10 สุดยอดเกจิ ผู้มีพลังจิตสูงในอดีต

ศาสนา
โดย เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ วันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2562
10 สุดยอดเกจิ ผู้มีพลังจิตสูงในอดีต

ย้อนกลับไปราวปี พ.ศ. 2452 จังหวัดนครปฐม ได้เปิดชุมนุมพระอาจารย์สำนักต่างๆ ทั่วประเทศไทย มีการทดสอบวิทยาคมและพลังจิต มีพระอาจารย์สำนักต่าง ๆ ทั่วประเทศจำนวนประมาณร้อยกว่าองค์เศษมาร่วมพิธีนี้ โดยการทดสอบกระทำครั้งละ 10 องค์ มีสมเด็จพระสังฆราช ฯ (เข) วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ที่บริเวณวัดพระปฐมเจดีย์ ในการทดสอบครั้งนั้นมีกติกาว่าให้เอาไม้ท่อนมา 1 ท่อน วางไว้บนม้าไม้ 2 ตัว แล้วเอากบไสไม้วางไว้บนท่อนไม้ แล้วประธานฝ่ายสงฆ์จึงบอกกติกาว่า อาจารย์องค์ใด

สามารถทำให้กบไสไม้วิ่งไสไม้บนท่อนไม้ได้โดยที่กบไม่หล่น ทำการทดสอบกันถึงสามวันสามคืน ส่วนมากพระอาจารย์ที่มาจากสำนักต่างๆ ก็สามารถใช้พลังจิตทำให้กบไสไม้เคลื่อนที่ได้เกือบหมดทุกพระอาจารย์ และให้กบไสไม้วิ่งได้ก็มีไม่มีกี่องค์ แต่พอกบที่ไสไม้จะหันหน้ากลับจะทำได้น้อยองค์ ที่ใช้พลังจิตให้กบไสไม้วิ่งขึ้นหน้าแล้วหันหลังกลับได้โดยไม่ใช้มือจับหันกลับ จะมีแค่ 10 พระอาจารย์

10 สุดยอดพระคณาจารย์ ผู้มีพลังจิตสูง ที่ใช้พลังจิตให้กบไสไม้วิ่งขึ้นหน้าแล้ว หันหลังกลับได้โดยไม่ใช้มือจับหันกลับ จะมีแค่ 10 พระอาจารย์ ได้แก่​

1.หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จังหวัดกาญจนบุรี  พระเถราจารย์แห่งจังหวัดกาญจนบุรี อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองบัว ท่านได้เป็นอาจารย์สอนด้านวิปัสสนาและคาถาอาคมให้แก่พระหลายรูป อาทิ พระโสภณสมาจารย์ (เหรียญ) วัดศรีอุปลาราม, พระเทพมงคลรังษี (ดี) วัดเทวสังฆาราม, พระกาญจนวัตรวิบูลย์ (สอน) วัดทุ่งลาดหญ้า, พระโสภณสมณกิจ (หัง) วัดเหนือ, พระราชมงคลวุฒาจารย์ (ใจ) วัดเสด็จ และหนึ่งในศิษย์ฆราวาสคนสำคัญของท่าน คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

 

 

2.หลวงปู่ทอง วัดเขากบ จังหวัดนครสวรรค์​  ท่านมีความเพียรอย่างแรงกล้า ลงมือทำงานบูรณะวัดเขากบที่ฝรั่งใช้เป็นที่เลี้ยงช้างเพื่อชักลากไม้ด้วยตัวท่านเอง ท่านใช้เวลาบูรณะพระเจดีย์ซึ่งยอดหักนานถึง 10 ปี ทำโบสถ์อยู่ 5 ปี นอกจากนั้นยังบูรณะวิหารพระนอน กำแพงวิหาร และร้านบาตร จนเข้ารูปเข้ารอย มีผู้ล่ำลือถึงกิตติศัพท์

 

 

3.หลวงปู่เงิน วัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร​  เมื่อท่านอายุได้ 3 ขวบ ผู้เป็นลุงได้พามาอยู่ที่กรุงเทพฯศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่วัดชนะสงคราม ต่อมา เมื่อท่านอายุ 12 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดชนะสงครามศึกษาพระธรรมวินัย คำภีร์มูลกัจจายน์ เวทมนตร์คาถาและวิทยาการต่างๆ จนแตกฉาน จากนั้น ท่านได้อุปสมบทเมื่ออายุครบ 20 ปี ณ วัดชนะสงคราม มีฉายาว่า "พุทธโชติ" บวชได้ 3 พรรษา ก็ย้ายมาจำพรรษาที่วัดคงคาราม (วัดบางคลานใต้) ต่อมาย้ายเข้าไปอยู่ที่ในหมู่บ้านวังตะโก อยู่ห่างจากวัดคงคารามคนละฝั่งเท่านั้น ตอนที่ย้ายจากวัดคงคาราม หลวงพ่อได้นำกิ่งโพธิ์ติดต้วมาด้วย 1 กิ่งแล้วนำกิ่งโพธิ์นั้นมาปลูกเสี่ยงทาย ถ้าหากต้นโพธิ์ตายก็คงจะอยู่ไม่ได้ ถ้าหากที่นี่จะเป็นวัดได้ขอให้ต้นโพธิ์เจริญงอกงาม ปรากฏว่า ต้นโพธิ์เจริญงอกงามแผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โต หลวงพ่อเงินก็ได้เป็นพระอุปัชฌาย์ที่นี่ด้วย และท่านเป็นเพื่อนกับหลวงปู่ศุข ซึ่งหลวงปู่ศุขก็ได้ฝากกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์มาเป็นลูกศิษย์ด้วย หลวงพ่อเงินถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2464 สิริอายุได้ 111 ปี

 

 

4.หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท​ ท่านเป็ฯพระที่ชาวบ้านต่างพากันเลื่อมใสศรัทธาในวัตรปฏิบัติและพระเวทวิทยาคมของท่าน ท่านได้มีศิษย์เอกเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ คือ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ท่านได้ถ่ายทอดวิชาอาคมต่างๆ ให้กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์จนหมด รวมถึงมีตำนานเกี่ยวกับกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ที่ได้นำผ้าเจียดจากหลวงปู่ศุขไปแจกให้แก่ทหารเรือ เพื่อทำการทดลองอาคม โดยมี ยัง หาญทะเล ซึ่งเป็นทหารคนสำคัญ เป็นผู้รับอาสาทดลอง

 

 

5.หลวงปู่ทา วัดพะเนียงแตก จังหวัดนครปฐม​ ได้รับการยอมรับนับถือกันอย่างกว้างขวาง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงทราบถึงกิติคุณดังกล่าว จึงรับสั่งโปรดเกล้าให้เข้าเฝ้าอยู่เสมอ พระทาก็เป็นเถราจารย์องค์หนึ่งที่พระองค์ท่านโปรดปราน ดังนั้นพระราชพิธีหลวงต่าง ๆ ท่านจะนิมนต์พระทาอยู่เสมอ โดยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์ และทรงแต่งตั้งพระเถระ 4 รูป เพื่อทำหน้าที่พิทักษ์และเฉลิมพระเกียรติองค์พระปฐมเจดีย์ ประจำทั้ง 4 ทิศ

 

 


6.หลวงปู่ปาน วัดบางเหี้ย จังหวัดสมุทรปราการ​ หลวงพ่อปาน ศึกษาทั้งด้านวิปัสสนากรรมฐาน รวมไปถึงไสยศาสตร์ต่างๆ โดยได้รับการถ่ายทอดจากคณาจารย์หลายองค์จนเชี่ยวชาญ ในเวลาต่อมาท่านจึงได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่วัดบางเหี้ยนอก(วัดมงคลโคธาวาส) โดยมีพระซึ่งเป็นสหายสนิทตามมาด้วยองค์หนึ่งชื่อ หลวงพ่อเรือน หลังออกพรรษาท่านและหลวงพ่อเรือนก็เริ่มออกธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆ(ป่าเขา) เป็นประจำ ในพรรษาต่อๆ มาจึงเริ่มมีพระผู้ติดตามมากขึ้นจนกระทั่งออกธุดงค์ครั้งละเป็นร้อยรูป

หลวงพ่อปานและหลวงพ่อเรือนได้ดั้นด้นไปจนถึง วัดอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี เพื่อศึกษาพระธรรมและได้ฝากตัวเป็นสานุศิษย์ของ หลวงพ่อแตง เจ้าอาวาสวัดอ่างศิลา โดยเน้นศึกษาด้านวิปัสนาธุระและไสยเวทมนตร์ต่างๆ จนเมื่อมีความเชี่ยวชาญแล้วจึงได้อำลาพระอาจารย์กลับมาพำนักอยู่ที่วัดบ้านเกิดพร้อมด้วยพระอาจารย์เรือน ณ วัดบางเหี้ย(ปัจจุบันคือวัดมงคลโคธาวาส)

 

 

7.หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง จังหวัดกรุงเทพฯ​ ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสยุโรป หลวงปู่เอี่ยมท่านก็ได้ทำนายไว้ว่าพระองค์ท่านจะบรรลุผลสำเร็จพระบรมราโชบายทุกประการ แต่จะต้องประสบกับสัตว์ที่ดุร้ายในยุโรป และท่านจะต้องทรงขี่มัน หลวงปู่ท่านได้มอบ พระคาถาเสกหญ้าให้ม้ากินและมอบยันต์มงกุฎพระพุทธเจ้าให้กับพระพุทธเจ้าหลวง และจะปกป้องคุ้มครองพระองค์ท่านให้ทรงปลอดภัย และสุดท้ายฝ่ายฝรั่งก็ยอมศิโรราบในที่สุด คำสอนของท่านคือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว

 

 

8.หลวงปู่กลั่น วัดพระญาติ จังหวัดอยุธยา ท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัย และ เรียนรู้วิชาอาคม จนแตกฉาน เมื่อฝึกฝนวิชาต่าง ๆ จนเชี่ยวชาญแล้ว จึงได้ออกธุดงค์ไปทั่วป่าเขาลำเนาไพรเผชิญสัตว์ร้ายนานา จากออกธุดงค์ มาถึงวัดพระญาติการามในเวลาค่ำ ท่านพิจารณาว่า วัดนี้เงียบสงบดี เหมาะแก่การบำเพ็ญสมณธรรม สามารถเจริญสมาธิและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานได้สะดวก ท่านจึงได้ปักกลดพักอยู่ที่บริเวณวัดในคืนนั้น หลวงพ่อกลั่นท่านยังมีวิชาลูกเบา หรือวิชาชาตรี ซึ่งเป็นวิชาอยู่ยงคงกระพันวิชาหนึ่งขอท่าน อำนาจจิตของหลวงพ่อกลั่นนั้นมากมาย

 

 

9.หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จังหวัดนครปฐม ​​เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว วัตถุมงคลของท่านที่นับว่าขึ้นชื่อที่สุดคือ เหรียญเจ้าสัว พระผงยาวาสนา จินดามณี และเบี้ยแก้ที่มีคุณวิเศษทั้งรักษาโรค และ เมตตามหานิยม และแก้เหตุร้ายให้กลายเป็นดี

 

 

10.หลวงปู่จอน วัดดอนรวบ จังหวัดชุมพร​ หลวงพ่อท่านมีกระแสจิตสูงและมีเรื่องราวเล่าขานกันต่อๆ มา มีอยู่วันหนึ่งฝนตกหนัก จนกระทั่งรุ่งเช้าฝนก็ยังไม่หยุดตกพระสงฆ์ก็ออกบิณฑบาตไม่ได้ หลวงพ่อท่านครองจีวรเรียบร้อยก็อุ้มบาตรออกไปบิณฑบาตแต่รูปเดียว โดยเดินฝ่าสายฝนที่ตกหนักไป ท่านออกเดินไปครู่ใหญ่ๆ ก็กลับมาพร้อมกับข้าวเต็มบาตร พอที่พระภายในวัดได้ฉันกันในวันนั้น โดยที่ร่างกายและจีวรของท่านไม่ได้ถูกฝนเลยแม้แต่น้อย

 

 

ขอบคุณข้อมูล :  palungjit.org / siamsouth.com

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง