แพทย์อังกฤษ รักษาผู้ป่วย HIV คนที่สอง ในประวัติศาสตร์โลกได้สำเร็จ

ข่าว
โดย อำมฤทธิ์ สุระสังข์ วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2562
แพทย์อังกฤษ รักษาผู้ป่วย HIV คนที่สอง ในประวัติศาสตร์โลกได้สำเร็จ

หากพูดถึงโรคร้ายที่คร่าชีวิตมนุษย์เราไปมากที่สุด เชื่อว่า "โรคเอดส์" ที่มีต้นกำเนิดมาจากเชื้อไวรัส HIV (Human immunodeficiency virus) ต้องเป็นหนึ่งในนั้นด้วย ซึ่งโรคดังกล่าวคือระยะร้ายแรงของเชื้อ HIV ที่จะส่งผลถึงขั้นเสียชีวิตได้ กล่าวได้ตั้งแต่ยุคอดีตที่ผ่านมา มนุษย์พยายามหาวิธีการรักษาเพื่อหยุดโรคร้ายนี้ให้ได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งการรอคอยย่อมมีวันสิ้นสุดลง

 

 

ล่าสุด ทีมแพทย์จากประเทศอังกฤษได้ออกมาเปิดเผยว่า "ผู้ป่วยชาวอังกฤษผู้ไม่ประสงค์ออกนามได้เข้ารับการรักษาเชื้อไวรัส HIV ตามกระบวนการ หลังจากพบว่าตัวเองติดเชื้อตั้งแต่ปี 2003 จนกระทั่งในปี 2016 เขาตัดสินใจเข้ารับการรักษา พร้อมกับอาการแทรกซ้อนที่กลายเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง"

 

 

ทีมแพทย์ทำการรักษาด้วยวิธีการปลูกถ่ายไขกระดูก โดยรับเซลล์จากผู้บริจาคที่มียีนส์กลายพันธุ์ CCR5 Delta 32 ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ต่อต้านเชื้อไวรัส HIV ได้ เซลล์พร้อมยีนส์ CCR5 ได้ถูกปลูกถ่ายและเจริญเติบโตในร่างกายผู้ป่วย ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า "การรักษาด้วยยาต้านไวรัส" (Antiretroviral treatment หรือ ART) พร้อมกับรับประทานยาต้านเชื้อ HIV ควบคู่กันไป 

 

 


Ravindra Gupta ผู้เป็นทั้งนายแพทย์ อาจารย์ และนัก HIV วิทยา หนึ่งในทีมแพทย์ผู้ให้การรักษาผู้ป่วยรายนี้ ได้ออกมากล่าวว่าการรักษาผ่านไปด้วยดี และอาการของผู้ป่วยก็ดีขึ้น ถึงแม้จะมีผลข้างเคียงอย่างรุนแรงจากการรักษาในช่วงแรก แต่หลังจากผลข้างเคียงหายไปนั้น ทีมแพทย์ก็พบว่าไม่พบเชื้อไวรัส HIV ในตัวผู้ป่วยแล้ว

 

 

อย่างไรก็ตาม ถือว่ายังเร็วเกินไปหากจะรีบสรุปว่าผู้ป่วยหายขาดจากเชื้อไวรัส HIV และโรคเอดส์ ทีมแพทย์ยังต้องติดตามผลการรักษา และผลข้างเคียงจากการรักษาอย่างต่อเนื่อง Timothy Ray Brown ได้รับการรักษาเชื้อ HIV ในปี 2007 ปัจจุบันได้หายขาดจากเชื้อดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน

 

 

ทั้งนี้ การรักษาเชื้อไวรัส HIV ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองที่ประสบความสำเร็จไปด้วยดี หลังจากที่นาย Timothy Ray Brown ผู้ป่วยชาวอเมริกัน ที่พำนักอยู่ในประเทศเยอรมนี ได้รับการรักษาในวิธีการเดียวกันตั้งแต่ปี 2007 และถึงแม้ว่าการรักษาด้วยวิธีนี้จะมีค่าใช้จ่ายสูง และยังไม่เหมาะสมกับประชาชนทั่วไป แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมนุษย์เพื่อหาทางเอาชนะเชื้อไวรัส HIV กันต่อไป

 


 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง