น้อมรำลึก! "เจ้าฟ้านิภานภดล" พระราชธิดา ร.๕ ผู้มีพระทัยเด็ดเดี่ยวสมกับทรงเป็น "ขัตติยนารี"

ประวัติศาสตร์
โดย เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562
น้อมรำลึก! "เจ้าฟ้านิภานภดล" พระราชธิดา ร.๕ ผู้มีพระทัยเด็ดเดี่ยวสมกับทรงเป็น "ขัตติยนารี"

 

             เนื่องในวันที่ ๒๙ มกราคม เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี เป็นพระราชธิดาองค์ที่ ๓ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ผู้มีพระทัยอันเด็ดเดี่ยวสมกับเป็นยอดขัตติยนารีแห่งยุคประชาธิปไตย

 

 

            นอกจากนี้ เมื่อสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสยุโรปเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๐ ก็มีพระราชหัตถเลขามาถึงพระเจ้าลูกเธอพระองค์นี้ ซึ่งพระราชหัตเลขาเหล่านั้นได้นำมารวมรวบเป็นหนังสือพระราชนิพนธ์ไกลบ้านในเวลาต่อมา

  

 

           สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ประสูติ ณ วันเสาร์ ที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๒๙ เมื่อแรกประสูติมีพระนามว่า "พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้านิภานภดล"

 

 

           เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระราชโอรสและพระราชธิดาที่ประสูติแต่พระอรรคชายาเธอขึ้นเป็นเจ้าฟ้า ดังนั้น พระองค์จึงได้รับสถาปนาขึ้นเป็น "พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านิภานภดล" หลังจากนั้น ในปี พ.ศ. ๒๔๔๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระสุพรรณบัตรเฉลิมพระนามาภิไธยสถาปนาขึ้นเป็น "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี" หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการสถาปนาพระองค์ขึ้นเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามว่า "สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี" พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตรัสเรียกพระองค์ว่า "หญิงเล็กนิภา" และชาววังเรียกพระองค์ว่า "สมเด็จหญิงน้อย" พระองค์มีพระเชษฐาและพระเชษฐภคินีที่ประสูติร่วมพระมารดาอีก ๓ พระองค์ ซึ่งมีพระนามที่คล้องจองกัน ได้แก่ สมเด็จเจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร สมเด็จเจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี สมเด็จเจ้าฟ้ามาลินีนพดารา และสมเด็จเจ้าฟ้านิภานภดล หญิงน้อยหรือสมเด็จหญิงน้อย เป็นพระราชธิดารุ่นเล็กในพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ 

 

 

             สมเด็จหญิงน้อยเป็นพระราชธิดาที่พระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดมากนัก พระองค์เกิดมาในบรรยากาศแห่งความสุขความอบอุ่นในราชสำนักฝ่ายใน ได้รับการศึกษาอย่างชนชั้นสูง ทำให้มีความรู้ความสามารถในหลายๆด้าน พระองค์ทรงโปรดที่จะใช้เวลาว่างในการสอนหนังสือให้แก่เด็กๆ เพราะทรงรู้ว่าการศึกษานั้นเป็นสิ่งสำคัญ ทรงมีพระอุปนิสัยใจเย็น มักจะทรงพระดำเนินช้าๆ ตรัสช้าๆ กริยานิ่มนวล แล้วเป็นเจ้านายที่แย้มพระสรวลง่าย (ยิ้มง่าย) นับได้ว่าเป็นพระราชธิดาที่พระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดนัก ถ้าพูดตามภาษาชาวบ้านก็ถือว่าเป็นลูกรักเลยทีเดียว 

 

            ชีวิตและโชคชะตาของพระองค์ก็ใช่ว่าจะพบเจอแต่ความสุขความสบายเสมอไป ไม่นานนักพระองค์ก็ต้องสูญเสียผู้เป็นที่รักไปทีละคนๆ เริ่มจากการสิ้นพระชนม์ของจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี ในปี ๒๔๓๒ ตามมาด้วยการสวรรคตของพระเจ้าอยู่หัวผู้เป็นพ่อ ในปี ๒๔๕๓ ตามมาด้วยการสิ้นพระชนม์ของเจ้าฟ้ามาลินีนพดารา ในปี ๒๔๖๗ ตามาด้วยการสิ้นพระชนม์ของพระวิมาดาเธอ ผู้เป็นแม่ ในปี ๒๔๗๒ ไม่นานนักในปี ๒๔๗๕ เจ้าฟ้ายุคลฯ พี่ชายคนเดียวที่เหลืออยู่ก็สิ้นพระชนม์ไป นับได้ว่าชีวิตของพระองค์แทบจะไม่เหลืออะไรอีกแล้ว เหมือนบ้านแตกสาแหรกขาดก็ไม่ปาน

   

         ตำหนักที่ประทับของพระองค์เงียบเหงา ความโศกเศร้าปกคลุมไปทั่ววังสวนสุนันทาอันเป็นที่ประทับ ความเงียบเหงามาเยือนได้ไม่นานก็เกิดเหตุการล้มล้างอำนาจพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๗ โดยคณะราษฎร เกิดเหตุจลาจลไปทั่วพระนครไม่เว้นแม้กระทั่งพระราชวังต่างๆ ในคืนเกิดเหตุเจ้านายฝ่ายในต่างพากันตกพระทัยรีบมาชุมนุมกันที่ตำหนักสมเด็จหญิงน้อย ทรงพากันร้องไห้เตรียมพระทัยกันไว้แล้วว่าหากเขาจะจับไปฆ่าก็จะไปให้ฆ่าพร้อมๆกัน ในขณะที่เจ้านายแต่ละองค์พากันนั่งร้องไห้อยู่นั้น มีเพียงสมเด็จหญิงน้อยเท่านั้นที่นิ่งสงบ พระองค์ทรงพระทัยแข็งมาก ทรงเก็บความรู้สึกไว้ในพระทัย กลั้นน้ำพระเนตรไม่ให้ไหล ข่มพระทัยไว้ไม่ให้อ่อนแอเหมือนที่ผ่านมา 

 

 

             เพราะพระองค์ทรงผ่านเรื่องเลวร้ายในชีวิตมานักต่อนัก ผ่านการสูญเสีย ร้องไห้มานับครั้งไม่ถ้วน ผ่านการโดดเดี่ยวเดียวดาย พระองค์ทรงรู้ว่าหากพากันถอดใจกันหมดก็คงต้องรอวันตายในสวนสุนันทานั่นเอง รุ่งขึ้นเจ้านายแต่ละองค์รีบเสด็จออกจากสวนสุนันทาไปอยู่กับพระญาติบ้าง ต่างประเทศบ้าง สมเด็จหญิงทรงปฏิเสธที่จะตามเจ้านายองค์อื่นๆออกไป และทรงตรัสกับข้าหลวงว่า "จะไปอยู่กับเขาอย่างไร นั่นมันพี่น้องเขา" สมเด็จหญิงน้อยทรงเป็นห่วงข้าหลวงเล็กๆที่ทรงเลี้ยงไว้ถึงกับให้พ่อแม่มารับตัวออกไปจากวังสวนสุนันทา พระองค์ยอมที่จะประทับ ณ วังสวนสุนันทาต่อไป กล้าที่จะยืนหยัดด้วยพระองค์เองท้าทายอำนาจเหล่านั้นด้วยศักดิ์ศรีของพระราชธิดาในรัชกาลที่ ๕ โดยใช้พระชนม์ชีพเป็นเดิมพัน

ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ได้กล่าวไว้ว่า

"สมเด็จหญิงน้อยสมควรได้รับเกียรติศักดิ์อย่างสูงที่แสดงความกล้าหาญอย่างยิ่ง กล้ายอมตายดีกว่าที่จะเสียเกียรติ"

     นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้กล่าวถึงพระองค์ไว้ในคำนิยามพระนิพนธ์เรื่อง เที่ยวเมืองพม่า ว่า

"น่ารักน่าชม สมกับเป็นเจ้าฟ้า" พร้อมทั้งทรงสรรเสริญว่า "ทรงพระคุณอย่างเป็นขัติยนารีแท้ทุกสถาน ทรงพิสูจน์ให้ปรากฏแล้ว ทั้งในเวลาที่มีความสุข และในเวลาได้รับความทุกข์ยาก สมควรกับที่ทรงสร้อยพระนามกรมว่า "ขัตติยนารี" เป็นอนุสรณ์อยู่กับพระนามตลอดไป"

 


 

            หลังจากมีการปฏิวัติสยาม พ.ศ.๒๔๗๕ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้านิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี ซึ่งในขณะนั้นถือได้ว่าพระองค์ทรงอยู่เพียงลำพังพระองค์เดียว เนื่องจากพระมารดา พระเชษฐา และพระเชษฐภคินีต่างสิ้นพระชนม์ลงหมด ดังนั้น พระองค์จึงตัดสินพระทัยเสด็จออกไปประทับที่เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย พร้อมกับครอบครัวของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ซึ่งเป็นพระเชษฐาต่างพระมารดา และเสด็จสิ้นพระชนม์ที่นั่น เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ.๒๔๗๘

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://th.wikipedia.org/wiki/สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ_เจ้าฟ้านิภานภดล_วิมลประภาวดี_กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี

เพจ คลังประวัติศาสตร์ไทย

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง