"กรมหลวงบาทบริจา" พระอัครมเหสีในสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

ประวัติศาสตร์
โดย เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
"กรมหลวงบาทบริจา" พระอัครมเหสีในสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

 

             พระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชนั้น ยังคงเป็นปริศนาอยู่หลายข้อ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ยอดนักรบ ทรงทำการศึกสงครามมาตลอดทั้งพระชนม์ชีพ แต่มีใครหารู้ไม่ว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินนั้น พระองค์ก็ทรงมีพระมเหสีด้วย แต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงมากเท่าไหร่นัก เพราะหากถ้าเอ่ยถึงพระนามของพระองค์ ก็ทรงจะคิดถึงแต่เรื่องของการทำศึกสงคราม การรบของพระองค์ที่ทำให้เรามีแผ่นดินอยู่มาถึงทุกวันนี้

 

 

 

          กรมหลวงบาทบริจา มีพระนามเดิมว่า สอน หรือ ส่อน เป็นพระอัครมเหสีในสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ที่เป็นชายาแต่เดิมก่อนการขึ้นครองราชย์และได้รับการสถาปนาเป็นอัครมเหสีภายหลัง หลังการผลัดแผ่นดินจากการปราบดาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระองค์ถูกถอดพระอิสริยยศเป็นสามัญชนตามเดิมว่า หม่อมสอน แม้กระนั้นท่านก็ได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชูจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสา กรมพระยาเทพสุดาวดี และดำรงชีวิตอยู่ในธนบุรีอย่างเงียบ ๆ

 

          กรมหลวงบาทบริจา ชาววังออกพระนามว่า สมเด็จพระอัครมเหสี (หอกลาง) หรือ เจ้าส่อนหอกลาง หรือ เจ้าครอกหอกลาง มีพระนามเดิมว่า สอน หรือ ส่อนจุลลดา ภักดีภูมินทร์แสดงความเห็นว่าพระองค์น่าจะมีพระนามเดิมว่า "สอน" มากกว่า "ส่อน" โดยให้เหตุผลว่าคนในอดีตมักใช้วรรณยุกต์พร่ำเพรื่อเกินจำเป็น ทั้งนี้ไม่ทราบบิดามารดาของพระองค์ว่าสืบมาจากสายสกุลใด จึงเป็นไปได้ว่าอาจเป็นเพียงหญิงสามัญซึ่งมิได้มาจากตระกูลใหญ่หรือมีสายสัมพันธ์กับชนชั้นผู้ดีในสมัยอยุธยา ทั้งนี้นิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าสินอาจแต่งงานกับสอนก่อนหน้าดำรงตำแหน่งพระยาตาก และมองว่าสอนมิใคร่มีญาติสนิทมากนัก

 

(พระสถูปบรรจุพระบรมอัฐิของกรมหลวงบาทบริจา หน้าพระอุโบสถหลังเดิม วัดอินทารามวรวิหาร แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร)

 

           พระประวัติของพระองค์ปรากฏใน อภินิหารบรรพบุรุษ ว่าเป็นพระอรรคชายาเดิม มีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เป็นเจ้าฟ้าชาย แต่ปรากฏว่าประสูติแล้วก็สิ้นพระชนม์จึงไม่ปรากฏพระนาม ส่วนหนังสือ ลำดับสกุลเก่าบางสกุล ภาค 1 และ ภาค 4 ระบุตรงกันว่าพระองค์มีพระราชบุตรสองพระองค์ คือ เจ้าฟ้าจุ้ยและเจ้าฟ้าน้อย

         สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นดำรงพระอิสริยยศเป็น กรมหลวงบาทบริจา แม้จะเป็นพระอัครมเหสีแต่พระองค์ก็เป็นพระอัครมเหสีที่มิได้เป็นเจ้ามาแต่เดิม เมื่อมีพระประสูติกาลพระราชบุตร พระราชบุตรที่ประสูติจึงมีพระยศเป็น พระองค์เจ้า แล้วจึงได้รับการสถาปนาเป็น เจ้าฟ้า ภายหลัง โดยกรมขุนอินทรพิทักษ์พระโอรสองค์ใหญ่ เคยมีเรื่องหมางพระทัยกับสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี แล้วพาลมาถึงกรมหลวงบาทบริจาด้วย ถึงกับออกคำสั่งขับกรมหลวงบาทบริจาออกจากวังไปประทับกับพระราชโอรสพระองค์นั้น ดังปรากฏในจดหมายเหตุของกรมหลวงนรินทรเทวีคือ "ขับเจ้าหอกลางไปอยู่ที่วังนอก" ทว่าภายหลังเมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีหายพิโรธแล้วก็ได้หมายพระทัยที่จะรั้งพระโอรสพระองค์นี้ครองกรุงกัมพูชาสืบไป

 

(กรมหลวงบาทบริจา พระอัครมเหสีในสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ในซีรี่ส์ ศรีอโยธยา 2 รับบทโดย แอฟ ทักษอร )

 

 


 

            เมื่อเกิดการผลัดแผ่นดินสิ้นรัชสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พระองค์และกรมหลวงเทวินทรสุดา ได้รับโปรดเกล้าฯ ลดพระอิสริยยศเป็น "หม่อมสอน" และ "หม่อมอั๋น" ตามลำดับ ส่วนพระบรมวงศานุวงศ์ซึ่งเป็นชายในราชวงศ์ธนบุรีส่วนใหญ่มักถูกประหารพร้อมกับเหล่าขุนนาง ส่วนพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหญิงก็ต้องโทษจองจำไว้ ดังปรากฏในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชเลขา ความว่า

"ยังเหลืออยู่แต่พระราชบุตร และบุตรีน้อย ๆ มีเจ้าฟ้าสุพันธุวงศ์ [เจ้าฟ้าเหม็น] อันเป็นพระราชนัดดาของพระองค์นั้นเป็นต้น และเจ้าฮั้น [กรมหลวงเทวินทรสุดา] ซึ่งเป็นน้าของเจ้าตากสิน และเจ้าส่อนหอกลางซึ่งเป็นกรมหลวงบาทบริจาอัครมเหสี กับญาติวงศ์ซึ่งเป็นหญิงนั้นให้จำไว้ทั้งสิ้น"

 

 

           หลังจากการผลัดแผ่นดิน จุลลดา ภักดีภูมินทร์อ้างว่า พระองค์ดำรงพระชนม์อย่างสงบในธนบุรีนั้นเอง โดยมีผู้คอยอุปถัมภ์ค้ำชูอยู่ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสา กรมพระยาเทพสุดาวดีพระเชษฐภคินีพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ด้วยมีความสนิทสนมคุ้นเคยมาตั้งแต่อาศัยในกรุงเก่าด้วยกัน แม้ตัวจะมิใช่เจ้าแล้ว แต่คนในแวดวงยังคงเรียกขานว่า เจ้าสอนหอกลาง หรือ เจ้าส่อนหอกลาง ตามเดิม

 

           กรมหลวงบาทบริจา มีพระราชโอรสสองพระองค์ คือ กรมขุนอินทรพิทักษ์ เป็นพระมหาอุปราชครั้งกรุงธนบุรี ถูกสำเร็จโทษในรัชกาลที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2325 เป็นต้นสกุลสินสุข และอินทรโยธิน และเจ้าฟ้าน้อย ถูกสำเร็จโทษในรัชกาลที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2325 ตามพระราชบิดาคราวเดียวกับพระเชษฐา ไม่มีวงศ์สืบราชสกุล

 

ขอบคุณภาพจาก : เพจ  SriAyodhaya Official

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง