แพ้เหงื่อ ผื่นผิวหนังเกิดกับผู้ที่มีความไวต่อสิ่งเร้า

สุขภาพ
โดย จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2562
แพ้เหงื่อ ผื่นผิวหนังเกิดกับผู้ที่มีความไวต่อสิ่งเร้า

โรคแพ้เหงื่อจัดเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง หลายคนที่ทำกิจกรรมและออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ แล้วพบว่าตนเองมักจะมีอาการผิดปกติ เมื่อร่างกายมีเหงื่อออกเป็นจำนวนมาก เช่น อาการคัน และมีผื่นคันขึ้นตามเนื้อตามตัวอย่างมากมาย อาจคาดเดาได้ว่าเป็นโรคนี้ ซึ่งเป็นอุปสรรคน่าดูเมื่อต้องทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งในทุกๆ ครั้ง 

 

 

อันที่จริงแล้ว อาการแพ้เหงื่อ เป็นลมพิษชนิดหนึ่งที่เกิดจากความร้อน โดยความร้อนเข้าไปกระตุ้นการทำงานของต่อมเหงื่อ ทำให้เหงื่อหลั่งออกมาพร้อมกับการขึ้นของผื่น หรือบางคนอาจจะมีความผิดปกติของการทำงานของภูมิต้านทานอย่าง สารอิมมิวโนโกลบูลิน (Immunoglobulin-G: IgG) ที่ต่อต้านเหงื่อของตัวเอง จึงทำให้ที่ผิวหนังเกิดเป็นผื่นลมพิษขึ้น

สาเหตุของอาการแพ้เหงื่อ
เมื่อเราทำกิจกรรมอะไรก็ตามที่เป็นการเร่งการทำงานของต่อมเหงื่อ เช่น ออกกำลังกาย อาบน้ำอุ่น อบซาวน่า หรือการสวมเสื้อผ้าที่มีการระบายอากาศได้น้อย สิ่งเหล่านี้ทำให้ต่อมเหงื่อสร้างเหงื่อขึ้นมาเพื่อคลายร้อน เพื่อปรับอุณหภูมิของผิวหนังให้เย็นลง บางคนที่มีความผิดปกติระหว่างผิวหนัง กับเหงื่อ จึงเกิดเป็นลมพิษขึ้น

นอกจากนี้ ปัจจัยที่กระตุ่นให้เกิดอาการแพ้เหงื่อ รวมไปถึงภาวะความเครียด และความวิตกกังวลที่สูงขึ้นด้วย

สาเหตุของอาการแพ้เหงื่อต้องดูให้ลึก เพราะบางคนมีเหงื่อออกแล้วเกิดอาการคัน ทว่าไม่รู้ตัวว่ามีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการแพ้ร่วมด้วย ซึ่งปัจจัยที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้เหงื่อได้ก็มีดังนี้
 
โรคผิวหนังที่เป็นอยู่
          ซึ่งอาจทำให้มีรอยโรคอยู่บนผิวหนัง พร้อมจะก่อปฏิกิริยาบางอย่างกับเหงื่อได้ทันที
 
การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขลักษณะอนามัย
          การอยู่ในที่ที่มีละอองฝุ่นเยอะ มีเชื้อโรค เชื้อรา หรือแบคทีเรียเยอะ เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายขึ้น เพราะเมื่อมีน้ำจากเหงื่อ ประจุไฟฟ้าจะเกิด และเข้าไปจับกับฝุ่นละอองที่ก็มีประจุไฟฟ้าด้วยเช่นเดียวกัน ฉะนั้นฝุ่นและเหงื่อจึงจับตัวอยู่บนผิวหนังเราแน่นมาก และอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ฝุ่นได้
 
ผิวบอบบาง ง่ายต่อการแพ้
          โดยเฉพาะเด็กเล็กหรือผู้ที่มีปัญหาผิวหนังติดสเตียรอยด์ ที่อาจมีผิวบอบบางง่ายต่อการแพ้ และเมื่อมีเหงื่อออก เหงื่อและเชื้อโรคที่รายล้อมอยู่รอบตัวอาจทำให้เกิดผื่นคันขึ้นได้เช่นกัน
 
ปฏิกิริยาต้านเหงื่อของร่างกาย
          สำหรับบางคนอาจมีอาการภูมิแพ้ชนิดที่ร่างกายต่อต้านเหงื่อของตัวเอง ซึ่งจัดเป็นการตอบสนองของเซลล์ภูมิแพ้ที่ผิดปกติ หรือเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันทำงานมากจนเกินไป ทำให้มีความไวต่อเหงื่อมากเป็นพิเศษ

 

แพ้เหงื่อ มีอาการอย่างไร?
คนที่มีอาการแพ้เหงื่อ จะมีผื่นปรากฏที่ผิวหนังที่มีเหงื่อขึ้น โดยเฉพาะบริเวณหน้าอก ใบหน้า แผ่นหลังส่วนบน แขน โดยลักษณะของผื่นอาจขึ้นเป็นปื้นแดง หรือหนานูนเป็นวงกลม อาจจะมีอาการคัน หรือเจ็บแปลบ บริเวณที่มีผื่นอาจมีความรู้สึกอุ่นๆ และอาจคิดว่ามีอาการผิวหนังบวมแดง เมื่อมีผื่นเกิดขึ้นในบริเวณใกล้ๆ กัน


วิธีเช็กอาการแพ้เหงื่อ
โดยส่วนมากแล้วอาการแพ้เหงื่อจะเกิดขึ้น ณ บริเวณที่มีเหงื่อออกมาก เช่น ข้อพับ ขาหนีบ ลำคอ รอบดวงตา และบริเวณใบหน้า เป็นต้น ซึ่งหากมีอาการดังต่อไปนี้ คุณอาจต้องลองปรึกษาแพทย์ผิวหนังอีกที เพราะนี่มันอาการผิดปกติทางผิวหนังชัด ๆ
           มักจะมีอาการคันมากยามเหงื่อออก โดยเฉพาะจุดที่มีเหงื่อออกมากเป็นพิเศษ เช่น ลำคอ ใบหน้า ขาหนีบ แขน ขา ข้อพับ
           เหงื่อออกทีไรมักจะตามมาด้วยผื่นแดงหรือตุ่มใสเป็นประจำ ไม่วาจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดแค่ไหนก็ตาม
           ตุ่มคันหรือผื่นแพ้ที่เกิดบนผิวหนังจะอยู่เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง และสามารถหายไปเองได้ แต่หากเหงื่อออกอีกครั้ง อาการคันก็จะกลับมา
          อย่างไรก็ดี หลายคนคิดว่าตัวเองมีอาการแพ้เหงื่อแล้วสิวขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้วผื่นบนผิวหนังนั้นเป็นผื่นที่เกิดจากการแพ้ ไม่ใช่สิวแต่อย่างใด หรือหากพบว่ามีตุ่มใส ลักษณะคล้ายสิวอักเสบ เคสนี้คงต้องปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อหาสาเหตุของโรคที่แท้จริงนะคะ เนื่องจากอาการแพ้ที่เกิดจากเหงื่อจะแสดงออกมาในรูปของผื่่นคันหรือตุ่มคัน และรอยปื้นแดง ๆ บนผิวหนังเท่านั้น

ตามปกติแล้วอาการแพ้เหงื่อสามารถหายได้เองเมื่อเวลาผ่านไปราว 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แต่อาการแพ้เหงื่อก็เหมือนกันอาการแพ้อื่นๆ ที่หากมีอาการรุนแรงมากๆ ก็อาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน ดังนั้นนอกจากอาการผื่นแดงขึ้นแล้ว หากมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ท้องเสีย วิงเวียนศีรษะ หายใจตื้น หรือหายใจมีเสียงหวีด น้ำลายในปากเยอะกว่าปกติ ความดันโลหิตลดลง และปวดท้องแบบบีบๆ ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน

 

การรักษาโรคแพ้เหงื่อ
โรคแพ้เหงื่อไม่ใช่โรคที่มีความรุนแรงถึงชีวิต และเราสามารถบรรเทาและรักษาอาการแพ้เหงื่อได้ดังวิธีต่อไปนี้
1.อาบน้ำ ล้างคราบเหงื่อ
2.รักษาด้วยสารต้านฮิสตามีน
3.ฝึกร่างกายให้ชินต่ออาการแพ้ 
          แพทย์หญิงสุราศี อิ่มใจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง โรงพยาบาลผิวหนัง อโศก แนะนำว่า การรักษาโรคแพ้เหงื่ออาจทำได้ด้วยวิธี Desensitization หรือการทำให้ร่างกายค่อย ๆ ชินต่ออาการแพ้จนไม่มีปฏิกิริยากับอาการแพ้อีกต่อไป โดยอาจลองฝึกให้ร่างกายอยู่ภายใต้สภาพอากาศที่ร้อน หรือปรับอุณหภูมิให้ค่อย ๆ รู้สึกอุ่นขึ้นทีละหน่อย จนร่างกายไม่มีอาการแพ้เกิดขึ้นอีก

 

อ้างอิงข้อมูลจาก โรงพยาบาลผิวหนัง อโศก , honestdocs


เรื่องที่เกี่ยวข้อง