ครั้งเมื่อ ในหลวง ร.9 ฝึกใช้งานคอมพิวเตอร์ ครั้งแรก

ประวัติศาสตร์
โดย ปิยะนัย เกตุทอง วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2562
ครั้งเมื่อ ในหลวง ร.9 ฝึกใช้งานคอมพิวเตอร์ ครั้งแรก

ลองนึกภาพว่าตอนเราอายุใกล้เกษียณ ถ้าวันหนึ่งมีเทคโนโลยีสุดฮิตเข้ามาอย่างสมาร์ทโฟนที่ล้ำกว่ารุ่นล่าสุดตอนนี้สัก ๑๐ เท่า ซึ่งทำให้การใช้ชีวิตต่างไปจากเดิม ต้องกดปุ่มโน้นนี้เพิ่มเรียนรู้จดจำวิธีการใหม่ๆ เรายังจะขวนขวายอยากรู้อยู่หรือไม่ หลายคนอาจจะตอบว่าไม่เอาแล้ว ขอใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ปล่อยโลกหมุนไปดีกว่า แต่ในหลวง ร.๙ กลับทรงไม่คิดอย่างนั้นเพราะทรงติดตามเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิดและทรงพยายามใช้ให้เกิดประโยชน์ วันนี้เรามีเรื่องในหลวงกับการใช้คอมพิวเตอร์มาเล่าให้ฟัง

 

 

ในหลวง ร.๙ เองก็เริ่มใช้คอมพิวเตอร์ตอนพระชนมายุใกล้ ๖๐ พรรษาแล้ว เมื่อ ม.ล.อัศนี ปราโมช จัดหาคอมพิวเตอร์ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายให้ทรงใช้เพื่อคัดลอก บันทึกโน้ตเพลง แล้วพิมพ์ออกพระราชทานแก่นักดนตรีแทนการเขียนด้วยลายพระหัตถ์ซึ่งใช้เวลามาก เมื่อทรงได้มาก็สนพระทัยดี และเริ่มศึกษาวิธีใช้งานต่างๆ ด้วยพระองค์อย่างจริงจัง ทำให้ทรงสามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์นี้ทำงานได้หลากหลายขึ้น ตัวอย่างเช่นในช่วงปีใหม่ของปีนั้น ก็ทรงเริ่มทดลองเขียนและวาดภาพในคอมพิวเตอร์จนออกมาเป็นบัตรอวยพร น่าเสียดายที่พอทำเสร็จแล้วกลับทรงลืมเซฟ ทำให้ข้อมูลหายหมด แต่ก็ไม่ทรงท้อ แบกเครื่องคอมพิวเตอร์ไปฝึกใช้ต่อที่เชียงใหม่ จนสามารถประดิษฐ์ ส.ค.ส. ด้วยคอมพิวเตอร์ใบแรกได้สำเร็จในปีถัดมาซึ่งถือเป็นสิ่งที่ทันสมัยสุดๆในเวลานั้น

 

 

ต่อมาทรงนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในงานพระอักษรต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านั้นทรงเขียนด้วยลายพระหัตถ์ล้วนๆ แล้วให้เสมียนนำไปพิมพ์ทั้งเรื่องนายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระหรือเรื่องติโต แต่พอถึงคราวหนังสือพระมหาชนก ก็ทรงใช้คอมพิวเตอร์ทั้งพิมพ์และวาดโดยโปรแกรมวาดรูป ทรงวาดภาพพระมหาชนกว่ายน้ำ แล้วมีนางมณีเมขลาเหาะมา พร้อมกับทรงวาดชมพูทวีปหรือประเทศอินเดียโดยเปรียบเทียบกับตำแหน่งบนแผนที่จริง และใช้แผนที่อุตุนิยมวิทยา คำนวณสภาพอากาศด้วยเป็นการเทียบชาดกกับความรู้สมัยใหม่ นอกจากนี้ทรงแปลและพิมพ์พระราชดำรัสที่พระราชทานทุกวันที่ ๔ ธันวาคมของทุกปี ไว้ในคอมพิวเตอร์เช่นกัน รวมไปถึงยังทรงพระราชนิพนธ์อัตชีวประวัติของพระองค์เองเก็บไว้ด้วย เพียงแต่ก็ไม่มีผู้ใดมีโอกาสได้อ่าน

 

 


แต่ไม่ว่าจะทรงใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมากเพียงใด ก็ทรงย้ำเสมอว่าเราควรใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน อย่าตกเป็นทาสของเทคโนโลยีเป็นอันขาด ทรงยกตัวอย่างให้ว่า คนสมัยก่อนการศึกษายังไม่ก้าวหน้า แต่ก็ยังสื่อสารกันรู้เรื่อง แต่น่าแปลกคนยุคหลัง การศึกษาดีเทคโนโลยีทันสมัย ก็เลยปล่อยให้คอมพิวเตอร์คิดแทนหมด ก็เลยไม่ค่อยใช้ความคิด พอไม่ใช้ความคิดก็เลยพูดจากันไม่รู้เรื่อง เรื่องในหลวงกับการใช้คอมพิวเตอร์นี้สอนเราว่าคนเราควรเรียนรู้อยู่เสมอ อย่านำอายุหรือข้ออ้างอื่นๆมาเป็นอุปสรรค นอกจากนั้นยังควรที่จะปรับใช้ความรู้ใหม่ๆนั้นโดยไม่ละเลยความรู้เก่าด้วย

 

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง