หมดปัญหา พัดลมไม่หมุน หมุนช้า อย่าเพิ่งทิ้ง ซ่อมเองได้ ใช้งบแค่ 20 บาท

บ้านและสวน
โดย อำมฤทธิ์ สุระสังข์ วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
หมดปัญหา พัดลมไม่หมุน หมุนช้า อย่าเพิ่งทิ้ง ซ่อมเองได้ ใช้งบแค่ 20 บาท

เรียกได้ว่าหน้าร้อนแบบนี้พัดลมขาดไม่ได้เลยโดยเฉพาะบ้านไหนไม่ติดแอร์พัดลมจะเป็นตัวช่วยให้ความเย็นชั้นดีมากทีเดียว แต่มันก็มีเวลาที่เสีย เสื่อมสภาพได้เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าพัดลมทุกตัวจะหมุนได้ปกติตลอดไป มันก็มีบ้างที่จะต้องหมุนช้าลง บ้างก็อาจจะไม่หมุนเลย บางคนถึงกับโยนพัดลมลงถังขยะเลย ตแบอกเลยว่ามันสามารถซ่อมได้โดยไม่ต้องเปลืองเงินซื้อใหม่เลยด้วย วันนี้เรามีวิธีซ่อมพัดลมเองในงบ 20 บาท โดยคุณ Control.A สมาชิกในเว็บบอร์ดพันทิปมาฝากกัน 

 

สำหรับซ่อมพัดลมไม่หมุนหรือหมุนช้าได้ด้วยตนเอง กับงบเพียง 20 บาท สามารถทำได้โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินซื้อพัดลมใหม่ ถ้าซ่อมได้ก็ซ่อมจะดีกว่า โดยคุณ Control.A ที่ได้ตั้งกระทู้รีวิวแนะนำการซ่อมพัดลมให้ทุกคนได้ทำตามกันแบบง่าย ๆ เนื้อหาของกระทู้มีดังนี้ 

 

ช่วงนี้อากาศร้อนมากๆ ทำไมพัดลมมันหมุนช้าจังอ่ะ เพิ่งสังเกตได้ก็ตอนอากาศร้อนจัดๆ นี่แหละครับ เมื่อก่อนหน้าฝน หน้าหนาวแทบไม่ค่อยสนใจ นั่งถึงก็กดเปิดพัดลมเอาแค่ลมเบาๆ ก็พอ แต่พออากาศร้อนจัดๆ เพิ่งจะมาสังเกตุว่าพัดลมเราหมุนช้ามากๆ ที่บ้านพัดลมตั้งโต๊ะที่บ้าน ซื้อมา 4 ปีแล้ว มีอาการหมุนช้ามากๆ กดไปเบอร์ 3 แล้วยังหมุนเหมือนเบอร์ 1 อยู่เลย แกะมาทำความสะอาดก็แล้ว ตรวจเช็คแกนหมุนก็ปกติไม่ได้ฝืดอะไร เป็นเจ้าตัวนี้ครับ ยี่ห้อ MIRA พัดลมอิเล็กทรอนิกส์

 

 

อาการเสียที่ว่าเกิดจากตัว Capacitor ที่ทำงานร่วมกับ Motor ของพัดลมครับ Capacitor หรือที่เรียกว่า ตัว C หรือบางคนเรียกตัว CAP ครับ จริงๆ อาการพัดลมหมุนช้า ไม่หมุน โดยมากเกิดได้จาก 2 สาเหตุ ก็คือ Motor เสีย และตัว Capacitor ค่ามันเสื่อมหรือเสียนั่นแหละครับ ซึ่งโอกาสที่จะเสียมากที่สุดก็เป็นเจ้าตัว C นี่แหละครับ
ส่วนอาการอื่นๆ ที่อาจจะเกิดตัว C เสียได้อีกก็คือ พัดลมไม่หมุน หรือ ต้อง Start ด้วยมือก่อนถึงจะทำงาน หรือ ทำงานไปซักพักก็ค่อยๆ หยุด จับตัว C เปลี่ยนได้เลยเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรจะตรวจเช็คดูก่อนนะครับว่าแกนหมุนไม่ได้ฝืดมาก อันนั้นเกิดจากไม่ค่อยได้ถอดมาล้างทำความสะอาด เป่า ปัด ฝุ่นบริเวณมอเตอร์เลย ซึ่งควรทำเป็นประจำครับ 2-3 เดือนซักครั้งนึงหากเราใช้งานทุกวัน

 


เครื่องมือที่ใช้

– ไขควงแฉก

– คีมตัดหรือ Cutter ก็ได้

– หัวแร้ง

– ตะกั่วบัดกลี

– ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือตัว C หรือตัว CAP นั่นแหละครับ

– ส่วน Meter วัดไฟจะมีหรือไม่มีก็ได้ครับ ไม่ค่อยจำเป็นผมเอามาเช็คเพื่อให้เห็นว่าตัวที่เสียเกิดจากตัว C

 

 

ตัว C ราคา 20 บาท ซื้อได้ที่ร้านอมร หากใครมีโอกาสไปเดินบ้านหม้อก็อาจจะหาได้ในราคา 10-15 บาท หรือร้านที่ขายอะหลั่ยเครื่องใช้ไฟฟ้า แล้วแต่สะดวกครับ ส่วนจะรู้ได้อย่างไรว่าใช้ค่าแบบไหนสำหรับตัวที่เราจะซ่อม ก็ต้องถอดร์อพัดลมมาดูก่อนครับ ซึ่งโดยทั่วๆ ไป (เกือบทุกยี่ห้อทุกรุ่น) ก็จะใช้ค่า 1.5uF (Micro Farad) 400V แต่เพื่อชัวร์ก็ควรจะถอดรื้อดูก่อนครับ หรือเอาตัวอย่างไปถามที่ร้านขายได้เลย บอกคนขายว่า C พัดลม

 

 

ขั้นตอนแรกก็ถอด ๆๆ ครับ ก่อนที่จะถอดอย่าลืมดึงปลั๊กก่อนนะครับ อันนี้สำคัญมากๆ

ทุกยี่ห้อของพัดลมเจ้าตัว C จะอยู่ติดกับ Motor ครับ เพราะหากลากสายยาวไป สายที่เพิ่มขึ้นก็อาจจะทำให้ค่า C เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ เพราะฉะนั้นบริษัทผู้ผลิตก็จะเอาไว้ติดกับ Motor ครับ โดยจะมีน๊อต 2 ตัว ต้องถอดน๊อตตัวบนก่อน จากนั้นก็ถอดตัวที่ท้ายครับ หลังจากนั้นก็จะได้หน้าตาแบบนี้ครับ ตัว C ก็คือที่ลูกศรชี้ไว้นั่นแหละครับ ขันน๊อตตัดสายออกมาได้เลย ไม่มีขั้วครับ ตอนต่อกลับต่อยังไงก็ได้

 

 

เอามาตรวจวัดให้ดูครับ ค่าที่ได้ของตัวนี้คือ 0.444 uF ซึ่งค่าปกติจะเป็น 1.5 uF เสียแน่นอน ซึ่งถ้าค่าน้อยกว่านี้อาจจะทำให้พัดลมไม่หมุนเลยก็ได้ ค่าที่โชว์ในรูปคือ 444.2 nF (Nano Farad) ซึ่งก็เท่ากับ 0.4442 uF (Micro Farad) ซึ่งก็คล้ายๆ กับ 1000 มิลลิกรัม เท่ากับ 1 ครับ 1000 เท่ากับ 1 กิโลกรัม นั่นแหละครับ ซึ่งจริงๆ ค่าพวกนี้มันแบ่งย่อยได้ลงไปอีก มิลลิ —> ไมโคร —> นาโน —> พิโก้ ใครเรียนมาทางสายวิทย์อาจจะคุ้นเคย

 

 

มาดูพระเอกของเราครับ ค่าที่วัดได้คือ 1.543 uF ครับ จากนั้นก็ปอกสายไฟตรงปลายเพื่อพัดกลีครับ ต้องระมัดระวังไม่ไปทำให้ส่วนอื่นๆ ของพัดลมเสียหายนะครับ เพราะขดลวด motor จะเล็กมากๆ ขาดเอาได้ง่าย จริงๆ ขั้นตอนนี้ใครไม่มี หัว แ ร้ ง ตะกั่ว ก็สามารถใช้วิธีการพันสายไฟได้ครับ เพียงแต่ต้องพันเข้ากันให้แน่นหนาที่สุด และหลังจากนั้นต้องพันด้วยเทปพันสายไฟอีกครั้ง อันนี้จำเป็นมากๆ นะครับไม่งั้นไฟช๊ดตเอาได้

 

 

เสร็จแล้วก็จัดเก็บตำแหน่งครับ ขัดน๊อตยึดตัว C หรือหากตัวใหม่ที่ซื้อมาไม่มีขาสำหรับยึดน๊อต เหมือนที่ผมซื้อมาก็ใช้กาวสองหน้าได้ครับ จากนั้นก็ใส่ฝาครอบคืนตำแหน่ง ใส่ขาที่สำหรับดึงให้พัดลมส่าย คืนตำแหน่งครับ จากนั้นเป็นอันเรียบร้อยครับ ซ่อมพัดลมด้วยงบประมาณ 20 บาท หากยกไปหาช่างก็ประมาณ 100-150 บาท สำหรับใครที่เปลี่ยนตัว C ไปแล้วพัดลมยังไม่หมุน (ส่วนคนที่หมุนช้านี่กลับมาปกติแน่นอน) อาการเสียเป็นที่ Motor ค่อนข้างแน่ (ควรแกะฝาล่างดูว่าสายไฟขาดหรือเปล่าก่อนนะ ต้องระมัดระวังหน่อยนะครับ) อาการ Motor เสียค่าซ่อมประมาณ 200-300 บาท ซึ่งดูเหมือนจะไม่ค่อยคุ้มสำหรับคนที่มีพัดลมตัวเล็ก ๆ ราคา 300-500 บาท ลองซ่อมดูได้ครับ สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องพัดลม อากาศร้อนๆ ได้รับลมเย็นๆ จะได้ใจเย็นๆ อารมณ์ดีๆ กันครับ

 

 

จากคำแนะนำอย่างดีของคุณ Control.A นี้ก็ทำให้หลายบ้านประหยัดงบในการซื้อพัดลมลงไปได้ เราก็ได้ความเย็นแบบเร็ว ๆ แบบเดิมกลับมาด้วยเงินเพียง 20 บาท เท่านั้นเอง เมื่อรู้แบบนี้แล้วก็อย่าเพิ่งใจร้อนทิ้งพัดลมตัวเก่าที่มันหมุนช้าไปนะ หรืออย่าเพิ่งตัดสินใจเร็วซื้อตัวใหม่มาแทนเอาเงินตรงนั้นไปทำอย่างอื่นได้ตั้งเยอะ ส่วนพัดลมนั้นลองซ่อมดูสิแล้วคุณจะรู้สึกว่ามันคุ้มกว่าซื้อใหม่เยอะเลย

 

ขอขอบคุณข้อมูล : สมาชิก Control.A เว็ปไซต์พันทิป
 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง