พระราชอารมณ์ขันของ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ที่อยู่ภายใต้พระเนตรอันน่าเกรงขาม

ประวัติศาสตร์
โดย เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
พระราชอารมณ์ขันของ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ที่อยู่ภายใต้พระเนตรอันน่าเกรงขาม

สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง ทรงเป็นพระราชธิดาในรัชกาลที่ ๔ สมเด็จพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๕ และเป็นทั้งพระบรมราชชนนีในรัชกาลที่ ๖ และรัชกาลที่ ๗ นับได้ว่าพระองค์ทรงเป็น ยอดขัตติยนารี แห่งสยามเลยก็ว่าได้ พระราชจริยาวัตรของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ทรงมีพระเมตตาและพระราชอารมณ์ขัน ถึงแม้ว่าจะทรงมีพระเดชเป็นที่น่าเกรงขามของฝ่ายใน แต่พระองค์ทรงแบ่งพระราชภารกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เป็นอย่างดี เมื่อครั้งพระองค์ทรงเสด็จประพาสยุโรป และได้แต่งตั้งให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์อีกด้วย

 

 

สำหรับความเฮี๊ยบ ของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง เป็นที่เลื่องลือของฝ่ายหน้าฝ่ายในมาแต่ไหนแต่ไร เป็นต้นว่า ทรงมีพระเดชอยู่ที่พระเนตร ถ้าทอดพระเนตรใครหรือสิ่งใดอย่างไม่ทรงพอพระทัยแล้ว ชาววังจะรียกว่า พระเนตรเขียว หรือ ตั้งกริ้ว และถ้าทรงใกล้พิโรธเมื่อไร ชาววังจะเรียกขึ้นอีกว่า พระเนตรเขียวมรกต

 

 

ถึงแม้สมเด็จพระพันปีหลวงจะทรงมีพระเดชเป็นที่น่าเกรงขามก็จริง แต่โดยปกติแล้วทรงมีพระอารมณ์ขันมากทีเดียว ทรงคุยสนุก มักตรัสล้อเล่นกับผู้อื่นบ่อยๆ จึงมีพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายในมาเข้าเฝ้าอยู่เสมอๆ หม่อมเจ้ามารยาตรกัญญา ดิศกุล พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งถวายตัวเป็นข้าหลวงในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร์ และเคยตามเสด็จไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระพันปีหลวง ได้พระนิพนธ์เรื่องตลกๆ เกี่ยวกับพระราชอารมณ์ขันของสมเด็จพระพันปีหลวงไว้บางส่วน ดังนี้
 

 

ตอนนั้นสมเด็จพระพันปีหลวงเสด็จประพาสหัวหิน ประทับที่ตำหนักทูลกระหม่อมเล็ก (สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ) สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าฯ กับทูลกระหม่อมกรมหลวง (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร์) และเสด็จกรมหลวงทิพยรัตน์ฯ (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงทิพยรัตนกิริฎกุลินี) ก็เสด็จประพาสเหมือนกัน ประทับอยู่ตำหนักแสนสำราญของกรมพระนเรศวรฤทธิ์ ทั้ง ๓ พระองค์ เสด็จไปเฝ้าสมเด็จพระพันปีหลวง ขณะนั้นประทับอยู่ที่เฉลียงใหญ่หน้าห้อง ในห้องมีข้าหลวงเฝ้าคอยรับใช้ ในจำนวนนั้นมีหม่อมเจ้าพิไลยเลขา ดิศกุล อยู่ด้วยองค์หนึ่ง ข้าพเจ้าตามเสด็จสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าฯ นั่งอยู่ที่ท้ายขบวนที่เฉลียงนั้นด้วย ได้เห็นและได้ยินเจ้านายทรงคุยกันชัดเจน

 

 


ตอนหนึ่ง สมเด็จพระพันปีหลวงทรงเล่าถึงคุณหญิงคนหนึ่งมาเฝ้า กำลังหมอบเพ็ดทูลท่านอยู่ เกิดจิ้งจกตกลงมาบนหลัง คุณหญิงคนนั้นเกลียดจิ้งจกยิ่งกว่ากลัวสมเด็จพระพันปีหลวง ลุกขึ้นร้องหวีดว้ายสะบัดแขนสะบัดมือเรียกคน

ช่วยด้วย ช่วยด้วย

 

 

สมเด็จพระพันปีหลวงทรงเล่าแล้วก็ทรงทำท่าประกอบ ข้าพเจ้ากำลังหัวเราะขันในเรื่องที่ท่านทรงเล่า พอดีเห็นหม่อมเจ้าพิไลยเลขาคลานพรวดพราดออกมาจากในห้อง ตรงเข้าไปปัดที่พระกรและพระเพลาสมเด็จพระพันปีหลวง ความคิดของข้าพเจ้าก็เลยเปลี่ยนไปใหม่ นึกว่าจิ้งจกตกต้องพระองค์สมเด็จพระพันปีหลวงจริงๆ เพราะท่านทรงทำท่าได้สนิทแนบเนียน พอทรงหันไปถามหม่อมเจ้าพิไลยเลขาว่า

อะไรกัน มาทำอะไร เจ้านายที่ประทับอยู่ที่นั่นก็ทรงฮาขึ้นพร้อมกัน หม่อมเจ้าพิไลยเลขาทรงฟังไม่ได้ศัพท์จึงต้องเก้อกลับไป

 

 

นับได้ว่าพระองค์ทรงมีพระราชอารมณ์ขันภายใต้พระเดชที่น่าเกรงขามของพระองค์ แต่ด้วยความที่พระองค์ทรงมีพระเมตตา พระมีพระจริยวัตรที่ทรงเป็นกันเอง จึงทำให้มีแต่คนรัก จงรักภักดีต่อพระองค์ จนกระทั่งพระองค์ทรงเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ พระชนมายุ ๕๕ พรรษา ณ พระตำหนักพระราชวังพญาไท

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ ฉายานิทรรศน์ 

หอจดหมายเหตุแห่งชาติ

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง