กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขแนะ ผัก-ผลไม้ ป้องกันภาวะขาดน้ำช่วงหน้าร้อน

สุขภาพ
โดย จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2562
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขแนะ ผัก-ผลไม้ ป้องกันภาวะขาดน้ำช่วงหน้าร้อน

น้ำเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตเป็นอย่างยิ่ง เป็นส่วนประกอบหลักของเลือดซึ่งต้องไหลเวียนไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ต่างๆ รักษาสมดุลเพื่อให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกตินอกจากนี้น้ำในร่างกายยังต้องสมดุลไปกับสภาวะเกลือแร่ด้วย

 

 

ภาวะขาดน้ำ คือ ภาวะที่ร่างกายมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอจนส่งผลต่อการทำงานของระบบไหลเวียนและอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ ไต สมอง ทางเดินอาหาร กล้ามเนื้อ เป็นต้น อาการของภาวะขาดน้ำขึ้นกับความรุนแรง ช่วงต้นจะมีอาการปากแห้ง คอแห้ง กระหาย อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มึนงง วิงเวียน หากขาดน้ำมากขึ้นจะเริ่มกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิต เช่น ปัสสาวะออกน้อย ชีพจรเต้นเบาเร็ว ซึมลง หรือความดันโลหิตต่ำ ซึ่งความรุนแรงที่มากจะส่งผลให้การทำงานของอวัยวะต่างๆล้มเหลว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ไตวายเฉียบพลัน หรืออาจถึงแก่ชีวิตได้ด้วยเช่นกัน

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำประชาชนคลายร้อนเพิ่มน้ำให้กับร่างกายด้วยการดื่มน้ำเปล่า อย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน และกินผักผลไม้ใกล้ตัวซึ่งมีส่วนประกอบของน้ำสูง เช่น แตงกวา คะน้า มะเขือเทศ แตงโม มะละกอ ฝรั่ง และสะระแหน่ ช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำ

 

 

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ช่วงหน้าร้อนอาจทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย เกิดภาวะขาดน้ำได้ การป้องกันจึงควรดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน และกินผัก ผลไม้ ที่มีส่วนประกอบของน้ำเต็มไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งผักและผลไม้หลายชนิดเป็นที่คุ้นเคยหรือกินกันเป็นประจำอยู่แล้ว อุดมไปด้วยน้ำสูงถึงร้อยละ 90 ช่วยลดความร้อนและทำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยทดแทนน้ำในร่างกายที่สูญเสียไปเนื่องจากอากาศร้อนได้เป็นอย่างดี  มีสารต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ช่วยลดการอักเสบจากการเผาไหม้ของแสงแดดในหน้าร้อน ช่วยปกป้องผิวและสายตาจากการถูกทำลายจากแสงแดด ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ได้แก่ แตงกวา , คะน้า , มะเขือเทศ , แตงโม , มะละกอ , ฝรั่ง , สะระแหน่ เป็นสมุนไพรเย็น ช่วยบรรเทาอาการหวัด ขับเหงื่อ ระบายความร้อน มีสารเมนทอลที่มีคุณสมบัติเย็น ใช้ในการรักษาอาการอ่อนเพลียและบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน

 


ทั้งนี้ ในฤดูร้อนโรคท้องร่วงจะมีโอกาสเกิดสูงกว่าฤดูกาลอื่น ๆ หากมีอาการท้องร่วงจะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำหรือเกลือแร่ สามารถดื่มผงเกลือแร่หรือที่เรียกว่า โออาร์เอส (ORS: Oral Rehydration Salts) โดยละลายผงเกลือแร่ในน้ำต้มสุกที่เย็นแล้วตามปริมาตรและวิธีที่ระบุบนฉลาก ดื่มเพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียได้

 


ทางด้าน ดร. แพทย์หญิงสายพิณ โชติวิเชียร ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กล่าวว่า ประชาชนควรเลือกกินผักและผลไม้มากกว่าดื่มน้ำผลไม้เพื่อให้ได้รับใยอาหาร ซึ่งจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ลดการสะสมของคอเลสเตอรอล และช่วยในการขับถ่าย แต่การกินผลไม้ต้องระวังเรื่องน้ำตาลที่แฝงในผลไม้

 

 

ควรเลือกกินผลไม้ รสไม่หวานจัด ควรกินวันละ 3-5 ส่วน ผลไม้ 1 ส่วน เช่น แตงโม 6 ชิ้นคำ หรือมะละกอ 6 ชิ้นคำ หรือ ฝรั่งครึ่งลูก และกินผักอย่างน้อยมื้อละ 2 ทัพพี หน้าร้อนผู้คนมักต้องการดื่มเครื่องดื่มรสหวาน หากรู้สึกอยากดื่มน้ำหวาน ควรเลือกดื่มน้ำผักผลไม้สดจากธรรมชาติ น้ำผลไม้สำเร็จรูป 100 เปอร์เซ็นต์ แต่การกินน้ำผลไม้ก็จะได้รับน้ำตาลสูงกว่าผลไม้สด เพราะจะมีโอกาสกินในปริมาณมากกว่า

 

ควรเลี่ยงเครื่องดื่มรสหวาน เช่น ชาเขียวสำเร็จรูป น้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำสมุนไพร ชา กาแฟ หากเลี่ยงเครื่องดื่มรสหวานไม่ได้ขอให้เลือกสูตรหวานน้อยหรือสั่งหวานน้อย งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว เกิดการขับน้ำออกจากร่างกายเร็วขึ้น เหงื่อออก ปัสสาวะบ่อย ส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว

 

 

การป้องกันภาวะขาดน้ำ
การป้องกัน สามารถทำได้โดยดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการป่วย เช่น อาเจียน ท้องเสีย มีไข้ หลอดลมอักเสบ การติดเชื้อที่กระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น รวมถึงผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนัก ผู้ที่อยู่ในสถานที่ที่มีอากาศร้อนชื้น อากาศหนาวเย็น หรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่สูง และสามารถปฏิบัติได้ตามแนวทางดังต่อไปนี้
-ดื่มน้ำมาก ๆ ทั้งก่อนและหลัง หรือในช่วงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง การเล่นกีฬา การออกกำลังกาย โดยดื่มบ่อย ๆ หรือทุก 15-20 นาที หรือดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ หากมีการออกกำลังกายต่อเนื่องนานกว่า 1 ชั่วโมง ควรหยุดพักจากการออกกำลังกาย หากพบว่ามีอาการวิงเวียนศีรษะ หรือรู้สึกเหนื่อยมาก และเลือกใส่เสื้อผ้าให้เหมาะกับการทำกิจกรรม เช่น เสื้อผ้าสีอ่อน เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เป็นต้น
-ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-12 แก้ว โดยเฉพาะในวันที่มีการรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ไข่ อาหารทะเล พืชตระกูลถั่ว นมไขมันต่ำ เป็นต้น
-หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงเบียร์และไวน์มากเกินไป เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดน้ำ

 

อ้างอิงข้อมูลจาก กรมอนามัย , มหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล , pobpad


เรื่องที่เกี่ยวข้อง