กรุ๊ปโอ มีแนวโน้มที่จะป่วยเป็นโรคเฉพาะทางมากกว่าคนกรุ๊ปอื่นๆ

สุขภาพ
โดย จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
กรุ๊ปโอ มีแนวโน้มที่จะป่วยเป็นโรคเฉพาะทางมากกว่าคนกรุ๊ปอื่นๆ

ถ้าพูดถึงกรุ๊ปเลือดที่ขึ้นชื่อว่ามีน้ำใจมากที่สุดเชื่อว่าหลายๆคนคงจะต้องนึกถึงชาวกรุ๊ป O อย่างแน่นอน เพราะกรุ๊ปนี้สามารถให้เลือดได้กับหลายๆกรุ๊ป ทำให้เลือดกรุ๊ปโอ กลายเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก แต่รู้หรือไม่ว่ากรุ๊ปโอนั้นไม่สามารถรับเลือดจากกรุ๊ปอื่นได้ แถมยังต้องระวังที่จะเสี่ยงต่อโรคมากกว่ากรุ๊ปอื่นอีกด้วย

 

 

ทำความรู้จักกับหมู่เลือด
ในทางการแพทย์แบ่งกรุ๊ปเลือดออกเป็น 4 กลุ่มหลัก เรียกว่าหมู่เลือดระบบเอบีโอ (ABO) โดยจำแนกจากแอนติเจน โปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่บนผิวเม็ดเลือดแดง ซึ่งเลือดกรุ๊ปเอจะมีแอนติเจนเอ เลือดกรุ๊ปบีจะมีแอนติเจนบี เลือดกรุ๊ปเอบีจะมีทั้งแอนติเจนเอและแอนติเจนบี ส่วนเลือดที่ไม่พบแอนติเจนชนิดใด ๆ คือ เลือดกรุ๊ปโอ ซึ่งกรุ๊ปเลือดของแต่ละคนจะถูกกำหนดโดยสารพันธุกรรมที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อแม่

 

นอกจากหมู่เลือดระบบเอบีโอ เลือดแต่ละหมู่ยังแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามการปรากฏของแอนติเจนดี (D Antigen) บนผิวเม็ดเลือดแดงที่เรียกว่าหมู่เลือดระบบอาร์เอช ผู้ที่พบแอนติเจนดีจะมีหมู่เลือดอาร์เอชบวก (Rh Positive) ส่วนผู้ที่ไม่พบแอนติเจนดีจะมีหมู่เลือดอาร์เอชลบ (Rh Negative) ซึ่งเป็นหมู่เลือดที่พบได้น้อยในคนไทย โดยมีตัวอย่างการจัดหมู่เลือด เช่น เลือดกรุ๊ปโอที่พบแอนติเจนดีบนผิวเม็ดเลือดแดง คือ เลือดกรุ๊ปโอบวก (O RhD positive: O+) และเลือดกรุ๊ปโอที่ไม่พบแอนติเจนดีบนผิวเม็ดเลือดแดง คือ เลือดกรุ๊ปโอลบ (O RhD Negative: O-) เป็นต้น

คนเลือดกรุ๊ปโอให้เลือดแก่ทุกคนได้จริงหรือ?
โดยปกติระบบภูมิคุ้มกันจะสร้างสารภูมิต้านทานหรือแอนติบอดี้ขึ้นมา เพื่อทำลายสิ่งแปลกปลอมและแอนติเจนชนิดอื่นที่ไม่มีในร่างกาย คนเลือดกรุ๊ปเอจะมีสารต้านแอนติเจนบี ในขณะที่คนเลือดกรุ๊ปบีก็จะมีสารต้านแอนติเจนเอเช่นกัน ส่วนคนเลือดกรุ๊ปเอบี ซึ่งมีทั้งแอนติเจนเอและแอนติเจนบีบนผิวเม็ดเลือดแดงจะไม่มีสารต้านแอนติเจนทั้ง 2 ชนิด ในทางกลับกัน คนเลือดกรุ๊ปโอซึ่งไม่มีแอนติเจนชนิดใด ๆ บนผิวเม็ดเลือดแดง จึงมีทั้งสารต้านแอนติเจนเอและสารต้านแอนติเจนบีในร่างกาย

 

การรับเลือดที่มีแอนติเจนชนิดที่ร่างกายต่อต้านจะทำให้เกิดการแพ้เลือดจนส่งผลให้เป็นไข้ หนาวสั่น ความดันโลหิตต่ำ ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานล้มเหลว และอาจเป็นอันตรายรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต คนเลือดกรุ๊ปเอและคนเลือดกรุ๊ปบีจึงรับเลือดจากกันและกันไม่ได้ ส่วนคนเลือดกรุ๊ปโอก็รับเลือดจากกรุ๊ปเอ บี และเอบีไม่ได้เช่นกัน แต่รับได้จากคนที่มีเลือดกรุ๊ปโอเหมือนกันเท่านั้น

แม้หลายคนเชื่อว่าผู้ที่มีเลือดกรุ๊ปโอสามารถให้เลือดแก่ทุกคนได้ เนื่องจากไม่มีแอนติเจนอยู่บนผิวเม็ดเลือดแดง ทว่าแท้จริงแล้ว เลือดแต่ละหมู่ยังแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ อาร์เอชบวกและอาร์เอชลบ ดังนั้น คนเลือดกรุ๊ปโอบวกที่มีแอนติเจนดีบนผิวเม็ดเลือดแดงจึงไม่ควรให้เลือดแก่ผู้ที่มีหมู่เลือดอาร์เอชลบ เพราะระบบภูมิคุ้มกันของผู้ที่รับเลือดจะสร้างแอนติบอดี้ขึ้นมาต่อต้านแอนติเจนดี และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกายได้ ส่วนคนเลือดกรุ๊ปโอลบนั้นสามารถให้เลือดแก่ทุกคนได้ เพราะไม่มีทั้งแอนติเจนเอ แอนติเจนบี และแอนติเจนดีบนผิวเม็ดเลือดแดง ทางการแพทย์ในปัจจุบันจึงนิยมให้เลือดกรุ๊ปนี้แก่ผู้ป่วยฉุกเฉินที่ต้องการเลือดอย่างเร่งด่วน

 

เลือดกรุ๊ปโอเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยากจริงหรือ ?
ความสามารถในการมีบุตรนั้นประเมินได้จากประสิทธิภาพในการผลิตเซลล์ไข่ของรังไข่ โดยมีงานวิจัยอ้างว่าร่างกายของผู้ที่มีฮอร์โมนกระตุ้นไข่ตก (Follicle Stimulating Hormone: FSH) ในปริมาณมากจะผลิตเซลล์ไข่ได้น้อยลง และเมื่อเปรียบเทียบระดับฮอร์โมน FSH ระหว่างกรุ๊ปเลือดต่าง ๆ พบว่าคนเลือดกรุ๊ปโอและเลือดกรุ๊ปบีมีระดับฮอร์โมนชนิดนี้มากกว่าคนเลือดกรุ๊ปเอและกรุ๊ปเอบี อย่างไรก็ตาม งานวิจัยบางส่วนแย้งว่าการวัดปริมาณฮอร์โมน FSH อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีในการประเมินประสิทธิภาพการผลิตเซลล์ไข่ของร่างกาย เพราะยังมีอีกหลายวิธีที่น่าเชื่อถือกว่า ความเชื่อด้านนี้จึงยังต้องรอการพิสูจน์ที่แน่ชัดต่อไป


นอกจากนี้คนที่มีเลือดกรุ๊ปโอ นั้นจะมีความสามารถในการดำเนินการที่เป็นมืออาชีพ มีพลังสูงและความสามารถในการเป็นจุดศูนย์กลางที่เชื่อถือได้ ซึ่งคือความเป็นธรรมชาติที่ดีที่สุดของคนกรุ๊ปโอ พวกเขามีทั้งความสามารถและได้ทั้งผลประโยชน์ ในทางกลับกัน พวกเขากลับมีแนวโน้มที่จะป่วยเป็นโรคเฉพาะทางมากกว่าคนกรุ๊ปอื่นๆ ตัวอย่าง เช่น เป็นแผล ต่อมไทรอยด์แตก ฮอร์โมนไทรอยด์มีระดับต่ำ และขาดแคลนไอโอดีน ความผิดปกติเหล่านี้อาจนำมาซึ่งผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ ยกตัวอย่างเช่น น้ำหนักตัวมาก และบวมน้ำ

 

ซึ่งในประเทศญี่ปุ่น คนที่มีหมู่เลือดกลุ่มโอ มักได้รับการจัดกลุ่มเฉพาะว่าเป็นที่น่าเชื่อถือ นายจ้างที่ญี่ปุ่นมักจะถามลูกจ้างถึงกลุ่มเลือดของพวกเขาว่าอยู่กรุ๊ปอะไร คนที่มีกรุ๊ปโอจะถูกมองว่าเป็นคนมีความสามารถ จงรักภักดี ใจเย็น ขยัน ระมัดระวังและทำงานเก่ง พวกเขาจะได้รับความเชื่อถือและเป็นที่วางใจมากกว่าคนเลือดกรุ๊ปอื่น นี่คือสิ่งที่นายจ้างจะมองหาเป็นอันดับแรกๆเพื่อดูว่าใครจะผ่านการประเมินผลและเอาตัวรอดได้

 

ทั้งนี้คนกรุ๊ปโอยังมีแนวโน้มว่าสมาธิสั้นกว่ากรุ๊ปเลือดอื่น รวมถึงจะไม่รอบคอบ มักจะรู้สึกวิตกกังวลพวกเขาจะมีอารมณ์รุนแรง สมาธิสั้นและทำงานแบบสุกเอาเผากิน ไม่กินอาหารตามปกติ ขาดการทำกิจกรรมอย่างที่เคยทำ มีแนวโน้มว่าจะโชคร้าย และหากเป็นเช่นนี้ต่อไป ก็จะทำให้พวกเขาไม่สามารถต่อกรกับกระบวนการเผาผลาญที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ ยกตัวอย่างเช่น ความต้านทานต่ออินซูลิน การควบคุมการกระทำและความหนาของต่อมไทรอยด์ นอกจากนี้พวกเขายังมีฤทธิ์กัดกร่อนในกระเพาะอาหารมากกว่ากรุ๊ปเลือดอื่นๆ และมีแนวโน้มที่จะมีพัฒนามาเป็นแผลในกระเพาะอาหาร

 

อาหารที่เหมาะสำหรับเลือดกรุ๊ปโอ
เลกทิน (Lectins) เป็นโปรตีนที่พบได้ในอาหารทั่วไป มีคุณสมบัติในการจับตัวกับโมเลกุลของน้ำตาลและทำให้เซลล์เกาะกลุ่มรวมกัน ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่าโปรตีนชนิดนี้ส่งผลเสียต่อร่างกาย เพราะทำให้ลำไส้ดูดซึมสารอาหารได้ลดลง จึงจัดเป็นสารอาหารที่ควรระมัดระวังในการบริโภค

 

ทั้งนี้ มีแนวคิดที่ว่าระบบย่อยอาหารของคนแต่ละหมู่เลือดสามารถย่อยเลกทินได้มากน้อยแตกต่างกัน การรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับหมู่เลือดของตนเองจึงอาจส่งผลดีต่อร่างกาย โดยเชื่อว่าคนเลือดกรุ๊ปโอควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงอย่างเนื้อสัตว์ ปลา รวมถึงผักและผลไม้ชนิดต่าง ๆ ทว่าควรหลีกเลี่ยงธัญพืช ถั่ว นม และผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม เช่น ชีส เนย โยเกิร์ต เป็นต้น และอาจรับประทานอาหารเสริมที่ช่วยปกป้องระบบย่อยอาหาร เนื่องจากมีงานวิจัยบางส่วนอ้างว่าคนเลือดกรุ๊ปโออาจเสี่ยงต่อการเกิดแผลในกระเพาะอาหารมากกว่าคนเลือดกรุ๊ปอื่น

 

อย่างไรก็ตาม คนที่มีเลือดกรุ๊ปโอนั้น ควรอยู่ให้ห่างจากคาเฟอีนหรือสุรา คาเฟอีนสามารถเป็นอันตรายได้เมื่อมันทำให้ระดับอะดีนารีนเพิ่มขึ้น ซึ่งมันจะมีสูงมากเป็นพิเศษในกลุ่มคนที่มีเลือดกรุ๊ปโอ


เรื่องที่เกี่ยวข้อง