คาถา "บูชาพ่อแม่" สวดก่อนนอนทุกคืน ครอบครัวร่มเย็นเป็นสุข

ศาสนา
โดย จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2562
คาถา "บูชาพ่อแม่" สวดก่อนนอนทุกคืน ครอบครัวร่มเย็นเป็นสุข

พ่อแม่ คือ พระอรหันต์ในบ้าน เรื่องนี้ครูบาอาจารย์ท่านยืนยันไว้หลายท่าน เช่น

 

 

สมเด็จโตที่ได้เทศน์แก่ รัชกาลที่4 ที่เทศน์ไว้ว่า “พระอรหันต์ คือ พระผู้ประเสริฐ" คนเราทั้งหลายพยายามค้นหาพระผู้ประเสริฐ เพียงหวังยึดท่าน เกาะผ้าเหลืองเกาะหลังท่าน เพื่อให้ท่านพาไปสู่ความสุข แม้ว่าท่านจะอยู่ไกลสุดขอบฟ้า คนเราก็ยังคงดั้นด้น ดิ้นรนไปหา เพื่อหวังเพื่อยึดเหนี่ยวบูชา แต่พระที่อยู่ภายในใกล้ตัวที่สุดกลับมองข้าม มองไม่เห็นเหมือนใกล้เกลือกินด่าง อีกน้ำใจของพ่อแม่ที่ให้ต่อลูก มีแต่ความบริสุทธิ์ ไม่คิดหวังสิ่งใดตอบแทน เช่นเดียวกับพระอรหันต์ที่ให้ต่อมนุษย์ ที่มีความบริสุทธิ์เช่นเดียวกัน พ่อ แม่ จึงเปรียบเสมือนพระอรหันต์ของ ลูก"

 

 

คืนนี้มาสวดคาถาบูชาพ่อแม่ก่อนนอน การสวดคาถาบูชาพ่อแม่ทุกครั้งก่อนนอน เป็นอีกหนึ่งวิธีในการตอบแทนพระคุณพ่อแม่ ซึ่งช่วยให้เราและครอบครัวได้อานิสงค์จากการสวด ทำให้มีความสุขและรู้สึกสงบร่มเย็นมากขึ้น สำหรับใครที่ชีวิตไม่ดี ทำอะไรก็ติดๆ ขัดๆ ต้องลองสวดดู มันจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นมาก สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งทำทุกๆวัน จะช่วยสร้างสติ ทำให้มีสมาธิในการตัดสินใจอะไรต่างๆ ในชีวิตได้อย่างมากเลยทีเดียว 

 

1. อิมินาสักกาเรนะ ข้าขอกราบสักการะบูชา อันพระบิดร มารดา ตัวข้าขอน้อมระลึกคุณ ท่านมีเมตตาการุณ อุปการะคุณต่อบุตรธิดา ท่านให้กำเนิดลูกมา ทั้งการศึกษาและอบรม ถึงแม้ลำบากขื่นขม ทุกข์ระทมสักเพียงใด ท่านไม่เคยหวั่นใหว ต่อสิ่งใดที่ใด้เลี้ยงมา พระคุณท่านล้นฟ้า ยิ่งกว่าธาราและแผ่นดิน ข้าขอบูชาเป็นอาจิณ ตราบจนสิ้นดวงชีวา ขอปวงเทพไท้รักษา อันพระบิดรมารดาของข้า เทอญ..

 

 

2. มัยหัง มาตาปิตูนังวะปาเทสุ วันทามิ สาทะรัง (กราบ 1 ครั้ง)

3. อะนันตะคุณะ สัมปันนา ชะเนติชะนากา อุโภ มัยหัง มาตา ปิตูนังวะ ปาทา วันทามิ สาทะรัง

 

 

หลังจากสวดบูชาแล้ว หากสะดวกก็ทำพิธีขออโหสิกรรมต่อเลยก็ได้ โดยให้เตรียมน้ำโรยดอกมะลิไปหนึ่งขัน แล้วพูดว่า "กายกัมมัง วจีกัมมัง มโนกัมมัง โย โทโส อันว่าโทษใดความผิดอันใด ที่ข้าพเจ้าพลั้งเผลอสติไป ด้วยกายก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขอใหคุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย คุณพี่ คุณน้อง อโหสิกรรมให้ด้วย" หลังจากนั้นราดน้ำรดมือ รดเท้า


หลายครั้งต่อหลายครั้ง ที่เรามักจะได้ยินคำบอกเล่าจากพ่อแก่แม่เฒ่าว่า ไม่มีพรใดหรอกที่จะดีไปกว่าการได้รับพรจากพ่อแม่ และผ้าถุงแม่นี่แหละคือเครื่องรางชั้นดีที่มีที่เดียวในโลก เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น

 

 

ครั้งหนึ่งหลวงปู่ดู่ได้เล่าถึงการปลุกเสกของขลัง ไว้ว่า...

“พวกติดคุกติดตะรางหรือไอ้เสือทั้งหลายเหล่านี้ มักจะมีความสามารถทางคงกระพันชาตรี แล้วเกิดฮึกเหิมขาดศีลธรรม ทำให้เขาต้องประพฤติตัวออกนอกลู่นอกทางไปในที่สุด บางคนไม่มีพระ ไม่มีคาถาอาคม ก็ยังสามารถรอดจากภยันตรายได้ เรื่องมีว่า มีคนเหนือไปทำงานแถบปราจีนบุรี ซึ่งมีพวกเขมรมาก และเกิดไปขัดใจกับพวกนั้น พวกเขมรนั้นเก่งทางทำของ ทำคุณไสย เขาก็ปล่อยมาให้เจ้าคนนี้ แต่ก็น่าแปลกใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้ จนในที่สุดคนทำของเกิดความสงสัยจึงไปถาม

 

 

เขาตอบว่า "ไม่มีเครื่องรางของขลังอะไรเลย คาถาอาคมก็ไม่มี แต่ก่อนจะนอนทุกคืนต้องกราบหมอน ไหว้พ่อไหว้แม่ เป็นเช่นนี้มิได้ขาด"

คนทำของจึงบอกว่า "คืนนี้แกอย่าไหว้พ่อ ไหว้แม่นะ ข้าจะปล่อยของแล้วจะแก้ให้"

เขาก็ทำตาม ตอนนี้เป็นเพื่อนกันแล้ว คืนนั้นก็ปล่อยของเข้าตัวได้ แล้วเขาก็แก้ให้ นี่ขนาดไหว้พ่อ ไหว้แม่นะ ทำให้จริงยังสามารถป้องกันตัวได้ หลวงปู่สอนให้พวกเรามีความกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ และผู้มีพระคุณทั้งหลาย ซึ่งถือเป็นคุณธรรมที่ควรประพฤติปฏิบัติ ดังพุทธภาษิตว่า "นิมิตตัง สาธุ รูปานัง กตัญญูกตเวทิตา" ความกตัญญูกตเวทิตา เป็นเครื่องหมายของคนดี

 

***ความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารณญาณ

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง