แก้ได้ด้วยตัวเอง! วิธีรักษา "อาการขาบวม ฝ่าเท้าบวม"

สุขภาพ
โดย จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562

เท้าบวม (Swollen Feet) คือ อาการบวมที่เกิดขึ้นตั้งแต่บริเวณเท้าไปจนถึงข้อเท้า อาการนี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุมีทั้งรุนแรงและไม่รุนแรง แต่ถือเป็นสัญญาณที่มีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพ เท้าบวมสามารถรักษาให้ทุเลาลงได้ โดยแพทย์จะรักษาตามสาเหตุ

 

 

อาการบวมที่ขาเป็นปรากฏการณ์ที่น่าเกลียดและไม่น่าพึงประสงค์ ขาคือส่วนหนึ่งของร่างกายที่ต้องทนทุกข์จากการแบกรับน้ำหนักที่มากที่สุด

 

 

ภาระที่ว่านี้สามารถมีสาเหตุมากจากน้ำหนักที่มากเกิน หากคุณยืนอยู่เป็นเวลานานเนื่องจากการทำงาน หรือคุณต้องนั่งอยู่เป็นเวลานานด้วยเหตุผลที่ไม่ต่างกัน ปัจจัยเหล่านี้จะนำไปสู่อาการเหนื่อยล้า น้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น และสุดท้ายก็กลายมาเป็นอาการบวม 

การรักษาอาการเท้าบวม
โดยทั่วไปแล้วหากอาการเท้าบวมเกิดขึ้นจากกิจกรรมในชีวิตประจำหรือการบาดเจ็บเล็กน้อย อาจไม่ต้องรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ แต่ให้ผู้ป่วยดูแลรักษาอาการด้วยตนเองที่บ้าน ซึ่งวิธีที่ช่วยลดอาการบวมของเท้าได้ มีดังต่อไปนี้

 

 

ใส่เสื้อผ้าที่ไม่รัดแน่นจนเกินไป 
หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดบริเวณต้นขา หรือข้อเท้า เพราะอาจทำให้เท้าบวมได้

 

 

กระเทียม
กระเทียมคือส่วนประกอบที่ดีมากซึ่งสามารถนำไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้ ด้วยส่วนผสมจากสมุนไพรจะป้องกันการเกิดขึ้นของอาการบวม เพราะมันจะช่วยขยายหลอดเลือด 

 

 

แมกนีเซียม
หากหลังจากการทำงานหนักมาทั้งวัน ฝ่าเท้าของคุณบวม นั่นอาจเป็นเพราะร่างกายของคุณได้รับแมกนีเซียมไม่เพียงพอ บริโภคอาหารที่มีแมกนีเซียมสูงจะช่วยป้องกันอาการนี้ได้อย่างดีเยี่ยม  การขาดธาตุแมกนีเซียมอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการเท้าบวม ลองปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวัดระดับแมกนีเซียมในร่างกาย ถ้าคุณมีภาวะขาดแมกนีเซียม ลองทานอาหารเสริมที่มีแมกนีเซียมปริมาณ 200 – 400 มก. ต่อวัน แต่หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับภาวะไตหรือโรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงการใช้แมกนีเซียม อย่างไรก็ตาม แมกนีเซียมมีอยู่ในอาหารตามธรรมชาติทั่วไป เช่น ผักใบเขียว ถั่วต่างๆ เมล็ดธัญพืช ปลา ถั่วเหลือง กล้วย และช็อคโกแลต

 

 

น้ำ
หากขาของคุณมีอาการบวมบ่อยๆ คุณควรพยายามเพิ่มของเหลว(น้ำ)เข้าไปในร่างกายให้มากขึ้น วิธีนี้จะทำให้คุณกำจัดเกลือออกจากร่างกายได้อย่างรวดเร็ว และปรับปรุงสุขภาพให้ดีขึ้นได้ คุณคงแปลกใจว่าทำไมถึงยังต้องดื่มน้ำเยอะๆ ในเมื่ออาการเท้าบวมเกิดจากการสะสมของน้ำ แต่การดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน หรือการดื่มชาสมุนไพร สามารถช่วยล้างสารพิษ ล้างโซเดียม และของเหลวส่วนเกินออกไปได้ หรืออาจลองดื่มชาขิงหรือชาดอกแดนดิไลออนเป็นประจำทุกวันก็ช่วยได้ เนื่องจากขิงและดอกแดนดิไลออนเป็นพืชธรรมชาติที่มีคุณสมบัติช่วยขับของเสียและขับปัสสาวะได้ จึงเป็นการชะล้างปริมาณโซเดียมในร่างกายด้วย

 

จำให้ขึ้นใจว่าคาเฟอีนให้ผลลัพธ์ที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง! 
 


ลดปริมาณการรับประทานเกลือ 

 


ช่วยลดการเกิดน้ำส่วนเกินในร่างกายได้ ทำให้อาการบวมลดลง การลดปริมาณการบริโภคเกลือจะช่วยลดการกักเก็บน้ำภายในร่างกาย อาการเท้าบวมอาจเป็นสัญญาณหนึ่งที่บอกว่าคุณอาจทานเค็มมากเกินไป  อาหารที่มีส่วนผสมของเกลือจำนวนมาก ได้แก่ ขนมอบเพรสเซล มันฝรั่งกรอบ ขนมแพนเค้กที่ขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ต อาหารจานด่วนหรือฟาสฟู๊ด และอาหาร ผัก หรือผลไม้กระป๋องต่างๆ อย่างไรก็ตาม แพทย์สามารถให้คำแนะนำได้ว่าปริมาณเกลือเท่าไหร่ที่เหมาะสมกับร่างกายของคุณ

 

สวมผ้ารัดข้อเท้าหรือเท้า เพื่อช่วยลดอาการบวม

 


ผ้ายืดรัดเท้าหรือข้อเท้า มีลักษณะการทำงานคือช่วยกดและกระตุ้นเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้ของเหลวมารวมอยู่ในบริเวณนั้นมากเกินไป และยังช่วยลดการรั่วไหลของของเหลวจากเส้นเลือดฝอย คุณสามารถหาซื้อผ้ายืดรัดเท้าหรือข้อเท้าได้จากร้านขายยาทั่วไป อย่างไรก็ตาม หากมีอาการบวมน้ำในระดับกลางถึงระดับรุนแรงร่วมด้วย คุณควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการใช้และลักษณะของผ้ายืดรัดเท้าหรือข้อเท้าที่เหมาะสม

 

ยกขาให้สูงขึ้นขณะนอนหงาย 

 


เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก หรือพาดขาบนเก้าอี้หรือหมอน หากสามารถหาเก้าอี้สักตัวหรือพื้นต่างระดับที่เราจะสามารถพาดขาได้สูงประมาณ 45 องศาจากพื้นได้ ก็จัดเพื่อคลายอาการปวดเมื่อยขาและเท้าได้เลย เพราะการยกขาให้สูงกว่าระดับลำตัวจะช่วยให้เลือดไหลเวียนสะดวกยิ่งขึ้น ช่วยลดอาการปวดบวมที่เท้าได้ และยังช่วยให้เลือดจากขากลับเข้าสู่หัวใจได้ดีขึ้นอีกด้วย ดังนั้นเราก็พักเท้าสัก 5-10 นาทีไปเลย

 

ยืดเหยียดขาอยู่เสมอ 

 


จะทำให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น สำหรับใครที่รู้สึกปวดเมื่อยน่องมากเป็นพิเศษ แนะนำให้ลองท่านี้เลย โดยเริ่มจากยืนห่างจากผนังประมาณครึ่งช่วงแขน แล้วก้าวเท้าซ้ายไปใกล้ผนัง โดยให้เท้าทั้งสองข้างตั้งฉาก จากนั้นงอเข่าซ้าย แล้วใช้มือสองข้างยันผนังไว้ แล้วเหยียดขาขวาออกไปทางด้านหลังให้มากที่สุดจนขาตึง เข่าตึง ค้างไว้ 10-30 วินาที จากนั้นจึงสลับทำอีกข้าง

 

การแช่เท้าในน้ำอุ่น

 


การบำบัดรักษาด้วยน้ำ หรือ Hydrotherapy เป็นวิธีการรักษาอาการต่างๆ ด้วยการใช้น้ำบำบัดภายนอกร่างกาย โดยเน้นการใช้น้ำร้อนและน้ำเย็นสลับกัน เนื่องจากน้ำอุ่นจะช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ในขณะที่น้ำเย็นจะทำให้เลือดหดตัว วิธีการนี้จะช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิต ซึ่งจะช่วยลดและป้องกันการสะสมของของเหลวบริเวณเท้าและข้อเท้า วิธีการคือ แช่เท้าในน้ำร้อนประมาณ 3-5 นาที จากนั้นแช่น้ำเย็นประมาณ 30-60 วินาที สลับกันไปมาเป็นเวลา 15-20 นาที ทำเช่นนี้ 2 ครั้งต่อวัน จะทำให้อาการเท้าบวมดีขึ้น

 

อ้างอิงข้อมูลจาก honestdocs , pobpad , หมอชาวบ้าน


เรื่องที่เกี่ยวข้อง