พระราชธิดาใน รัชกาลที่ 5 ที่ทรงมีพระสิริโฉมงดงามจนเป็นที่เลื่องลือ

ประวัติศาสตร์
โดย เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
พระราชธิดาใน รัชกาลที่ 5 ที่ทรงมีพระสิริโฉมงดงามจนเป็นที่เลื่องลือ

หากกล่าวถึงเรื่อง "ความรัก" และบาทบริจาริกาในสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงนั้น เป็นที่เลื่องลือว่าพระองค์ทรงมีมากมายในตลอดรัชสมัยหากทว่าพระมเหสีและเจ้าจอมทุกพระองค์นั้นได้รับความรักและเมตตาจากพระองค์อย่างดียิ่ง พระองค์ทรงเป็นยอดนักรักที่มิเคยมีพระราชประวัติเสื่อมเสียพระเกียรติ และนอกจากนี้ พระองค์ยังมีพระราชธิดาที่มีพระสิริโฉมงดงามมาก สมกับเป็นเจ้าฟ้าหญิงในพระพุทธเจ้าหลวง เราจะพามาชมพระสิริโฉมของพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าที่ทรงมีพระสิริโฉมงดงามมากที่สุด

 

1. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี เป็นพระราชธิดาองค์ที่ 3 ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ประสูติเมื่อวันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2429พระองค์ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้รับราชการในหน้าที่ราชเลขานุการิณีในพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ เมื่อสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสยุโรปเมื่อปี พ.ศ. 2450 ก็มีพระราชหัตถเลขามาถึงพระเจ้าลูกเธอพระองค์นี้ ซึ่งพระราชหัตเลขาเหล่านั้นได้นำมารวมรวบเป็นหนังสือพระราชนิพนธ์ไกลบ้านในเวลาต่อมา หลังจากมีการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 พระองค์ตัดสินพระทัยเสด็จออกไปประทับที่เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย พร้อมกับครอบครัวของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต และสิ้นพระชนม์ที่นั่นเมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2478

 

 

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้กล่าวถึงพระองค์ไว้ในคำนิยามพระนิพนธ์เรื่อง เที่ยวเมืองพม่า ว่า น่ารักน่าชม สมกับเป็นเจ้าฟ้า พร้อมทั้งทรงสรรเสริญว่า ทรงพระคุณอย่างเป็นขัติยนารีแท้ทุกสถาน ทรงพิสูจน์ให้ปรากฏแล้ว ทั้งในเวลาที่มีความสุข และในเวลาได้รับความทุกข์ยาก สมควรกับที่ทรงสร้อยพระนามกรมว่า ขัติยนารี เป็นอนุสรณ์อยู่กับพระนามตลอดไป

 

 

2. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ถือเป็นเจ้าฟ้าชั้นเอก (หรือชั้นทูลกระหม่อม) พระองค์แรกที่มีพระชนม์ในรัชกาลของพระชนกนาถ 

 

 

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงออกเรียกว่า ลูกหญิง ส่วนชาววังออกพระนามว่า ทูลกระหม่อมหญิง หรือ ทูลกระหม่อมหญิงใหญ่ พระองค์มีพระอนุชาร่วมพระชนกชนนีพระองค์หนึ่งคือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต กล่าวกันว่าพระองค์เป็นเจ้านายผู้มีพระสิริโฉมงดงามเป็นที่สุด และเป็นพระราชธิดาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดปราน

 

 

3. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอัพภันตรีปชา

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอัพภันตรีปชา ชาววังออกพระนามว่า เสด็จพระองค์หญิงขาวเป็นพระเจ้าลูกเธอในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และเจ้าจอมมารดาแส โรจนดิศ (เป็นธิดาของพระยาอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ) และขรัวยายบาง) ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 12 ขึ้น 8 ค่ำ ปีฉลู เอกศก จ.ศ. 1251 ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2432

 

 

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอัพภันตรีปชา เป็นพระราชธิดาพระองค์หนึ่ง ซึ่งทรงเป็นที่สนิทสิเนหาและได้รับพระเมตตากรุณาจากสมเด็จพระบรมชนกนาถพระปิยมหาราชเป็นอันมาก เมื่อมีพระชนมายุครบกำหนดโสกันต์ก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพิธีโสกันต์ตามพระราชประเพณี และให้ทรงศึกษาวิชาหนังสือไทยบ้าง ฝรั่งบ้าง ประกอบทั้งการฝีมือเย็บปักถักร้อย ด้วยเหตุนี้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอัพภันตรีปชา จึงได้ทรงเป็นนักศึกษา มีวิชาความรู้ทันสมัย มีพระจริยามารยาทงดงาม พระทัยโอบอ้อมอารี และได้ทรงประกอบความดีไว้หลายประการ

 

 


4. สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร

สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร เป็นพระราชธิดาลำดับที่ 43 ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2427 เป็นพระขนิษฐาร่วมพระมารดาของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร มกุฎราชกุมารพระองค์แรกของสยาม และเป็นเชษฐภคินีของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระราชบิดาของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรและพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

 

สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ทรงเล็งเห็นความสำคัญกับการศึกษาของสตรีไทย เช่น ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ของโรงเรียนราชินี การก่อสร้างโรงเรียนราชินีบน และทรงจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ (ต่อมาคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์) เป็นต้น พระองค์ทรงพระประชวรด้วยโรคพระวักกะพิการเรื้อรัง เคยเสด็จไปทรงรับการผ่าตัดที่ต่างประเทศถึง 2 ครั้ง จนเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2481 มีพระอาการหนักอย่างน่าวิตก พระอาการประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ และสิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 23.15 นาฬิกา ของวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2481 สิริพระชนมายุ 53 พรรษา

 

 

5. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนสุพรรณภาควดี

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนสุพรรณภาควดี พระนามเดิมหม่อมเจ้าศรีวิไลยลักษณ์ เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (เจ้าคุณจอมมารดาแพ) เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงได้รับพระกรุณายกย่องพระเกียรติยศไว้ยิ่งกว่าพระเจ้าลูกเธอพระองค์อื่นหลายประการและสมเด็จพระบรมชนกนาถถึงกับรับสั่งว่าพระองค์เป็น ลูกคู่ทุกข์คู่ยาก

 

 

พระองค์ทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากสมเด็จพระบรมชนกนาถให้ทำหน้าที่ดูแลพระเจ้าน้องที่ยังทรงพระเยาว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระองค์ได้รับพระราชทานเกียรติให้เป็นผู้สั่งพระกนิษฐาให้เป็นสาว เนื่องจากตามธรรมเนียมการเป็นสาวของสตรีในพระราชสำนักฝ่ายในนั้น จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ใหญ่ก่อน นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงดำรงตำแหน่งอุปนายิกาสภาอุณาโลมแดง (สภากาชาดไทย) ร่วมกับเจ้านายฝ่ายในอีกหลายพระองค์

พระองค์เป็นพระเจ้าลูกเธอ ชั้นพระองค์เจ้าในรัชกาลที่ 5 พระองค์เดียวที่ได้รับการสถาปนาให้เป็นเจ้าต่างกรมที่ "กรมขุนสุพรรณภาควดี" ซึ่งภายหลังจากการทรงกรมเพียง 1 ปี พระองค์ก็สิ้นพระชนม์ลง โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริให้จัดการพระราชทานเพลิงพระศพที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร โดยให้ตั้งพระศพทรงบำเพ็ญพระราชกุศลที่พระราชวังบางปะอิน

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง