ม.ล.พูนแสง เล่าเหตุการณ์ วันถอดกำไลมาศ ออกจากข้อมือ เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ

ประวัติศาสตร์
โดย เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2562
ม.ล.พูนแสง เล่าเหตุการณ์ วันถอดกำไลมาศ ออกจากข้อมือ เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ

หลายคนเคยได้ยินประวัติเรื่องเล่าของ "กำไลมาศ" ที่เป็นตำนานรักของพระพุทธเจ้าหลวงและเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ผู้มั่นคงในรักจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ เป็นเจ้าจอมพระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนั้นท่านยังเป็นคนสุดท้ายที่ได้ร้องเพลง นางร้องไห้ และเจ้าจอมคนสุดท้ายของราชวงศ์จักรีที่ยังดำรงชีพและถึงแก่อนิจกรรมในรัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ท่านยังเป็นเจ้าของ กำไลมาศ ที่พระพุทธเจ้าหลวงพระราชทาน เมื่อครั้งถวายตัวเป็นเจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

 

ม.ล.พูนแสง สูตะบุตร ได้เล่าเรื่อง กำไลมาศ เมื่อครั้งที่เจ้าจอมม.ร.ว.สดับ ถึงแก่อนิจกรรม และต้องถอดกำไลมาศออกจากข้อมือของท่าน

 

 

(ภาพประวัติศาสตร์ ทูลเกล้าฯถวายกำไลมาศแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่9 ในวันพระราชทานเพลิงศพ เจ้าจอมม.ร.ว.สดับ ลดาวัลย์ และ คำบอกเล่าเรื่องกำไลมาศเมื่อเจ้าจอมม.ร.ว.สดับ ถึงแก่อนิจกรรม )

 

 

ดิฉัน (ม.ล.พูนแสง สูตะบุตร) พร้อมหมอและพยาบาล ณ ที่นั้น ต้องขนลุกเมื่อถอดกำไลออกมา เมื่อคุณป้า(เจ้าจอมม.ร.ว.สดับ ลดาวัลย์) ถึงแก่อนิจกรรม ดิฉันช่วยทำความสะอาดร่างกายท่านอย่างพิถีพิถัน อยากส่งร่างกายของท่านสู่สวรรค์ด้วยความสะอาด ในใจตอนนั้นดิฉันอดวิตกกังวลไม่ได้ว่าจะปฏิบัติอย่างไรกับกำไลมาศ ถ้าข้อมือของท่านที่ยื่นออกให้ผู้คนที่มารดน้ำเป็นข้อมือที่มีกำไลประวัติศาสตร์นี้สวมอยู่ พวกเขาเหล่านั้นคงเก็บไว้เป็นภาพติดตาตลอดไป แต่ถ้าทางกายภาพหากปล่อยไว้ถึงเย็นเวลารดน้ำแขนเกิดบวมขึ้นตามสภาวะจะทำอย่างไร ว้าวุ่นกับความคิดนี้

 

 

ในที่สุดก็โทรหาคุณพ่อ (ม.ร.ว.แสงสูรย์ ลดาวัลย์) ท่านพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "ถอดเลย ถอดเดี๋ยวนี้ ดุ๊ก(ม.ล.พูนแสง)ต้องเป็นคนถอดเอง! แล้วอัญเชิญใส่พานตั้งที่หัวเตียงให้ใกล้คุณป้ามากที่สุด" ดิฉันโล่งใจ รีบปฏิบัติทันทีที่แต่งร่างของท่านเสร็จ แล้วดิฉันพร้อมหมอและพยาบาล ณ ที่นั้นต้องขนลุกเมื่อถอดกำไลออกมา พระปรมาภิไธย "จุฬาลงกรณ์ ปร" ที่ท้องกำไล กลับปรากฏชัดเจน ไม่เลือนรางเลยสักนิด ทั้งที่คุณป้าใส่มานาน ขณะที่พระราชนิพนธ์สลักรอบอีก 3 ด้านลบเลือนไปหมด ประหนึ่งจะสำแดงถึงพระมหากรุณาธิคุณพระเมตตาที่ปกปักรักษาคุณป้ามาตลอดทั้งชีวิต

 

 

 


กำไลมาสนี้ ถูกอัญเชิญตั้งหน้าโกศศพท่านตลอดช่วงเวลาบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทาน เมื่อถึงวันพระราชทานเพลิงศพ คุณพ่อดิฉันเป็นผู้นำกำไลมาศขึ้นทูลเกล้าถวายฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ส่วนดิฉันนำตู้ทองบรรจุพระทนต์ซึ่งแกะสลักเป็นองค์พระ และล็อคเก็ตทับทิมฝังเพชรบรรจุเส้นพระเจ้าในล้นเกล้าร.5 ที่ทรงจารึกด้วยลายพระหัตถ์ไว้ด้านหลังล็อคเกตว่า"ผมของจุฬาลงกรณ์ให้สดับ วันที่ 9 มิถุนายน ร.ศ.126" ซึ่งคุณป้าอัญเชิญไว้บนหิ้งพระและบูชาทุกคืน ขึ้นทูลเกล้าฯถวาย สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ซึ่งทั้งสองพระองค์เสด็จฯ มาพระราชทานเพลิงศพคุณป้า ณ พลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส สิ่งที่เราทำได้ในฐานะผู้เป็นทายาท ควรนำถวายคืนสู่ที่สูงสุด

 

"กำไลมาศชาตินพคุณแท้ ไม่ปรวนแปรเป็นอื่นย่อมยืนสี เหมือนใจตรงคงคำร่ำพาที จะร้ายดีขอให้เห็นเป็นเสี่ยงทาย ตาปูทองสองดอกตอกสลัก ตรึงความรักรัดอย่าให้หาย แม้รักร่วมสรวมใส่ไว้ติดกาย เมื่อใดวายสวาสดิ์วอดจึงถอดเอย"

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : บทสัมภาษณ์ในนิตยสารแพรว โดย ม.ล.พูนแสง สูตะบุตร หลานสาวเจ้าจอม ม.ร.ว.สดับ ลดาวัลย์

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง