ครั้งเมื่อ รัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดให้วัดอารามหลวง ตกแต่งเรือสวยงามเข้าประกวด

ประวัติศาสตร์
โดย เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ วันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2562
ครั้งเมื่อ รัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดให้วัดอารามหลวง ตกแต่งเรือสวยงามเข้าประกวด

สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พฺรหฺมรํสี หรือนามที่นิยมเรียก สมเด็จโต หลวงปู่โต หรือ สมเด็จวัดระฆัง เป็นพระภิกษุมหานิกาย เป็นพระมหาเถระรูปสำคัญที่ได้รับความนิยมนับถืออย่างมากในประเทศไทย ท่านเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารในสมัยรัชกาลที่ ๔-๕

 

       
 

สมเด็จพระพุฒาจารย์โต  นับเป็นพระเกจิเถราจารย์ผู้มีปฏิปทาจริยาวัตรน่าเลื่อมใส เป็นที่เคารพนับถือทั่วไปมาตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงสามัญชน และนอกจากจริยาวัตรด้านความสมถะอันโดดเด่นของท่านแล้ว ท่านยังทรงคุณทางด้านวิชชาคาถาอาคม เมตตามหานิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุมงคล พระสมเด็จ ที่ท่านได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา 

 


ด้วยจริยาวัตรอารมณ์ขันและเป็นกันเองของท่าน ก็มีเรื่องเล่าถึงอารมณ์ขันของสมเด็จโตว่า ในหน้าน้ำหลากปีหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงมีพระราชดำริให้บรรดาพระอารามหลวงต่างๆ ตกแต่งเรือให้สวยงามนำเข้าประกวดกัน เลียนแบบครั้งกรุงศรีอยุธยา ครั้นถึงวันประกวด ท่านเสด็จประทับอยู่ที่ตำหนักแพที่ท่าราชวรดิษฐ์ มีเรือตกแต่งสวยงามผ่านมาหลายลำ แต่แล้วมีเรือของวัดหนึ่ง เป็นเรือสำปั้นเก่าๆ ไม่ได้ตกแต่ง มีเณรพายอยู่ ๒ องค์ แถมตรงกลางลำเรือผูกลิงไว้ตัวหนึ่ง มีป้ายปักไว้ชัดเจนตรงกลางลำเรือว่า ขายหน้าเอาผ้ารอด

 

 

เมื่อรัชกาลที่ ๔ ทรงทราบว่าเป็นเรือของวัดระฆัง พระองค์ทรงนิ่งอึ้งแล้วตรัสว่า เขาไม่เล่นกับเรา หลังจากปีนั้นมาก็ไม่มีการตกแต่งเรือประกวดจากพระอารามหลวงต่างๆ อีกเลย

 

 


ต่อมาก็มีผู้สงสัยไต่ถามสมเด็จโตกันมากว่า เคยได้ยินแต่ ขายผ้าเอาหน้ารอด ไฉนท่านจึงใช้ ขายหน้าเอาผ้ารอด ท่านอธิบายว่า ปกติภิกษุตามวัดล้วนแต่ไม่มีทรัพย์สิน มีเพียงจีวรและบาตรเท่านั้น จะเอาเงินที่ไหนไปตกแต่งเรือ ถ้าจะเอากันจริงก็ต้องขายผ้า (ไตร) เอาเงินมาแต่งเรือ เข้าทำนองขายผ้าเอาหน้ารอด แต่ทว่า วัดระฆังยอมขายหน้าเอาผ้ารอดไว้ก่อนดีกว่า เพราะผ้าไตรเป็นของสำคัญสำหรับภิกษุทุกรูป ด้วยปฏิปทาจริยาวัตรและคุณวิเศษอัศจรรย์ของท่าน ทำให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยเคารพนับถือว่าท่านเป็นอมตะเถราจารย์รูปหนึ่งของเมืองไทย และมีผู้นับถือจำนวนมากในปัจจุบัน

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ อภินิหาร ตำนาน พระเกจิฯ

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง