นอนกัดฟัน ผลเสีย-สาเหตุ-การป้องกัน

สุขภาพ
โดย จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

อาการนอนกัดฟัน เป็นอาการหนึ่งของผู้ที่มีความผิดปกติด้านการบดเคี้ยว  หรือมีปัญหาการทำงานของขากรรไกร นอกจากจะมีปัญหากับคนที่นอนข้างๆ หรือเพื่อนร่วมห้องแล้ว การนอนกัดฟัน ยังสามารถก่อให้เกิดปัญหากับตัวเองด้วย ปัญหาดังกล่าวได้แก่ อาการปวดข้อต่อกระดูกขากรรไกรและกล้ามเนื้อ ซึ่งอยู่หน้ารูหู ในเวลาที่ตื่นนอนตอนเช้าจะรู้สึกเจ็บปวดที่บริเวณข้อต่อขากรรไกร หรือเวลาที่บดเคี้ยวอาหารก็จะรู้สึกเจ็บปวดได้ อาการฟันสึก ในบางรายมีอาการฟันสึกจนถึงชั้นเนื้อฟัน เห็นเนื้อฟันสีเหลืองเข้ม และมีอาการเสียวฟันเวลาที่ดื่มน้ำร้อน, น้ำเย็น หรือของหวานได้

 

 

ดังนั้นนับว่าอาการนอนกัดฟัน เป็นอาการของคนที่นอนแล้วจะมีเสียงคล้ายกับคนนอนกรน แต่เป็นเสียงเหมือนฟันกัดกัน สบกันแรงๆ ระหว่างที่กำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ ซึ่งจะมีเสียงเบาหรือดังก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน และที่นอนกัดฟันมักไม่รู้ตัว และไม่สามรถบังคับตัวเองไม่ให้กัดฟันได้

สาเหตุของอาการ นอนกัดฟัน
1. สภาพของจิตใจ การดำเนินชีวิตประจำวันอาจมีความเครียด เนื่องจากความเร่งรีบในการทำงานก็เป็นสาเหตุที่ให้เรานอนกัดฟันในเวลานอน โดยเราไม่รู้สึกตัวได้
2. สภาพฟัน อาจมีจุดสูงที่อยู่บนตัวฟัน ที่อาจเกิดจากวัสดุอุดฟัน มีการเรียงกันของฟันที่ผิดปกติ ฟันซ้อนเก หรือเป็นโรคปริทันต์ หรือในคนไข้ที่สูญเสียฟันแท้ไป โดยที่ไม่ได้ใส่ฟันปลอมทดแทน ซึ่งถ้าว่าจุดสูงหรือจุดขัดขวางการบดเคี้ยว โดยธรรมชาติของคนเราจะพยายามกำจัดจุดสูงหรือจุดขัดขวางการบดเคี้ยว โดยพยายามบดเคี้ยวให้จุดสูงนั้นหมดไป มักจะเกิดในเวลาที่เรานอนหลับ ซึ่งเป็นเวลาที่เราไม่รู้สึกตัว
3.หรืออาจมาจากสาเหตุที่เกิดขึ้นได้ชั่วคราว เช่น
-ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น
-ความเครียด
-การดื่มแอลกอฮอล์
-ใช้ที่อุดฟันที่สูงเกินฟันจริงมากเกินไป
-เป็นโรคปริทันต์อักเสบ หรือเหงือกอักเสบรุนแรง
-มีความผิดปกติของขากรรไกร เช่น ขากรรไกรค้างบ่อยๆ

 

 

วิธีการแก้ไขอาการนอนกัดฟัน
1) พฤติกรรมบำบัด ที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย เพียงผู้ป่วยลดความเครียดหรือความกังวลด้วยการทำจิตใจให้สบาย อาจทำโดยการนั่งสมาธิ, เล่นกีฬา, รวมทั้งลด หรือ งดการดื่มกาแฟ และ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์
2) รักษาสาเหตุและแก้ไขอาการนอนกัดฟัน โดยส่วนใหญ่แล้วแพทย์หรือทันตแพทย์ อาจจะแนะนำให้ใส่ Splint หรือ เฝือกสบฟันเพื่อลดการสึกของฟัน โดย Splint นั้น มีลักษณะเป็น อะคริลิคใส แข็ง ใสในฟันบน หรือฟันล่าง ใส่เฉพาะในเวลานอนตอนกลางคืนเท่านั้น นอกจากนี้อาจปรึกษาทันตแพทย์เพื่อการกรอ หรือปรับลักษณะสบฟันหรือจัดฟันให้อยู่ในสภาวะปกติ หรือ อาจถอนฟันซี่ที่ไม่มีคู่สบเพื่อป้องกันการเกิดบาดแผลจากการขบฟัน แล้วแต่ลักษณะที่พบ
3) การรักษาด้วยยา เป็นการรักษาด้วยการรับประทานยาหรือฉีดยาเพื่อลดการทำงานหรือให้กล้ามเนื้อคลายตัว ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการให้ยาเพื่อลดอาการข้างเคียงขออาการนอนกัดฟัน
4) การฉีดโบท็อก (Botox, Botulinum Toxin) เข้ากล้ามเนื้อมัดที่ควบคุมการเคี้ยว ถือเป็นการทำให้กล้ามเนื้อลดการทำงานช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ยังสามารถใช้งานหรือเคี้ยวอาหารได้ใกล้เคียงปกติๆ วิธีนี้เป็นที่แพร่หลายมากในประเทศสหรัฐอเมริกา
5) Bio Feedback เหมือนการทำผิดแล้วถูกลงโทษ สอนสมองให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว โดยแพทย์ผู้รักษาจะให้ใช้เครื่องมือที่มีตัวเซนเซอร์กล้ามเนื้อกราม หากกัดเข้าหากันในระดับรุนแรง เครื่องมือชนิดนี้จะส่งสัญญาณที่เป็นได้ทั้งในรูปแบบของเสียงที่ดังพอให้รู้สึกตัวแต่ไม่ถึงกับตื่น หรือในรูปแบบของกระแสไฟฟ้าที่ไม่เป็นอันตรายเพื่อช็อตให้สะดุ้ง เพราะเมื่อผู้ป่วยรู้สึกตัวก็จะหยุดกัดกราม


6 สัญญาณอันตรายของอาการ “นอนกัดฟัน” ที่ต้องพบหมอด่วน
-ตื่นเช้ามา รู้สึกปวดขากรรไกรบ่อยๆ
-คนใกล้ตัวบอกว่า นอนกัดฟันบ่อยๆ
-ปวดศีรษะ
-นอนกัดฟันอย่างรุนแรง จนรู้สึกเหมือนปวดฟัน ฟันสึก ฟันโยก
-มีแผลในปาก หรือกระพุ้งแก้ม โดยไม่ได้มาจากการเคี้ยวผิดจังหวะ หรือไม่ทราบสาเหตุ
-เสียวฟัน

 

 

อันตรายจากการนอนกัดฟัน
นอกจากจะสร้างความลำบากให้กับคนที่นอนอยู่ข้างๆ ด้วยแล้ว การนอนกัดฟันยังเสี่ยงลดประสิทธิภาพในการนอนหลับพักผ่อน และเสี่ยงฟันกร่อน ฟันสึกเข้าไปถึงชั้นเนื้อฟัน และส่วนใหญ่จะเป็นฟันกราม จึงอาจมีปัญหาในการบดเคี้ยวอาหาร โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาจมีปัญหาเรื่องฟันโยก สึกกร่อน ได้มากกว่าวัยหนุ่มสาว

ผลเสียที่ชัดเจนก็คือ การรบกวนเพื่อนที่นอนด้วยกัน ซึ่งแม้จะไม่รุนแรงเท่ากับคนที่นอนกรน แต่เสียงกัดฟันก็น่ารำคาญไม่น้อยทีเดียว ผลเสียโดยตรงต่อฟัน คือ ฟันจะสึกกร่อนในด้านบดเคี้ยว ความรุนแรงนี้ขึ้นอยู่กับความถี่บ่อยของการนอนกัดฟัน ลองนึกถึงการบดเคี้ยวอาหารของเราซึ่งเกิดจากการกัดฟัน เพื่อให้สามารถตัด ฉีก บดขยี้อาหารให้ละเอียด กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า จะต้องเกร็งตัวหนักมาก โดยเฉพาะเมื่อเคี้ยวอาหารเหนียว หรือแข็งมาก ๆ การนอนกัดฟันก็เช่นเดียวกัน ทุกครั้งที่กัดฟัน กล้ามเนื้อที่ใบหน้า จะออกแรงมากพร้อมกับการบดขยี้ของฟันที่กระทบกัน แต่เมื่อไม่มีอาหารมาคั่นกลางระหว่างฟันบนและล่างที่บดเคี้ยวอยู่ ก็เท่ากับการบดขยี้ฟันโดยตรง ทำให้ฟันสึกลงไปได้ ไม่ว่าเคลือบฟันฟันนั้นแข็งแกร่งหนักหนาเพียงใดก็ตาม เช่นเดียวกับการสึกกร่อนของหิน ซึ่งแม้จะแข็งปานใด เมื่อมีแรงกระทบบ่อย ๆ ก็สึกลงได้เช่นกัน

การสึกกร่อนของชั้นเคลือบฟัน (enamel) ซึ่งเป็นไปอย่างช้า ๆ และยังไม่มีอาการ แต่ถ้าการนอนกัดฟันยังดำเนินต่อไปเป็นเวลานาน ๆ และฟันสึกเข้าไปถึงชั้นเนื้อฟัน (dentine) ซึ่งมีส่วนประกอบทางเคมี และคุณสมบัติต่างกับเคลือบฟัน ก็จะสึกกร่อนได้เร็วกว่า และเนื่องจากในชั้นเนื้อนี้มีเซลล์หล่อเลี้ยง จึงสามารถรับความรู้สึกได้ด้วยและมีผลให้การสึกกร่อนบนชั้นนี้มีอาการเสียวฟันตามมาด้วย

ดังนั้น หากสงสัยว่าตัวเองมีความผิดปกติขณะนอนหลับ อาจมีความเสี่ยงนอนกัดฟัน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านโรคความผิดปกติจากการหลับ เพื่อวินิจฉัยตรวจหาสาเหตุ และรับการรักษาอย่างเหมาะสม


เรื่องที่เกี่ยวข้อง