อย.ย้ำเตือน ผักที่ ผู้ป่วย "4 โรค" ไม่ควรกิน อาจเปลี่ยนประโยชน์เป็นโทษ

สุขภาพ
โดย ปาริชาติ พ่วงสกุล วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2562
อย.ย้ำเตือน ผักที่ ผู้ป่วย "4 โรค" ไม่ควรกิน อาจเปลี่ยนประโยชน์เป็นโทษ

   โดยทั่วไปแล้วเรามักได้ยินว่า กินผักผลไม้สิดี จะได้แข็งแรงหรือดีต่อร่างกาย แต่สำหรับบางคนแล้วผักผลไม้ที่รับประทานเข้าไปก็อาจก่อให้เกิดผลเสียได้เหมือนกัน โดยเฉพาะในผู้มีโรคประจำตัว งงล่ะสิ กินผักผลไม้ยังมีโทษด้วยหรอ เพราะบางครั้งเมื่อเราเจ็บป่วยด้วยโรคใดโรคหนึ่ง สารอาหารบางประเภทอาจจะส่งผลกระทบกับโรคที่เป็นอยู่ หากไม่รู้และกินไป อาจส่งผลเสียกับชีวิตได้ โดยเฉพาะในผู้มีโรคประจำตัว และแน่นอนที่สุดเพราะหากรับประทานหรือปรุงอาหารไม่ถูกหลักอนามัยก็เสี่ยงอันตรายเช่นกัน

 

 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 2 เม.ย.2561 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เผยแพร่ผ่านทวิตเตอร์ “@FDAThai” โดยให้ข้อมูลว่า 
 

ผู้ป่วยโรคไต

ผู้ป่วยโรคไต ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานผักผลไม้ที่มีสารของกรดออกซาลิกปริมาณสูง อาทิเช่น มันสำปะหลัง ดอกกะหล่ำ ผักโขม ปวยเล้ง เป็นต้น เนื่องจากกรดออกซาลิกสามารถจับกับแคลเซียมตกตะกอนเป็นก้อนนิ่วที่ไต  นอกจากนี้ผู้ป่วยไตเรื้อรังควรหลีกเลี่ยงผักผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น หน่อไม้ ใบขี้เหล็ก ทุเรียน มะละกอ เป็นต้น
 

 


ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย

ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย เป็นโรคเลือดจางที่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรม มีปริมาณธาตุเหล็กสูง แต่ไม่สามารถนำมาสร้างเม็ดเลือดแดงเองได้ ทำให้เกิดภาวะธาตุเหล็กสูงในเลือดซึ่งเป็นอันตราย ฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ตับสัตว์ เครื่องในสัตว์ รวมไปถึงผักผลไม้ที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ผักกูด ถั่วฝักยาว ผักแว่น เห็ดฟาง ใบตำลึง ใบแมงลัก ส้ม เป็นต้น

 

 

ผู้ป่วยโรคไทรอยด์

ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ สิ่งที่ผู้ป่วยกลุ่มนี้พึงระวังคือ พืชวงศ์ Cruciferae ได้แก่ กะหล่ำปลี ทูนิป horseradish และเมล็ดพรรณผักกาดชนิดต่าง ๆ  ซึ่งผลที่เกิดขึ้นคือ จะทำให้เกิดเป็นโรคคอหอยพอก แต่สารพิษเหล่านี้จะถูกทำลายโดยการต้ม จึงควรรับประทานกะหล่ำปลีสุกดีกว่ากะหล่ำปลีดิบ

 

 

ผู้ป่วยโรคกระเพาะและลำไส้

ผู้ป่วยโรคกระเพาะและลำไส้ ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคพริก เพราะจะทำให้กระเพาะอักเสบได้ และยิ่งผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งกระเพาะ หากกินพริกในปริมาณมากจะทำให้อาการของโรคมะเร็งกระเพาะอาหารเป็นมากขึ้น เนื่องจากพริกมีสารที่เรียกว่า แคปไซซิน ซึ่งทำให้เกิดความเผ็ดร้อน พบมากในส่วนของรกพริก(ใส้แกนกลาง)และเมล็ดพริก ดังนั้นความเผ็ดของพริกจึงทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหารและทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้นได้

 

 

กินไม่ระวังอันตรายกว่าที่คุณคิด ทั้งนี้ก็อยากให้ทุกคน ตรวจเช็กดูให้ดีก่อนว่าอาหารผักผลไม้แต่ละชนิดเหมาะกับเราไหม เพื่อความปลอดภัยของชีวิต

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : pca.fda.moph , FDAThai , samunpraibann


เรื่องที่เกี่ยวข้อง