นึกว่าประหยัดไฟ! ไขข้อข้องใจ 6 เรื่องจริงที่ "เข้าใจผิดมานาน" จบปัญหาค่าไฟสุดแพง

บ้านและสวน
โดย จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2562

สิ้นเดือนทีไรก็มีบิลค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระยาวเป็นหางว่าว หลัก ๆ ก็ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าโทรศัพท์มือถือ แต่มีใครเคยสังเกตตัวเลขบนบิลค่าใช้จ่ายเหล่านี้บ้างไหมเอ่ย ว่ามันมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเดือนเลย โดยเฉพาะค่าไฟ ที่เอะอะก็ปรับค่า Ft ทำให้ค่าไฟสูงขึ้นอยู่บ่อย ๆ ฉะนั้นมัวแต่นิ่งดูดายไม่ไหวแล้วและวันนี้เราจะมาไขข้อสงสัย 6 สิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดเกี่ยวกับการประหยัดไฟมาฝาก

 

 

การใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนทั่วโลกนั้นแตกต่างกันอย่างมหาศาลแม้แต่ในประเทศอุตสาหกรรม โดยในครัวเรือนขนาดทั่วไปของประเทศแถบยุโรปใช้พลังงาน 4,667 กิโลวัตต์ชั่วโมง ในขณะที่ครัวเรือนในสหรัฐอเมริกาใช้ 11,209 กิโลวัตต์ชั่วโมง และในประเทศญี่ปุ่นใช้ 5,945 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ครัวเรือนในสหรัฐอเมริกาใช้หลอดไฟมากกว่ายุโรปถึง 3 เท่า และใช้ตู้เย็นมากกว่ายุโรป 2 เท่า แต่นี่ไม่ได้สะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐและยุโรปมีความสะดวกสบายต่างกัน  

 

 

เพราะมีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งกินไฟน้อยกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น 2-10 เท่า ทั้งๆ ที่มีการทำงานเหมือนกัน และส่วนใหญ่มีคุณภาพดีกว่าด้วย  การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดนั้น ทำให้ครัวเรือนขนาดทั่วไปใช้ไฟฟ้าลดลงถึง 1,300 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี โดยได้รับความสะดวกสบายเหมือนเดิม ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกาเกือบ 10 เท่า

 

 

ซึ่งไฟฟ้าถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของคนเราไปแล้ว เพราะมันช่วยอำนวยสะดวกทางด้านต่างๆได้ดีมากถึงมากที่สุด และยังทำให้ชีวิตประจำวันของเราราบรื่น ไม่ว่าจะตื่น กิน นอน เล่น แต่เมื่อเป็นเช่นนี้จึงมีปัญหาอีกหนึ่งอย่างที่พุ่งเข้าหานั่นก็คือ ค่าไฟที่พุ่งกระฉูดเกิดขึ้น รัฐบาลยังต้องออกมาประกาศรณรงค์ประหยัดไฟฟ้ากันเลยล่ะเดี๋ยวนี้…

 

 

1. เปิดแอร์ 25 องศาประหยัดไฟที่สุด
ไม่จริง:คนไทยเป็นมนุษย์เมืองร้อนซะเปล่า แต่ดันเปิดแอร์กันซะ 18-24 องศาเพราะอยากให้เย็นไวๆ ทั้งที่ความจริง 26-28 องศาก็เย็นแล้ว ทางการเลยต้องออกมารณรงค์ให้เปิดแอร์ที่ 25 องศากันเพราะมันกลางๆ สามารถทำให้พวกเธอช่วยกันประหยัดไฟได้ในระดับหนึ่งที่เธอเองก็จะไม่รู้สึกว่ามีผลกระทบอะไร แต่จริงๆถ้าพูดว่าอยากประหยัดค่าไฟแอร์ แนะนำให้ล้างแอร์บ่อยๆ เพราะฝุ่นที่เกาะเป็นกำแพงหนายิ่งทำให้แอร์ต้องทำงานหนัก ค่าไฟเลยงอกเงย ทั่วไปก็ครึ่งปีล้างที ดีต่อใจดีต่อกระเป๋าเงิน

 

 

2. เปิด-ปิดแอร์บ่อย เปลืองไฟ
ไม่จริง:การเปิดแอร์ค้างไว้นานๆต่างหากที่เปลืองไฟ จริงอยู่ว่าช่วงที่กดสวิตช์เปิด-ปิดแอร์ ต้องใช้พลังงานค่อนข้างสูงที่จะจุดให้แอร์ทำงาน แต่มันก็แค่ระยะกระพริบตาเท่านั้นเอง ต่อให้เธอกดเปิด-ปิดแอร์เป็นจังหวะสามช่าติดต่อกัน 3 รอบ ก็ยังเสียค่าไฟน้อยกว่าการเปิดแอร์ค้างไว้ 1 ชั่วโมงอยู่ดี แต่ก็ไม่ควรทำบ่อยๆนะ ถึงไม่เปลืองไฟ แต่ก็ทำให้เครื่องยนต์แอร์ทำงานหนักเกิน อายุแอร์อาจสั้นลงได้

 

 

3. ตู้เย็นเล็กประหยัดกว่าตู้เย็นใหญ่
ไม่จริง:ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็กินไฟเท่ากันนั่นแหละ แต่ถ้าอยากให้ประหยัด ควรตั้งตู้เย็นให้ห่างจากผนังสัก 15 ซม. เพื่อให้ระบบระบายความร้อนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอย่าตั้งตู้เย็นไว้ใกล้แหล่งความร้อน ไม่ว่าจะหม้อหุงข้าว หรือเตาไฟฟ้า เพราะระบบระบายความร้อนมันจะทำงานหนักขึ้น ความร้อนตีกันไปหมด

 

 

4. ใช้รีโมทปิดทีวี เปลืองกว่าเดินไปกดปิดที่เครื่อง
ไม่จริง:การปิดทีวี ไม่ว่าจะปิดตรงไหน วิธีไหน ยังไงก็เปลืองไฟถ้าปลั๊กยังเสียบคาไว้อยู่ ถ้าอยากให้ประหยัดจริงๆ ถนอมไว้จริงๆ แนะนำให้เดินไปถอดปลั๊กทีวีออกด้วย เพราะถ้ายังเสียบไว้ ไฟฟ้าก็ยังสามารถเข้าไปหล่อเลี้ยงวงจรส่วนหนึ่งได้อยู่ดี ไม่งั้นก็เปลี่ยนมาเสียบปลั๊กทีวีเข้ากับปลั๊กสามตาที่มีสวิตช์เปิด-ปิด จะได้ง่าย ไม่ต้องกลัวสายไฟขาดจากการดึงปลั๊กเข้า-ออกด้วยจ้า

 

 

5. ใช้ Earth Leak Circuit Breaker  แล้วจะประหยัดไฟ
การติดตั้ง  Earth Leak Circuit Breaker หรือเครื่องตัดไฟทันทีที่เกิดไฟลัดวงจร  ทั่วไปแล้วเขามีไว้เพื่อตัดกระแสไฟฟ้าในระบบไฟของบ้าน ช่วยแก้ปัญหาไฟรั่วแล้วตรวจสอบสาเหตุได้ยาก โดยเฉพาะระบบการเดินท่อแบบหุ้ม หรือฝังในผนังอาคารและโครงสร้างอาคารได้เป็นอย่างดี แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องประหยัดไฟฟ้าเลย

 

 

6.ประเทศไทย ระวังการใช้  Bay window
หน้าต่างแบบ Bay window  ที่มีรูปแบบสวยงาม เป็นหน้าต่างที่เหมาะสมกับประเทศในเขตภูมิอากาศหนาว ซึ่งต้องการรับแสงแดดและแสงสว่าง เพื่อสร้างความอบอุ่นในอาคารบ้านเรือน ฝรั่งจึงต้องทำให้มีส่วนใดส่วนหนึงของบ้านยื่นออกไปรับแสงแดด   ซึ่งตรงข้ามกับแนวทางการออกแบบในประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง ที่แดดจัด แดดแรง การสร้างบ้านจึงต้อนเน้นเรื่องการบังแดด  ดังนั้นใครที่คิดว่าอยากจะได้ Bay window  เหมือนบ้านของชาวตะวันตกก็ควรจะพิจารณาทิศทางและตำแหน่งการออกแบบหน้าต่างดังกล่างให้สอดคล้องกับทิศแดดและลมของประเทศไทยด้วย

 


และวันนี้เรายังมี 10 วิธีประหยัดไฟ ลดค่าไฟได้ผลจริงมาฝาก แต่จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย..

 


1. ลดการใช้แอร์
บ้านไหนที่มีแอร์ก็ควรเปิดใช้แอร์เท่าที่จำเป็น เช่น เปิดในวันที่รู้สึกร้อนมากจริง ๆ อีกทั้งควรเปิดแอร์ในอุณภูมิที่พอเหมาะ โดยเปิดแอร์ที่ 25 องศาก็พอ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่นอนไม่หลับหากไม่เปิดแอร์ ก็เปลี่ยนมาเปิดแอร์ช่วง 1- 2 ชั่วโมงแรกก่อนจะนอนหลับก็ได้ ตั้งเวลาปิดแอร์เอาไว้ให้เรียบร้อย และอย่าลืมสำรวจประตูหน้าต่าง และช่องโหว่ทุกช่องในห้องนอนก่อนด้วย เพียงแค่นี้ก็ช่วยประหยัดไฟได้เยอะแล้วล่ะ

 

 

2. เว้นระยะห่างการใช้งานเครื่องดูดฝุ่น
ถ้าบ้านคุณไม่ได้เลี้ยงสัตว์ และปกติก็ไม่ค่อยมีฝุ่นมากมายเท่าไรนัก ก็สามารถเว้นระยะห่างการใช้งานเครื่องดูดฝุ่นจากดูดฝุ่นทุกสัปดาห์ เป็นดูดฝุ่น 2- 3 ครั้งต่อเดือนก็ได้ วิธีนี้ก็ช่วยลดปริมาณการใช้ไฟให้คุณได้เยอะเช่นกัน

 

 

3. ถอดปลั๊กทุกครั้งหลังใช้งาน
เพียงแค่ปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้า ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นการตัดกระแสไฟเลยซะทีเดียว เพราะตราบใดที่ปลั๊กยังเสียบอยู่กับเต้ารับ ตราบนั้นก็ยังคงมีกระแสไฟไหลวนเพื่อให้คุณเปิดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้โดย ทันที โดยเฉพาะคนที่ชอบเปิดโหมดพักหน้าจอคอมพิวเตอร์ไว้เอา เพียงแค่ 1 ชั่วโมงก็สูญเสียกระแสไฟไปไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไรแล้ว และในเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก็ควรถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานออกทุกครั้งด้วยจะดีที่สุด

 

 

4. เลือกใช้หลอดไฟฟลูออเรสเซ้นส์
หลอดไฟฟลูออเรสเซ้นส์มีราคาแพงกว่าหลอดไฟชนิดอื่นก็จริง แต่หลอดไฟฟลูออเรสเซ้นส์สามารถช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าหลอดไฟชนิดอื่นถึง 75% เลยทีเดียว แถมยังมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า หรือพูดง่าย ๆ ว่ามีความทนทานมากพอสมควรเลยด้วยนะ อย่างนี้ก็รู้แล้วใช่ไหมล่ะว่า ควรต้องเลือกใช้ไฟแบบไหนถึงจะประหยัดไฟ และคุ้มค่าเม็ดเงินมากกว่า

 

 

5. ซักรีดเสื้อผ้าในคราวเดียว
เครื่องซักผ้า และเตารีดเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กินไฟ มากเช่นกัน ดังนั้นหากคุณจะซักรีดเสื้อผ้า ก็ควรซักรีดเสื้อผ้าคราวละมาก ๆ ครั้งเดียว หรืออย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็ได้ วิธีนี้จะช่วยให้คุณประหยัดไฟได้อีกมากโขเลย

 

 

6. ใช้งานอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ให้น้อยลง
บรรดาเครื่องปั่น เตาไมโครเวฟ กระทะไฟฟ้า รวมไปถึงเตาอบ จัดว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทฟุ่มเฟือย ที่กินไฟฟ้าไม่น้อยเลยทีเดียว ฉะนั้นหากเป็นไปได้ลองลดความถี่การใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ดู แล้วมาเปรียบเทียบจากค่าไฟปลายเดือนกันดีกว่า

 

 

7. จัดการตู้เย็นให้สะอาดและเป็นระเบียบ
ใครที่ชอบสะสมของกินไว้ในตู้เย็นวันละนิดวันละหน่อย แต่สุดท้ายก็ลืมทิ้งไว้ให้เน่าเสียคาตู้เย็น รู้ไหมคะว่าพฤติกรรมแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวเลขในบิลค่าไฟพุ่งสูง ขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งยังทำให้ตู้เย็นของคุณสกปรก เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรีย ส่งผลกระทบกับสุขภาพร่างกายได้ง่าย ๆ อีกด้วย

 

 

8. เมินที่โกนหนวดไฟฟ้า และแปรงไฟฟ้า
ลำพังแค่แปรงสีฟันธรรมดา และมีดโกนหนวดแบบปกติก็สามารถทำความสะอาดช่องปากและใบหน้าของคุณได้หมดจดมาก พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์อย่างที่โกนหนวดไฟฟ้า และแปรงไฟฟ้าเลยสักนิด แถมยังช่วยประหยัดไฟที่ต้องชาร์จแบตให้คุณได้อีกเยอะเลย

 

 

9. ปิดไฟดวงที่ไม่ได้ใช้งาน
หลายคนชอบเปิดไฟทั่วบ้าน เพราะอยากให้บ้านดูสว่างไสว แต่หากได้เห็นบิลค่าไฟตอนสิ้นเดือนแล้วก็คงตกใจน่าดูใช่ไหมล่ะ ฉะนั้นก็ปิดไฟดวงที่ไม่ได้ใช้งานจะดีกว่า แล้วออกจากบ้านทุกครั้งก็ควรเดินสำรวจให้รอบบ้านด้วยว่า มีไฟดวงไหนที่เปิดค้างอยู่หรือเปล่า ค่าไฟในบ้านจะได้ไม่พุ่งสูงมากนัก

 

 

10. ลงทุนติดตั้งเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหว
สำหรับคนที่ขี้หลงขี้ลืมขนาดหนัก อาจจะลงทุนครั้งใหญ่กับการติดตั้งเซ็นเซอร์จับสัญญาณการเคลื่อนไหวไว้รอบ ๆ บ้านก็ได้ ตัวเซ็นเซอร์นี้จะช่วยเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ ๆ ในบ้านเวลาที่มีคนเดินเข้ามา และอยู่ในห้องนั้น แต่หากตัวเซ็นเตอร์จับการเคลื่อนไหวของคนไม่ได้ ก็จะจัดการปิดไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้อัตโนมัติ เจ๋งแถมช่วยประหยัดไฟได้อีก

 

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง