพราะทำให้สังคมสงบสุข ปิดกั้นภัยเวรต่างๆ ได้ แต่ที่พวกเรารู้สึกว่าทำได้ยากหรือขัดกับชีวิตประจำวัน เพราะจิตใจของเราเป็นสำคัญ"

กล่าวขวัญกันว่า พ่อท่านทองเก็บตัวเงียบมานาน แต่คน ยะลา รู้จักดี ด้วยความที่มีชาวบ้านให้ความเลื่อมใสศรัทธาเป็นจำนวนมาก จึงได้สร้างวัตถุมงคลเอาไว้หลายรุ่น ทั้งเหรียญพระ พระผง รูปหล่อ พระกริ่ง ฯลฯ เพื่อมอบให้ผู้ที่ร่วมทำบุญสร้างโบสถ์และเสนาสนะภายในวัด

 

พ่อท่านทอง วัดหลักห้า

 

ปัจจุบันวัตถุมงคลของท่านที่ได้รับความนิยมในหมู่ลูกศิษย์ลูกหาและนักสะสม โดยเฉพาะ "พระผงพระเจ้าห้าพระองค์" ซึ่งสร้างจากตำราเขาอ้อโบราณ จากนั้นก็ลองทำออกมาหลายรุ่น ทั้งตะกรุด สีผึ้ง ผ้ายันต์ และปลุกเสกด้วยคาถาที่ระบุไว้ในตำรา

ชื่อเสียงของท่านโด่งดัง เป็นที่กล่าวขวัญในหมู่ศิษย์ชาวเมืองยะลาเป็นยิ่งนัก

เกียรติคุณบารมี รวมทั้งพุทธาคมอันศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ทำให้ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ ที่มีบารมีทางกระแสจิตแก่กล้า ระดับแนวหน้าของจังหวัดยะลาอีกรูปหนึ่ง

ท่านมรณภาพเมื่ออายุ108ปี หลังจากเข้าสมาธิอดอาหารถึง32วัน ในวันที่25พฤษภาคม 2551

 

 

ขอขอบคุณท่านเจ้าของภาพ เจ้าของบทความ และที่มาเนื้อหาข้อมูล 

พุทธาคม ปาฏิหาริย์อำนาจบุญ อริยะเหนือโลก

เพื่อเผยแผ่เป็นธรรมทาน

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง