ตำนาน เพลงลาวดวงเดือน จากเจ้าชายสยาม ถึง เจ้าหญิงล้านนา

ประวัติศาสตร์
โดย เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2562
ตำนาน เพลงลาวดวงเดือน จากเจ้าชายสยาม ถึง เจ้าหญิงล้านนา

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม ซึ่งเป็นพระราชโอรสในพระพุทธเจ้าหลวง ซึ่งเป็นเจ้าชายที่อาภัพรัก เป็นผู้นิพนธ์เพลง ลาวดวงเดือน ที่คุ้นหูคนไทยมาจนถึงทุกวันนี้ เพลงลาวดวงเดือน เป็นเพลงไทยเดิมเพลงหนึ่งที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวไทย ทรงพระนิพนธ์โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม (พระนามเดิม พระองค์เจ้าชายเพ็ญพัฒนพงศ์) พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติเมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๔๒๕

 

 

พระองค์ทรงสนพระทัยดนตรีไทย โปรดให้มีวงปี่พาทย์วงหนึ่ง เรียกกันว่า "วงพระองค์เพ็ญ" พระองค์ยังทรงเล่นดนตรีได้หลายชนิด และทรงเป็นนักแต่งเพลงที่สามารถ เมื่อครั้งเสด็จกลับจากประเทศอังกฤษ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดมได้เสด็จไปนครเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๖ ทรงชอบพอกับ เจ้าหญิงชมชื่น ณ เชียงใหม่ พระธิดาใน เจ้าราชสัมพันธวงศ์ ธรรมลังกา ณ เชียงใหม่, เจ้าราชสัมพันธวงศ์นครเชียงใหม่ กับ เจ้าหญิงคำย่น (ณ ลำพูน) ณ เชียงใหม่ ได้โปรดให้ข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพเป็นเฒ่าแก่เจรจาสู่ขอ แต่ได้รับการทัดทาน ไม่มีโอกาสที่จะได้สมรสกัน ทำให้พระองค์โศกเศร้ามาก และได้ทรงพระนิพนธ์เพลงลาวดำเนินเกวียน (หรือ ลาวดวงเดือน) ขึ้น เมื่อใดที่ทรงระลึกถึง เจ้าหญิงชมชื่น ก็จะทรงดนตรีเพลงนี้มาตลอดพระชนมชีพ

 

ประวัติของเพลงลาวดวงเดือน มีอยู่ว่า เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๖ พระองค์เจ้าชายเพ็ญพัฒนพงศ์ จบการศึกษาจากประเทศอังกฤษมาใหม่ๆ เสด็จไปเที่ยวนครเชียงใหม่ สมัยนั้นพระยานริศราชกิจเป็นข้าหลวงใหญ่อยู่มณฑลพายัพได้ทำการต้อนรับขับสู้อย่างสมพระเกียรติ โดย เจ้าหลวงอินทวโรรสสุริยะวงศ์เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ได้จัดการต้อนรับด้วย การรับประทานอาหารในคุ้มและมีการแสดงละครให้ชมในงานนี้พ่อเจ้าอินทวโรรสกับ เจ้าแม่ทิพยเนตร ได้เชิญชวนเจ้าพี่เจ้าน้องมารับเสด็จและทำการต้อนรับด้วย เจ้าราชสัมพันธวงศ์(ธรรมลังกา) กับเจ้าหญิงคำย่น พร้อมด้วยธิดาคนโต มีนามว่า "เจ้าหญิงชมชื่น" อายุย่างเข้า ๑๖ ปี กล่าวกันว่าเจ้าหญิงชมชื่นมีผิวพรรณผุดผ่องนวลใย ใบหน้าอิ่มเอิบ แก้มเป็นสีชมพู ผิวขาวดุจงาช้าง

 

 

 

พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ เจ้าชายหนุ่มอายุ ๒๑ ปี สนพระทัยในดรุณีแน่งน้อยอายุ ๑๖ ปี นี้มาก กล่าวกันว่าพระองค์ถึงกับทรงตะลึงแบบชายหนุ่มพบรักครั้งแรก งานคืนนั้นสิ้นสุดลงด้วยบรรยากาศละเมียดละไมไปด้วยความจงรัก ในวันต่อมาพระยานริศราชกิจเป็นผู้นำพระองค์ไปเยี่ยมเจ้าราชสัมพันธวงศ์ถึงคุ้มหน้าวังบ้านปิง เจ้าหญิงชมชื่นได้มีโอกาสต้อนรับหลายครั้งหลายหน นานวันเข้าพระองค์ชายก็ให้พระยานริศราชกิจเป็นเถ้าแก่ไปเจรจาสู่ขอเจ้าหญิงชมชื่นให้เป็นหม่อมของพระองค์ชาย แต่เจ้าสัมพันธวงศ์ขอให้เจ้าหญิงชมชื่นอายุ ๑๘ ปีเสียก่อนและตามขนบธรรมเนียมประเพณีนั้น พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ใดจะทำการเสกสมรส จะต้องได้รับพระบรมราชานุญาตเสียก่อนเพื่อได้รับเป็นสะใภ้หลวงหากถวายเจ้าหญิงชมชื่นให้ตอนนี้ เจ้าหญิงก็จะตกอยู่ในฐานะนางบำเรอเท่านั้น

ถ้าพระองค์ชายทรงเบื่อหน่ายทอดทิ้งแล้ว จะเอาอะไรเป็นหลักประกัน เถ้าแก่ข้าหลวงใหญ่จำนนต่อเหตุผล พระองค์ชายเสด็จกลับกรุงเทพฯ เมื่อถึงกรุงเทพฯ เรื่องการจะสู่ขอเจ้าหญิงเมืองเหนือได้รับการทัดทานอย่างหนักหน่วง หมดหวังโดยทุกประการ คราใดสายลมเหนือพัดมาจากเชียงใหม่ พระองค์ชายก็รันทดใจยิ่งขึ้น

 

 


ต่อมาครั้งหนึ่งในระหว่างทางที่เสด็จมณฑลอีสานได้ทรงหยุดประทับแรมบรรทมในเกวียน บรรยากาศในยามค่ำคืนอันเงียบเหงา ทำให้พระองค์ทรงนึกถึงความรักที่มีต่อเจ้าชมชื่น จึงได้ทรงนิพนธ์เพลงถึงนางอันเป็นที่รักเพื่อสะท้อนความรักความคิดถึงรวมถึงความไม่สมหวังในรักโดยทรงดัดแปลงและนำท่วงท่าทำนองเพลง "ลาวดำเนินทราย" ของพระยาประสานดุริยศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์) ซึ่งเป็นเพลงสำเนียงลาว และตั้งชื่อเพลงว่า "ลาวดำเนินเกวียน" เพลงนี้ได้รับความนิยมมาก หลังจากที่ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์สิ้นพระชนม์ (โดยมีพระชันษาเพียง ๒๘ ปี)

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ ภาพเก่าเล่าประวัติ สุวรรณภูมิ (https://www.facebook.com/PhaphKeaLeaPrawatiSuwrrnphumi )

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง