พระพุทธสกลสีมามงคล จากนิมิต หลวงพ่อลี

ศาสนา
โดย เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2562
พระพุทธสกลสีมามงคล จากนิมิต หลวงพ่อลี

จากหนังสือ ๙๖ ปี ศรีสงฆ์ธำรงศาสน์ (มหาปุญโญวาท เล่ม ๓) บันทึกโอวาทธรรมขององค์หลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ วัดป่าวิเวกวัฒนาราม มีความตอนหนึ่งบันทึกไว้เกี่ยวกับประวัติการสร้าง พระพุทธสกลสีมามงคล โดยเทวดามานิมนต์ให้ท่านพ่อลี ธัมมธโร ช่วยสร้างพระพุทธรูปองค์นี้

 

 

ท่านอาจารย์ลี (ธมฺมธโร) เพิ่นเล่าให้ฟังว่า เมื่อคราวเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เดินธุดงค์จากเมืองอุบลฯ จะเข้ากรุงเทพฯ พอถึงปากช่อง ก็ไปปักกลดอยู่ตีนภูเขา เขาฮ้องชื่อ ภูสีเสียดอ้า อยู่แถวกลางดง พักอยู่หลายวัน ขึ้นไปเสาะหาถ้ำที่ภาวนาข้างบน แต่ก็ไม่ได้ตกกลางคืน รุกขเทวดา ภูมิมาเทวดาหลายแสนมาขอให้ท่านอาจารย์ลี ช่วยสร้างพระพุทธรูปไว้ให้เขากราบไหว้

 

ถามว่ามาแต่ไหน ?

เทวดาว่า มาจากดงพญาไฟ มาจากเขาใหญ่

ทำไมอยากได้ ?

จะได้กราบไหว้สักการบูชา

ท่านอาจารย์ลีก็ไม่รับปากบอกว่า อาตมาเป็นพระธุดงค์ไปเรื่อยๆ  ไม่มีทรัพย์พอที่จะสร้างได้ ก็ได้แต่พระภายในนี้เอง

เทวดาก็ว่า ต่อไปก็ได้ขอให้มาสร้างให้

อันนี้ท่านอาจารย์ลี เพิ่นเล่าให้ฟังเมื่อคราวอยู่ถ้ำพระสบาย  เพิ่นยังชวนให้คิดอ่านพิจารณาว่าจะเป็นไปได้อยู่หรือ จะสร้างไว้บนภูเขา คนผ่านไปผ่านมาเขาจะได้เห็น จะได้ยกมือไหว้

ผู้ข้าฯ ก็ว่า ท่านอาจารย์คิดอ่านอย่างใดครับ ?

เพิ่นว่า จะให้สูง ๔๕ เมตร พระนั่งประทานพร หน้าตักให้ได้ ๑๓ วา เท่ากับข้อธุดงค์ เพราะผมเดินธุดงค์แล้วพักอยู่ที่นั่นแล้วได้นิมิต ขอให้ท่านจามพิจารณาช่วยด้วยว่าผมนี้จะได้สร้างไหม ?

 

 

โอท่านอาจารย์ ผมจะรู้จักอันใดสุดแท้แต่ครูบาอาจารย์เถอะครับ เมืองลพบุรี ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ กับท่านเจ้าคุณวัดมณีฯ เพิ่นก็ยังสร้างได้ อันนี้ท่านอาจารย์ก็ปรารภกับศรัทธาผู้ใจบุญ ก็จะยากอะไร คงได้แน่นอน แต่อายุของผมไม่ยืนหนาท่านชีวิตนี้ ผลกรรมฆ่าคนมามาก ยุคสงครามฆ่าแขก ถ้าหากเขาสร้างให้ ท่านไปช่วยอธิษฐานจิตให้ด้วยเน้อ

ทีนี้ตั้งแต่นั้นมาได้หลายปี นายทหารพลเอกคนหนึ่งเขามาสร้างถวาย ให้ท่านอาจารย์ลี อยู่หลังวัดหลวงพ่อเมตตาหลวง กลางดง ปากช่อง ผู้ข้าฯ ก็เข้ากรุงเทพฯ ผ่านไปผ่านมาแต่ก็ยังไม่ได้ขึ้นไปดูใกล้ๆ สักที ได้แต่ยกมือไหว้อยู่แต่ทางรถนี้ ระลึกได้อยู่คำของท่านอาจารย์ลีฝากไว้ เพิ่นคงจะรู้จักมาก่อนหล่ะว่าต้องได้สร้างแน่นอน เพิ่นจึงสั่งความไว้

 

 

หลวงพ่อเมตตาหลวงนี้แต่เมื่อคราวเป็นเณรอยู่ขอนแก่น วัดเหล่างาโคกโจด เพิ่นเป็นเณรใหญ่บวชก่อนผู้ข้าฯ ๒ ปี เป็นเณรอยู่วัดศรีจันทร์ แต่ก็ออกไปช่วยทำเสนาสนะอยู่ เคยได้รู้จักพูดคุยกันอยู่ เพิ่นเป็นคนน้ำพอง ขอนแก่น สมัยนั้นฮ้องชื่อเพิ่น ว่า เณรสิงห์ แต่ครูบาอาจารย์พากันฮ้องว่า สิงหา  ต่อมาได้เป็นพระได้เป็นเจ้าคุณฯ คาถาที่เพิ่นใช้ คือ เมตตาหลวง

เขาจึงฮ้องหลวงพ่อเมตตาหลวง เมตตาตนเอง เมตตาให้สัตว์โลกทั้งหลายท่านอาจารย์ลี วัดอโศการามนี้เก่งหลายอย่าง แสดงฤทธิ์ก็เก่ง เทศนาก็เก่ง ฝึกหัดคนก็เก่ง การก่อสร้างก็เก่ง สร้างเจดีย์ในถ้ำพระสบาย คิดอยากสร้างเจดีย์หมู่ ๑๓ องค์

การปฏิบัติของเพิ่นก็เก่ง ถึงข้อวัตรข้อธุดงค์ ปฏิบัติเชิดชูธุดงควัตรก็เก่ง แต่หนีผู้คนไม่พ้น ไปอยู่ไหนเขาก็หุ้มรุม สุดท้ายไปติดอยู่ริมทะเลสมุทรปราการ ไปอยู่เลี้ยงยุงริมน้ำทะเล หนีไปไหนไม่ได้ เพิ่นชอบที่สุด เพิ่นว่า วัดถ้ำพระสบาย อยู่แล้วสบาย ได้ความสุข ชื่อถ้ำก็เพิ่นนั้นหล่ะเป็นคนตั้งไว้ให้

แต่คนไปพบถ้ำคนแรก คือ ท่านอาจารย์น้อย สุภโร ท่านอาจารย์น้อยรู้จักกับพวกชาวบ้าน พวกคนหาของป่า พวกนายพรานเป็นคนของเจ้าแม่ป้วน ณ ลำปาง เจ้าแม่ป้วน ณ ลำปาง เคารพนับถือ ท่านอาจารย์น้อย (สุภโร) มาก ท่านอาจารย์น้อยไปอยู่ไหนก็ติดตามไปทำบุญให้ทาน ดูแลบำรุงปัจจัย ๔ เลยหาที่อยู่ให้ท่านอาจารย์น้อย มาได้อำเภอแม่ทะ ท่านอาจารย์น้อยก็เลยย้ายจากเกาะคา มาอยู่แม่ทะ พระสบาย

 

ถ้ำพระสบายก็ได้ท่านอาจารย์ลี ท่านมาอุปถัมภ์บำรุงอโศการาม จันทบุรี แต่พระพุทธรูปขาวองค์นั้นเป็นที่เพิ่นพักธุดงค์ ได้รับนิมนต์ของหมู่เทวดาทั้งหลาย เขามาขอให้เพิ่นสร้างพระพุทธรูปไว้ให้ ต่อมาเพิ่นมรณะไปก่อน ได้นายทหารลูกศิษย์มาสร้างถวายให้ ตัวเพิ่นได้แต่คิดไว้ อยากสร้างเจดีย์ ก็ยังไม่ได้สร้าง มรณะไปเสียก่อน

 

ในยุคสมัยที่เป็นชาติชีวิตของพระเจ้าอโศก เมืองปาตลีบุตร ได้สร้างบำรุงวัดวาอาราม วัดร้าง วัดเก่า วัดใหม่ตามตำราว่าไว้สร้างได้ ๘๔,๐๐๐ วัด ได้วิหาร ได้เจดีย์ มาชีวิตนี้เป็นราษฎร เป็นทุคตะ สร้างไม่ได้แล้วท่านจามเอ๊ย เพิ่นบอกไว้อย่างนี้ กับผู้ข้าฯ พูดคุยกันถูกคอกันดี ลมถูกกัน ผู้ข้าฯ ก็เคารพกราบไหว้เพิ่นได้ การงานอันใดเป็นมงคลก็ฮ้องหาให้ไปช่วยเบิกเนตรพระเจ้าทันใจ ปลุกเสกเจดีย์อยู่ในถ้ำ เบิกเนตรพระประธานวัดสำราญฯ เกาะคา, วัดพระสบายต้องได้ช่วยเพิ่นตลอด ครูบาอาจารย์ก็หลายองค์ ที่อาวุโสกว่าแต่เพิ่นไม่เลือกเอา อันนี้ก็แปลกอยู่

 


พระพุทธสกลสีมามงคล (หลวงพ่อขาว) มีพุทธลักษณะดังนี้

- สูงจากระดับพื้นดิน ๑๑๒ เมตร หรือ ๕๖ วา หมายถึง พระพุทธคุณของพระพุทธเจ้า ๕๖ ประการ

- องค์พระพุทธรูปสูง ๔๕ เมตร หมายถึง พระพุทธองค์โปรดเวไนยสัตว์อยู่ ๔๕ พรรษา หรือเรียกว่าทรงทำพุทธกิจอยู่ ๔๕ พรรษา หลังจากที่ตรัสรู้แล้ว

- หน้าตักกว้าง ๒๗ เมตร (๑๓ วา ๒ ศอก ๑ คืบ) หมายถึง องค์แห่งธุดงค์ค์วัตร ๑๓ ประการ

 

 

- พระเกตุ (โมลี) สูง ๗ เมตร หมายถึง โพชฌงค์ ๗ องค์แห่งการตรัสรู้

- พระกรรณ (หู) ยาว ๖.๘๐ เมตร

- ช่องพระนาสิก (จมูก) มีขนาดกว้างพอถังน้ำมัน ๒๐๐ ลิตรลอดได้

- พระเนตรดำขลิบด้วยเมฆพัด (โลหะผสมชนิดหนึ่ง) และดวงพระเนตรฝังมุก

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?t=38901

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง