พระตำหนักคอมป์ตัน เฮ้าส์ ที่ประทับสุดท้ายของ ในหลวงรัชกาลที่ 7

ประวัติศาสตร์
โดย เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
พระตำหนักคอมป์ตัน เฮ้าส์ ที่ประทับสุดท้ายของ ในหลวงรัชกาลที่ 7

เป็นที่ทราบกันดีว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 หลังจากที่พระองค์ทรงสละราชสมบัติแล้ว พระองค์ยังคงประทับอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ แต่พระองค์ทรงพระประชวรอยู่เนือง ๆ โดยพระองค์ทรงประทับอยู่ที่พระตำหนัก​คอมป์ตั้น​ (Compton House)​ ณ​ เมืองเวอร์จิเนีย​วอร์เตอร์​ เซอร์รีย์ สหราชอาณาจักร​ และสถานที่แห่งนี้เป็น​สถานที่​สวรรคต​ของ​ พระบาทสมเด็จ​พระปกเกล้า​เจ้า​อยู่​หัว​รัชกาล​ที่​ 7​ ในวันที่​ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 ด้วย

 

 

พระตำหนัก​คอมป์ตั้น​หรือ​บ้าน​คอมป์ตั้น​ ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่​ของตระกูล​ Wentworth​ โดยนักพัฒนา​อสังหาริมทรัพย์​ขึ้นชื่อยุค​นั้น​คือ​ Walter George Tarrant ภายใต้​บริษัท​ W.G Tarrant ที่ขึ้นชื่อในการพัฒนา​บ้านและตึก​ใน​บริเวณ​เซอร์​รีย์​ เดิมเป็นบ้านของตระกูล​ Wentworth และได้​กลาย​มา​เป็น​พระตำหนัก​สุดท้าย​ของ​พระบาทสมเด็จ​พระปกเกล้าเจ้า​อยู่​หัว​ระหว่าง​ปี​ พ.ศ​ 2481-2484

 

 

มีการต่อเติมสระน้ำและขยายส่วนครัว​เพิ่ม​จากเดิม​ บ้านหลังนี้มีความแปลกคือ​ถนนหลักเข้าไมถึง​เป็น​ถนนกรวดยาวเข้าไป​สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้​อยู่​อาศัย บ้านหลังนี้อยู่ในทะเบียน​ Historic House ของอังกฤษและอยู่​ใน​ความ​ครอบครอง​ของ​เอกชน​ เพิ่งประมูล​ขาย​ไป​ใน​ราคา​ 3.8​ ล้านปอนด์เมื่อเดือนมกราคม​ที่ผ่านมา ​(ไม่ทราบ​ผู้ซื้อ)​

 

 


เนื่องจากสถานการณ์​เศรษฐกิจ​ราคา​ของ​อสังหาริมทรัพย์​ในอังกฤษ​กำลังตกอย่างหนัก​ทำให้แต่เดิม​พระตำหนักซึ่งมีมูล​ค่า​อยู่​ที่​เกือบ​ 6 ล้านปอนด์​ราคา​ตก​ลง​มา​ทั้งๆที่​เมือง​เวอร์​จิเนีย​วอ​ร์เตอร์​ถือ​เป็น​เมือง​ที่​มีอสังหาริมทรัพย์​แพง​ที่​สุด​ของ​อังกฤษ​โดย​มูลค่า​เฉลี่ย​อยู่​ที่​ 1 ล้านปอนด์

 

 

​เมืองนี้จะมีบ้านลักษณะ​นี้​เยอะค่ะ​เพราะเป็นโครงการ​ใหญ่ที่สร้างมากว่าร้อยปีได้โดยมี​การพัฒนา​ไว้​เป็น​เขตบ้าน​คนรวย​และมี​สนามกอล์ฟ​ในตำนาน Wentworth​ Club​ เป็นที่อยู่​ของ​สำนักงาน PGA ในยุโรป​ ซึ่งตอนนี้​เจ้าของก็คือ​บริษัท​ Reignwood Group ของเจ้าสัว​ชาญชัย​ รวยรุ่งเรือง​ หรือ​เหยียน ปิน​ ผู้ริเริ่มจัดจำหน่ายกระทิงแดงใน​เสินเจิ้นและเป็นเศรษฐ​ีที่รวยติดอันดับท๊อป​ 30​ ของจีนนั่นเอง

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ เศรษฐศาสตร์เหนือกาลเวลา

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง