ครั้งเมื่อ กรมหลวงชุมพร แสดงปาฏิหาริย์ต่อ ร.6 เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนสิ้นพระชนม์

ประวัติศาสตร์
โดย ปิยะนัย เกตุทอง วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
ครั้งเมื่อ กรมหลวงชุมพร แสดงปาฏิหาริย์ต่อ ร.6 เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนสิ้นพระชนม์

 

          เรื่องลี้ลับในวังหลวงนั้นมีมาตั้งแต่สมัยไหน ก็ไม่ทราบได้ แต่ "ผี" เป็นคําที่ปรากฏอยู่ในพจนานุกรมทางความคิดของคนไทยมาช้านาน ก่อนที่ชาติไทยเราจะมี ลายสือไทย ใช้กันเสียอีก ดังความที่ปรากฏในหลักศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ ๑ ด้านที่ ๓ ว่า

"...เบื้องหัวนอนเมืองสุโขทัยนี้ มีกุฎีพิหาร ปู่ครูอยู่ มีสรดีภงส มีป่าพร้าวป่าลาง มีป่าม่วง ป่าขาม มีน้ำโคก มีพระขพุงผีเทพดาในเขาอันนั้น เป็นใหญ่กว่าทุกผีในเมืองนี้..."

 

 

(สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ)

 

        เรื่องผีในวังหลวงนี้ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงเล่าให้หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิสกุล ฟังว่า ในสมัยที่พระองค์ท่านยังเป็นนายทหารประจำอยู่ในพระบรมมหาราชวัง เห็นมีคนเข้าออกประตูวังเนืองแน่น ก็ทรงคิดทดสอบความรู้โดยจดชื่อบุคคล ๔ คน คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ,สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ,เอกสารเสียหาย (คุ้นว่า หมอบรัดเลย์) และท้ายที่สุดคือผีแม่นาคแห่งทุ่งพระโขนง ปรากฏชื่อคนตายเป็นที่รู้จักกันมากกว่าชื่อของพระ และคนเป็นเสียอีก

 

 

(พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖)

 

        ในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าฯ เป็นช่วงเวลาที่สภาพลึกลับปรากฎเป็นรูปธรรมมากที่สุด ด้วยหลายเรื่องมีความเกี่ยวข้องกับพระเจ้าอยู่หัวโดยตรง เช่น เรื่องท้าวหิรัญพนาสูรหรือท้าวหิรัญฮู และเรื่องวันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๘ เมื่อ "...จมื่นฤทธิ์รณจักร ขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายบังคมลาไปปรโลก..." เข้าเฝ้าฯ ทั้งที่เสียชีวิตไปแล้ว รัชกาลที่ ๖ ถึงกับออกพระโอษฐ์ว่า "...จมื่นฤทธิ์รณจักร แกรักฉัน อุตส่าห์นำวิญญาณในเครื่องแบบเต็มยศมาลาฉัน..." การนั้นจึงทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อการศพตั้งแต่ต้นจนจบ

 

 

( พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์)

 

        พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ก็เป็นพระบรมวงศานุวงศ์ร่วมสมัยอีกผู้หนึ่งที่ทําให้เรื่องเร้นลับถูกเปิดกว้างมากขึ้น ขุนตำรวจเอก พระมหาเทพกษัตรสมุห (เนื่อง สาคริก) อดีตเจ้ากรมพระตำรวจในซ้าย กรมพระตำรวจหลวงรักษาพระองค์ ผู้ที่ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทในรัชกาลที่ ๖ เป็นหนึ่งในผู้ที่รู้ซึ้งเรื่องเจ้ากับผีได้มากกว่าใคร ซึ่งศาสตราจารย์ ระพี สาคริก ผู้เป็นทายาทได้เล่าว่า เมื่อครั้งที่คุณพระฯ มาถวายตัวเป็นมหาดเล็ก ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ ได้มีพระราชดำรัสถาม "...ผีมีจริงหรือเปล่า..." ถึงสองครั้ง

         มีเรื่องเล่าว่าวันหนึ่งขณะพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระอักษร คุณพระฯ นั่งเฝ้าฯ อยู่ไม่ห่าง แล้วจู่ๆ ล้นเกล้าฯ ก็ทรงเปล่งพระสุรเสียงขึ้นมาเหมือนตกพระทัย พอวันรุ่งขึ้นมีดอกไม้ธูปเทียนพร้อมหนังสือกราบบังคมทูลลาของกรมหลวงชุมพรฯ มาถวาย ก็มีรับสั่งว่า

"รู้แล้ว.." 

         เรื่องนี้ ไม่มีผู้ใดทราบล่างหน้ามาก่อน แล้วความทราบถึงฝ่าละอองธุลีพระบาทได้อย่างไร บ้างก็ว่าเป็นด้วยผีทรงเลี้ยงในรัชกาลที่ ๖ มาแจ้ง บ้างก็ว่าเป็นด้วยฤทธิ์ในกรมหลวงชุมพรฯ ที่ทรงกระทําให้ล้นเกล้าฯ ทรงเห็นเป็นประจักษ์ครั้งสุดท้ายก่อนจะทรงสิ้นพระชนม์

 

 


นอกจากนี้้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชหัตถเลขาถึงข่าวการสิ้นพระชนม์ของกรมหลวงชุมพรฯไว้ว่า

"...สลดใจเปนอันมากที่จำเปนต้องจดลงในรายวันนี้ว่า พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ได้สิ้นพระชนม์... ทรงว่า ...เพราะได้เปนเพื่อนกันมาแต่เด็ก เราจึ่งรู้สึกเสียดาย และใจหายมาก...ต่อข่าวการสิ้นพระชนม์ของ กรมหลวงชุมพรฯ ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๖"

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : มูลนิธิราชสกุลอาภากร

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม : หนังสือวชิราวุธานุสรณ์


เรื่องที่เกี่ยวข้อง