พระคาถารดน้ำมนต์ธรณีสาร หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม

ศาสนา
โดย ศักดิ์ศรี บุญรังศรี วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
พระคาถารดน้ำมนต์ธรณีสาร หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม

พระคาถารดน้ำมนต์ธรณีสาร

พระเดชพระคุณหลวงพ่อกวย ชุตินธโร วัดโฆสิตาราม (วัดบ้านแค) ต.บางขุด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท

 

ตัวกูผู้ชื่อองค์การ จะลงมาทำน้ำมนทอระณีสาร เบิกป่าหินมะพาน เบิกพระคงคา เบิกพระธรณี เบิกบานประตูคุดคู้ขุดบ่อ ฝังท่อขุนสระ ปั้นรูปพระสะหรักหนังฝังผีตายโหงและผีตายพราย ไม้สีสุกและสีไผ่กลับต้นกลับปลาย ไปตะวันตกมะแมงมุมตีอก หนูกุกในเรือนเรียกเพื่อนมาพร้อมกันเสาลังนั่งเรียงที่ เกาะที่เอียงตะเพียงน้ำขัง ผึ้งต่อจับเรือนทำรวงรัง ไม้หักไม่ผังทับที่ทับแดน ตะกวดและเหี้ยเลื้อยขึ้นบ้าน ข้าวสารงอกในตาออกมาเป็นใบสิงสู่สิงสัตว์ เข้าไข่ใต้ฟูกใต้หมอน วัวควายเขาหักเขาคลอนเขาชอนสะหรัก ดูเขาวัวควายชอบกล คนนอนกรนและนอนคราง ม้อร้องเป็นเสียงค้อง เรือล้องเป็นเสียงช้าง กล้อย ออกปลีข้างๆ ผีไห้ผีหัวตัวสั่นเทาๆ สำริดทองขาวแตกราวกระจาย หัวแหวนละลาย เขี้ยวงูพิการ คนหวีผมกลางคืน หมาในไร่เห่าไร่ขม ปรุกเรือนร้อมทรัพย์ทับที่ทับแดนแค้วนเดียวกัน แม่เป็ดฟักไข่ แม่ไก่สอนขัน ผีหลอกีหลอน ผีตีเกราะเคาะไม้ หมาจิ้งจอก หมาในเที่ยวเห่าขม มงคลเกษา อะระหัง วันทามิ สัพพะโส อะระหัง วันทามิ ทะติโย

 

หลวงพ่อกวย ชุตินธโร

 

ใช้ทำน้ำมนต์รดบ้านใหม่ โรงเรือนที่ปลูกใหม่ เพราะอาจจะไปปลูกเรือนทับตอ ทับคนที่ตายไปแล้ว ฝังเอาไว้ ต้นกล้วยออกปลีกลางต้น ไก่ตัวเมียขัน ไก่ตัวผู้ฟักไข่ นกแร้งมาจับหลังคา ตัวเงินตัวทองเข้าบ้าน เวลาจะทำน้ำมนต์ธรณีสารต้องว่าคาถาประจุน้ำก่อน ก่อนจะตักน้ำมาทำน้ำมนต์ทุกครั้ง 3 จบ แล้วชุมนุมเทวดาก่อนจึงทำน้ำมนต์

 

คาถาประจุก่อนทำน้ำมนต์

อิมังอุธุกัง เอหิพาวัง ปะจะทะรามิ

ก่อนจะทำน้ำมนต์ธรณีสารนี้ให้จุดธูปเทียนระลึกถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อกวย ชุตินธโร เสียก่อนจึงทำประสิทธิ์นักแล

 

น้ำมนต์ธรณีสาร

 

"หลวงพ่อกวย ชุตินธโร" อดีตเจ้าอาวาสวัดโฆสิตาราม (วัดบ้านแค) ต.บางขุด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท เป็นพระเกจิอาจารย์เรืองวิทยาคมรุ่นเก่าอีกรูปหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วภาคกลาง

ชาติภูมิ หลวงพ่อกวย เดิมชื่อ กวย ปั้นสน เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2448 ณ หมู่บ้าน บ้านแค หมู่ 9 ต.บางขุด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายตุ้ย และนางต่วน เดชมา ท่านเป็นบุตรคนสุดท้องของบิดามารดา

ในช่วงวัยเยาว์มารดาได้นำมาฝากไว้กับหลวงปู่ขวด ณ วัดบ้านแค เพื่อให้เรียนหนังสือ

 

หลวงพ่อกวย ชุตินธโร

 

ครั้นเมื่อครบอายุบวช ได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2467 ณ วัดโบสถ์ ต.โพธิ์งาม อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท โดยมี พระชัยนาทมุนี เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อปา วัดโบสถ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ เเละ พระอาจารย์หริ่ง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ชุตินธโร

เมื่ออุปสมบทได้มาอยู่จำพรรษาที่วัดบ้านแค ตอนนั้นหลวงปู่มา เป็นเจ้าอาวาสอยู่ พระกวยหัดเทศน์เวสสันดรชาดก หลังจากนั้นได้ไปเรียนวิชาแพทย์โบราณกับหมอเขียน เพื่อเรียนวิชารักษาโรคระบาด หรือโรคห่าเเละโรคไข้ทรพิษ

 

หลวงพ่อกวย ชุตินธโร

 

พ.ศ.2472 ได้เดินทางไปเรียนวิชาวิปัสสนากัมมัฏฐานและวิทยาคม ตลอดจนวิธีทำเครื่องรางของขลังกับ หลวงพ่อศรี วิริยโสภิต แห่งวัดพระปรางค์ จ.สิงห์บุรี

พ.ศ.2477 ท่านได้มาจำพรรษาที่วัดหนองแขม ต.ดงคอน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท เพื่อเรียนแพทย์แผนโบราณต่อกับโยมป่วน บ้านหนองแขม และเรียนแพทย์แผนโบราณต่อกับหมอใย บ้านบางน้ำพระ

ในขณะที่พักจำพรรษาที่วัดหนองแขม ได้มีพระภิกษุชื่อ แจ่ม เดินทางท่องเที่ยว ไปพบตำราเป็นสมุดข่อยอยู่ในโพรงไม้ แต่เอามาไม่ได้ เพราะตำรานั้นมีอาถรรพณ์แรงมาก จึงได้มาชักชวนพระกวยให้ไปดู ปรากฏว่ามีตำราอยู่โพรงไม้จริง มีรอยคนเอาพวงมาลัยดอกไม้ ธูปเทียนมาบูชาใต้โคนไม้

พระภิกษุกวยจึงได้จุดธูปบอกเล่าและอธิษฐานว่า "ถ้าหากว่าท่านจะให้ตำรานี้ให้ข้าพเจ้าเอาไปเก็บรักษาไว้ ข้าพเจ้าจะนำเอาตำรานี้ไปทำประโยชน์แก่วัดและช่วยเหลือประชาชนเท่านั้น" ก่อนอัญเชิญตำรานั้นมาเก็บไว้

ครั้งหนึ่ง ท่านได้ไปจำพรรษาที่วัดบางตาหงาย อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ได้มาเรียนวิชากับหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ได้เรียนวิชาทำแหวนแขน, ตะกรุด, มีดหมอ และอื่นๆ ศิษย์ร่วมรุ่นของหลวงพ่อที่เป็นที่รู้จักกัน คือ หลวงปู่พิมพา วัดหนองตางู อ.บรรพตพิสัย

 


ต่อมา เมื่อช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง หลวงพ่อกลับมาอยู่วัดบ้านแค หลวงพ่อได้สักให้ศิษย์ มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ขนาดสักกันทั้งกลางวันกลางคืน

ในช่วงนั้น ข้าวยากหมากเเพง โจรร้ายเต็มบ้านเมือง โดยเฉพาะเเถบภาคกลางตอนล่าง นครสวรรค์ ชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี เป็นเเหล่งกบดานของโจรเสือร้ายหลายกลุ่ม ชาวบ้านเเคได้อาศัยบารมีหลวงพ่อกวย เพื่อคุ้มครองครอบครัวเเละทรัพย์สินของมีค่าต่างๆ ก็จะเอามาฝากหลวงพ่อที่วัด

 

หลวงพ่อกวย ชุตินธโร

 

จากคำบอกเล่าของคนเก่าแก่ที่บ้านเเค เล่าว่า พวกโจรเสือไม่มีใครกล้ามาลองดีกับหลวงพ่อกวย มีอยู่รายหนึ่งเป็นเสือมาจากอ่างทอง พาสมุนล้อมวัดบ้านเเคตอนกลางคืน เห็นว่าวัวควายของชาวบ้านที่ลานวัดมีเยอะมาก เเต่ก็โดนตะพดหลวงพ่อจนต้องรีบพาสมุนกลับเเละก็ไม่มาเเถวบ้านเเคอีกเลย เขาว่าในสมัยนั้น เมื่อโจรเสือเดินผ่านวัดหลวงพ่อ ต้องยิงปืนถวายทุกครั้ง

หลวงพ่อกวย ไม่ชอบการก่อสร้าง ชอบความเป็นอยู่สมถะ แม้กุฏิของหลวงพ่อก็เป็นไม้ทรงไทยโบราณ แต่การก่อสร้างนั้นหลวงพ่อยกหน้าที่ให้กรรมการวัด แม้การก่อสร้างก็ให้กรรมการวัดและชาวบ้านทำ ดังนั้น วัดบ้านแค จึงมีแต่กุฏิเก่าๆ

 

หลวงพ่อกวย ชุตินธโร

 

ลำดับสมณศักดิ์ วันที่ 5 ธันวาคม 2511 หลวงพ่อกวยได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นประทวน

ก่อนหน้านี้ ในปี พ.ศ.2521 หลวงพ่อกวย ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพญาไท หมอได้วินิจฉัยโรคว่าเป็นโรคขาดอาหารมาเป็นเวลา 30 ปี แพทย์ได้ให้สารอาหารประเภทโปรตีนกับหลวงพ่อ เป็นเวลาถึง 1 เดือน ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย อยู่โรงพยาบาลได้ไม่นาน ท่านก็กลับวัด เมื่อกลับวัดหลวงพ่อก็ยังได้ฉันอาหารเพียงวันละ 1 ครั้ง เช่นเดิม อีกทั้งยังคงคร่ำเคร่งในการสร้างและปลุกเสกวัตถุมงคล

หลวงพ่อกวย มรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2522 สิริอายุ 74 พรรษา 54

ปัจจุบัน วัดโฆสิตาราม เเละบรรดาศิษย์หลวงพ่อกวย ได้ยึดถือเอาวันที่ 12 เมษายนของทุกปี เป็นวันทำบุญประจำปี เพื่ออุทิศและรำลึกถึงหลวงพ่อกวย

 

 

ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ เจ้าของบทความ และที่มาเนื้อหาข้อมูล

http://www.rittamahawed.com

https://www.web-pra.com

เพื่อเผยแผ่เป็นธรรมทาน

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง