รำลึกเหตุการณ์วันสิ้นพระชนม์ ของ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

ประวัติศาสตร์
โดย เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
รำลึกเหตุการณ์วันสิ้นพระชนม์ ของ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

เนื่องในวันที่ 19 พฤษภาคม เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ "กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์" เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า  "กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์"  ท่านเป็นชายชาตรี  ใช้ชีวิตกลางแจ้งเพื่อศึกษาชีวิตของราษฎรตามหัวเมืองต่างๆ และที่สำคัญท่านชื่นชอบพุทธเวท ไสยเวท  เป็นอย่างมาก

 

 

ท่านเป็นพระราชโอรสของพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงเป็นผู้วางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ทรงได้รับการเชิดชูในหมู่ทหารเรือเรียกขานพระองค์ว่า "เสด็จเตี่ย" หรือ "หมอพร" และ "พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย" ต่อมาในปี 2536 มีประกาศกองทัพเรือขนานพระนามพระองค์ว่า "พระบิดาของกองทัพเรือไทย" และในปี 2544 แก้ไขเป็น "องค์บิดาของทหารเรือไทย"

 

 

ย้อนไปเหตุการณ์ในวันที่เสด็จในกรม สิ้นพระชนม์ พ่อหลิม หรือ เสือไท เล่าว่าตนเองเป็นมหาดเล็กปลุกบรรทม มีหน้าที่ดูแลเรื่องเครื่องบรรทม และคอยปลุกเสด็จในกรมฯ ตามที่ทรงรับสั่ง หน้าที่นี้เองทำให้เขาเป็นมหาดเล็กใกล้ชิดและอยู่ในเหตุการณ์ในวันสิ้นพระชนม์

 

มหาดเล็กหลิม ได้เล่าเหตุการณ์ในวันที่ต้องสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ด้วยข้อมูลที่แตกต่างไปจากที่มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ในตอนสายวันที่ 19 พฤษภาคม 2466 เป็นช่วงเวลาที่เสด็จไปพักผ่อนในที่ประทับที่สร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย ที่หาดทรายรี จังหวัดชุมพร ทรงประทับรักษาพระองค์จากไข้หวัดใหญ่ เสด็จในกรมฯ ทรงมีรับสั่งให้คนใกล้ชิดเข้าเฝ้าทีละคน หลังจากประทานปืนยาวให้เขาโดยทรงสำทับว่า อย่านำไปฆ่าคน ให้เป็นที่ระลึกแล้ว ทรงรับสั่งให้นำธูปและดอกไม้มาถวายเพื่อจะไหว้พระ ซึ่งทรงปฏิบัติเป็นประจำทุกวัน ทรงรับสั่งว่า สิบเอ็ดโมงวันนี้ไม่ต้องเข้าไปปลุก ตามปกติในระหว่างประชวร จะทรงตื่นบรรทมมาเสวยพระโอสถในช่วงนี้

 

 

 

 

เวลาผ่านไปราว 3 ชั่วโมง ในห้องบรรทมเงียบจนได้ยินเสียงสวดมนต์ดังออกมาเบาๆ แล้วเงียบหายไปพักใหญ่ จึงเห็นควันธูปลอยออกมาตามช่องลมและพระแกลมากจนผิดสังเกต มีใครคนหนึ่งสั่งให้เปิดประตูเข้าไปดูพระองค์ แล้วภาพที่เห็นก็คือ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงค์กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย เสด็จในกรมฯ และ เจ้าพ่อของลูกหลานไทยทุกคน ได้สิ้นพระชนม์อย่างสงบ ในพระอิริยาบถบรรทมตะแคงพระองค์สิ้นพระชนม์ในขณะที่พระหัตถ์ยังทรงพนมธูปและดอกไม้อยู่

 


ซึ่งก่อนหน้าในปีพ.ศ. 2466 พระองค์ทรงดำรงตำแหน่ง เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ต่อจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงดำรงตำแหน่งได้ไม่นานก็ได้กราบบังคมลาออกจากราชการ เพื่อพักผ่อนรักษาพระองค์ที่จังหวัดชุมพร ทรงถูกฝนประชวรเป็นพระโรคหวัดใหญ่ สิ้นพระชนม์ที่ ตำบลทรายรี ในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 สิริพระชนมายุได้ 43 พรรษา กองทัพเรือไทยถือเอาวันที่ 19 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เป็น "วันอาภากร"

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เรื่องเล่าชาวสยาม

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง