เคล็ดลับ! ไม่ต้องมีบำนาญก็มีเงินใช้ไปจนแก่ เงินเดือน 15,000 ออมถึงล้านได้ง่ายๆ

บ้านและสวน
โดย จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต วันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2562
เคล็ดลับ! ไม่ต้องมีบำนาญก็มีเงินใช้ไปจนแก่ เงินเดือน 15,000 ออมถึงล้านได้ง่ายๆ

ใกล้สิ้นเดือนก็เหมือนสิ้นใจ เงินเดือนที่ได้ก็เหมือนเงินทอน จะเก็บเงินไปซื้อของหรือเที่ยวต่างประเทศสักทีก็เหมือนต้องขูดเลือดขูดเนื้อตัวเองออกมา ไหนจะต้องใช้จ่ายรายวัน ไหนจะต้องเก็บเงินฉุกเฉิน ไหนจะเงินประจำ รายจ่ายของที่บ้านอีกสารพัด แค่ใช้ให้ครบเดือนก็ลำบากแล้ว เงินล้านแทบไม่ต้องคิด แต่วันนี้เรามีเคล็ดลับออมเงินล้านสำหรับชาวมนุษย์เงินเดือนมาฝาก อย่ารอช้า เปิดกระเป๋านับเงินแล้วเริ่มออมกันเลย...

 

 

บทความนี้ขอถ่ายทอดต่อจากคุณ “น้องเป๋าตุง สมาชิกแก๊งค์นักสืบดอกจัน” สมาชิคเวปไซต์พันทิป ที่เอาแนวความคิดของ “คุณวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ” หรือ “พี่ก้อย” กรรมการสมาคมนักวางแผนการเงินไทย มาบอกต่ออีกทอดหนึ่ง ว่าจะต้องทำยังไงดีกับชีวิตของมนุษย์เงินเดือนที่แทบไม่มีเงินเก็บเลย

 

 

“ผลสำรวจ” ของ Knodel และ Chayovan บอกว่า 1ใน 5 ของกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ตอบแบบสอบถาม หรือประมาณ 21.2% “ไม่มีเงินเพียงพอ” หลังเกษียณ!!!…

 

 

แต่ทั้งหมดนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้ามีวิธีการจัดการเงิน ดังต่อไปนี้
ขั้นที่ 1 แบ่งสัดส่วนการออมเงินให้เป็นระบบ
ด้วยการสรรเงินออกเป็น 5 ก้อน แบบนี้ (ดูจากตาราง)

 

 

- สำหรับออมต่อเดือน
- ค่าเช่าที่พัก/น้ำ-ไฟฟ้า
- ค่าอาหาร
- ค่าเดินทาง
- เสื้อผ้า/โทรศัพท์/อื่นๆ

ขั้นที่ 2 เลือกหาแนวทางการลงทุนในตลาด ว่าช่องทางไหนบ้างที่จะสร้างผลตอบแทนได้ดีตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้

 

 

ทำไมต้องความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ก็เพราะแต่ละคนรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากันนั้นเอง ถ้าเป็นคนไม่ชอบเสี่ยง การลงทุนก็อาจจะเป็นตราสารหนี้ในสัดส่วนมากหน่อย ถ้าเป็นคนชอบเสี่ยง การลงทุนก็อาจจะเป็นหุ้นในสัดส่วนมากหน่อย โดยควรเลือกหุ้นที่เน้นการเติบโตดี (High Growth) ควบคู่หุ้นปันผลสูง (High Dividend) ซึ่งรูปแบบสามารถจัดการได้ตามสไตล์ที่หัวใจปรารถนา 

การทำตาม 2 ขั้นตอนนี้ต้องทำอย่างอย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุด! ไม่ใช่ว่าพอเริ่มขาดทุนจากการลงทุนก็เลิกทำ เพราะการลงทุนระยะยาวจะช่วยให้คุณกำไรอย่างแน่นอน โอกาสที่จะทำให้คุณรวยได้นั้นต้องทำต่อเนื่องหลายสิบปี แล้วชีวิตหลังเกษียณของคุณจะสบายขึ้น มีโอกาสแตะเงินล้านได้อย่างแน่นอน

ส่วนของผลตอบแทนหลังจากออมครบ40ปี (3ช่องสุดท้าย...ไล่จากบนลงล่าง)
-ช่องที่1 กรณีหาผลตอบแทนได้3%
-ช่องที่2 กรณีหาผลตอบแทนได้5%
-ช่องที่3 กรณีหาผลตอบแทนได้10%


หรือสำหรับใครที่รู้สึกว่าวิธีข้างต้นยุ่งยากเกินไป เราก็มีอีก 7 วิธีในการออมเงินมาให้คุณเลือกอีก
1.พกเงินน้อยลง
หากเราเป็นอีกคนที่ใช้เงินเก่ง เก็บเงินไม่เก่ง มีเท่าไหร่ใช้ได้หมดเท่านั้น แปลว่าเราเป็นคนพกเงินเยอะ ก็ใช้เยอะ แล้วถ้าพกเงินน้อยล่ะ?
วิธีการ: พกเงินติดตัวจำนวนน้อยกว่าที่เคย อาจจะใช้ระบบการคำนวณค่าใช้จ่ายรายวัน ว่าเราใช้เงินต่อสัปดาห์เท่าไหร่ แล้วพกพอดีเท่านั้น และคอยเตือนตัวเองว่านี่คือเงินที่เราต้องใช้ทั้งสัปดาห์นะ ไม่ใช่ใช้หมดใน 1 วัน แล้วถอนเงินเป็นรายสัปดาห์แทนที่จะถอนเมื่อเงินหมด ก็จะสามารถช่วยคุณออมเงินได้เช่นกัน

 

 

2.เก็บก่อนใช้
วิธีนี้ เป็นวิธีการเริ่มต้นง่ายๆ ของคนอยากมีเงินออมค่ะ ใครๆ ก็ทำได้ เห็นผลง่าย แต่ต้องบังคับตัวเองไม่ให้เอาเงินส่วนนี้ไปใช้
วิธีการ: เมื่อเงินเดือนออก แบ่ง 10% ของเงินเดือนเพื่อเป็นเงินออมทันที และเงินก้อนนี้เพื่อการออมอย่างเดียวเท่านั้น ห้ามเอาออกมาใช้เด็ดขาด ส่วนที่เหลือ ก็แบ่งเป็นส่วนๆ เพื่อจ่ายหนี้ จ่ายค่าใช้จ่ายรายเดือนต่างๆ และใช้จ่ายประจำวัน วิธีการออมเงินแบบนี้เป็นวิธีที่จะสามารถช่วยเราสร้างวินัยในการออมเงินได้

3.เก็บแบงค์ 50 บาท
เป็นวิธีออมเงินที่ง่ายอีกอย่างที่เราสามารถทำได้วันนี้เลย เก็บแต่แบงก์ 50 บาท
วิธีการ: ได้แบงก์ 50 บาทมาเมื่อไหร่ เก็บเมื่อนั้น ซุกไว้ในมุมมืดของกระเป๋าตังค์ กลับบ้านก็เอาไปหยอดใส่กระปุก หรือกระป๋องที่เราเตรียมไว้ พอกระปุกเต็ม หรืออาจจะครบระยะเวลาที่เรากำหนด ก็นำเงินส่วนนี้ไปฝากธนาคาร สมัยนี้แบงก์ 50 บาทก็เรียกได้ว่ายังเป็นแบงก์ที่ได้ไม่บ่อย คนใช้ไม่เยอะ คิดซะว่าเป็นของหายาก ต้องเก็บรักษา ถึงเดือน หรือทุก 2-3 เดือนก็เอาไปฝากธนาคาร บางคนใช้วิธีนี้เก็บเงินได้เป็นหมี่นๆ นำเงินเก็บไปเที่ยวต่างประเทศได้เลยก็มี

 

 

4.งดใช้บัตรเครดิต
จำกัดการใช้บัตรเครดิตเพื่อชำระค่าใช้จ่ายประจำเดือนเท่านั้น แทนที่จะใช้บัตรเครดิตในการซื้อสินค้าค่ะ
วิธีการ: ใช้บัตรเครดิตเพื่อการชำระค่าใช้จ่ายรายเดือน เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ผ่อนสินเชื่อ หรือหากต้องซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ ราคาแพง เช่นต้องซื้อตู้เย็นใหม่ เครื่องซักผ้า ฯลฯ ถึงใช้บัตรเครดิต ไม่ใช้บัตรเครดิตในการช็อปปิ้งสินค้าฟุ่มเฟือย หรือสินค้าจุกจิก เพราะแบบนั้นจะทำให้เราเผลอใช้บัตรเครดิตบ่อยมาก ทำให้มียอดจุกจิกเต็มไปหมด แต่ยอดจุกจิกรวมๆ กันแล้วมันกลับเยอะ เผลอๆ จะจ่ายไม่ไหวเอา ก็จ่ายได้แค่ขั้นต่ำ ทำให้เราต้องเสียดอกเบี้ยตามมา ใช้แต่พอดี จะได้มีเงินออมกัน

 

 

5.หยอดกระปุกออมสิน
หยอดกระปุก เรื่องเด็กๆ แต่บางคนหยอดกระปุกก็จริงแต่ก็แคะกระปุกมาใช้ตลอด แบบนี้ก็เก็บเงินไม่อยู่เหมือนกันนะคะ จริงๆ แล้วการหยอดกระปุก จะให้ดี เราควรทำการแบ่งกระปุกออกเป็นหลายๆ จุดประสงค์ แต่ละกระปุกก็มีเป้าหมายที่แตกต่างกันไป
วิธีการ: หากระปุกออมสินมาหลายๆ ใบ นำกระดาษเขียนจุดประสงค์การเก็บเงินของแต่ละกระปุกมาแปะไว้ที่กระปุก เช่น สำหรับเที่ยวสงกรานต์ปี 59 ซื้อนาฬิกาใหม่ ซื้อโทรศัพท์ใหม่ ซื้อแล็บท็อปใหม่ เป็นต้น อย่าลืมแบ่ง 1 กระปุกไว้สำหรับการออมเงินด้วย คุณอาจจะแบ่งหยอดกระปุก วันละ 10-20 บาทต่อกระปุก หยอดโดยแบ่งจากจำนวนเงินที่เหลือใช้รายวัน รายสัปดาห์ก็ได้ ทีนี้ก็มีเงินสะสมเพื่อใช้ซื้อโน่นนี่แล้วยังมีแล้วแบ่งเงินหยอดกระปุกสำหรับการออมเงินอีกด้วย ได้ประโยชน์รอบตัวเลย

 

 

6.เปิดบัญชีฝากประจำระยะยาว
หากเราเป็นคนที่ใจอ่อนกับตัวเอง วิธีการบังคับตัวเองให้ออมเงินอีกอย่าง คือการเปิดบัญชีเงินฝากประจำระยะยาว อาจจะเริ่มที่ 5 ปีก่อน แล้วค่อยขยับขยายก็ได้
วิธีการ: เปิดบัญชีเงินฝากประจำ เริ่มต้นที่ฝากประจำเป็นเวลา 5 ปี แล้วฝากเงินจำนวนเท่าๆ กันในบัญชีนั้น ทุกๆ เดือน โดยใช้ระบบการตัดยอดเงินอัตโนมัติตามจำนวน และระยะเวลาที่เราต้องการ แล้วนำฝากเข้าบัญชีฝากประจำทุกเดือน เพราะว่าบัญชีเงินฝากประจำเราจะไม่สามารถนำเงินออกมาได้จนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลา การตั้งให้มีการตัดเงิน โอนเงินอัตโนมัติจะทำให้เราไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องไปโอนเงิน หรือฝากเงินด้วยตัวเอง ไม่ต้องทำบัตร ATM ด้วย แค่นี้เราก็มีเงินเก็บทุกๆ เดือนแน่นอนแล้ว

 

 

7.ลดค่าใช้จ่าย
วันๆ หนึ่ง คนทำงานต้องกินต้องใช้ กาแฟ ชา ขนม นม เนย ของขบเคี้ยวแก้ง่วง ถ้าซื้อบ่อย ซื้อประจำ ก็เปลืองเงิน อะไรลดได้ก็ลดดีกว่า ถือซะว่าเป็นการลดน้ำหนักไปในตัวด้วยเลย
วิธีการ: ลดการซื้อชา กาแฟ เปลี่ยนมาซื้อชาเป็นกล่อง กาแฟผงชงเอง ลดปริมาณขนมขบเคี้ยวที่รับประทานประจำวัน วางแผนอาหารการกินของตัวเอง จริงๆ แล้วหากเราทำกับข้าวเองอยู่แล้ว เราก็สามารถทำกับข้าวเพิ่มตอนกลางคืน แล้วนำที่เหลือใส่กล่องมารับประทานที่ออฟฟิศแทนก็ได้นะคะ เป็นการลดค่าใช้จ่าย แถมได้กินคลีน กินอาหารดีๆ อีกด้วย แล้วก็ไม่ได้เป็นการเพิ่มสิ่งที่เราทำประจำวันแต่อย่างใดเลยด้วย จริงๆ แล้วคนทุกคนสามารถเก็บออมเงินได้ทุกคนนะคะ เพียงแค่เราจะต้องตั้งใจสร้างวินัยในการออมเงินของเราให้ได้เสียก่อน ตั้งใจว่าจะเก็บเงินจริงจัง ตั้งเป้าหมายการออมเงินให้ตัวเอง แล้วใช้เป้าหมายนี้ล่ะค่ะในการเตือนตัวเอง เราก็จะสามารถเก็บออมเงินได้อย่างแน่นอน

 

อ้างอิงข้อมูลจาก เป๋าตุง สมาชิกแก๊งค์นักสืบดอกจัน , คุณวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ 
ขอบคุณภาพจาก วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง