ลางสังหรณ์ สมเด็จพระพันวัสสา วันที่ในหลวงรัชกาลที่ 8 เสด็จสวรรคต

ประวัติศาสตร์
โดย เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2562
ลางสังหรณ์ สมเด็จพระพันวัสสา วันที่ในหลวงรัชกาลที่ 8 เสด็จสวรรคต

วันที่ 9 มิถุนายน วันคล้ายวันเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ซึ่งการเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 8 ทรงนำความเศร้าโศกมายังคนไทยทั่วทั้งแผ่นดิน รวมไปถึงสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเป็นอย่างมาก

 

 

พระองค์เสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2478 ขณะที่มีพระชนมายุเพียง 9 พรรษา และประทับที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดังนั้น จึงมีการแต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพื่อทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินจนกว่าพระองค์จะทรงบรรลุนิติภาวะ

พระองค์เสด็จนิวัตพระนครครั้งแรกภายหลังทรงราชย์เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2488 แต่ก่อนกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินกลับไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพียง 4 วัน พระองค์ก็ได้เสด็จสวรรคตด้วยทรงต้องพระแสงปืนเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ณ ห้องพระบรรทม พระที่นั่งบรมพิมาน ภายในพระบรมมหาราชวัง รวมระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติทั้งสิ้น 12 ปี

 

 

อย่างไรก็ตามความสุขที่สุดที่พอจะทำให้ทรงมีรอยสรวลได้ในฐานะของ สมเด็จย่า พระองค์หนึ่งก็คือการได้รับจดหมายจากพระสุนิสา ผู้ทรงพำนักอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์คือสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ที่ทรงเขียนบอกเล่าเรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆเกี่ยวกับ พระราชนัดดา ทั้ง 3 พระองค์ให้ทรงรับทราบอยู่เสมอมิได้ขาดและในบางครั้ง จดหมายที่ส่งมาจากแดนไกลก็มีลายพระหัตถ์โย้เย้อันเปี่ยมด้วยความรักและคิดถึง ของพระราชนัดดาทั้งสามพระองค์แนบมาถึงสมเด็จย่า ให้ได้ทรงยิ้มทั้งน้ำตา ด้วยความซาบซึ้งในพระหฤทัย

 

 

กระทั่งสงครามสิ้นสุดลง สมเด็จพระสุนิสา คือสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ได้พาพระราชนัดดาในพระองค์ท่านทั้ง ๓3 พระองค์เสด็จฯ นิวัตประเทศไทยเป็นครั้งแรก

 

 

(นับจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 เสด็จขึ้นครองราชย์) เมื่อปีพ.ศ. 2481 ในครั้งนั้นจึงเป็นวาระอันพิเศษยิ่งที่เหล่าข้าราชบริพารมีโอกาสได้เห็นรอยพระสรวลแห่งความสุขของสมเด็จฯพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าอีกครั้ง

 


แต่ก็นับเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ที่แสนสั้นก่อนที่ ความทุกข์จะย้อนกลับมาเยือนสมเด็จย่า อีกครั้งในอีก 8 ปีต่อมา และอาจนับเป็นความวิปโยคครั้งสุดท้ายในพระชนม์ชีพของพระองค์ก็ว่าได้ นั่นคือการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เมื่อปีพ.ศ. 2489 ซึ่งขณะนั้นสมเด็จฯพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงมีพระชนมายุ 84 พรรษา

 

 

อย่างไรก็ตามมีข้อมูลบางแหล่งระบุว่าในวันที่ พระบรมราชนัดดา ของพระองค์ท่านคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 เสด็จสวรรคตนั้นไม่มีผู้ใดกล้ากราบบังคมทูลพระองค์ท่านให้ทรงทราบถึงเหตุดังกล่าวกระทั่งในวันเชิญพระบรมศพลงพระโกศนั้นพระองค์ท่านได้เสด็จฯออกมาทางระเบียงและตรัสขึ้นมาว่า

วันนี้เป็นอะไรฟ้าเศร้าจริงนกสักตัวกาสักตัวก็ไม่มาร้องเศร้าเหลือเกินนี่ทำไมมันเงียบเชียบไปหมดอย่างนี้ล่ะ

 

พระดำรัสดังกล่าวสร้างความเศร้าสะเทือนใจแก่เหล่าข้าราชบริพารที่เฝ้าฯ ถวายงานอยู่ ณ ที่นั้นเป็นอันมากบางคนถึงกับต้องหลบออกมาร้องไห้ เพราะเกรงจะเป็นพิรุธให้พระองค์ทรงทราบถึงเหตุการณ์วิปโยคที่เกิดขึ้น และด้วยไม่มีผู้ใดกล้ากราบบังคมทูลนี้เองสมเด็จฯพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าจึงทรงรำลึกอยู่เสมอว่าทรง มีหลานชาย 2 คน

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  : "70ปี รักแท้ของในหลวงและพระราชินี" โดย "สุวิสุทธิ์"

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง