"เศรษฐีเวียดนาม" คลั่งไคล้ทองคำ ใส่ทองหนัก 13 กก. ไปทุกที่ จนต้องจ้างบอดี้การ์ด

ข่าว
โดย อำมฤทธิ์ สุระสังข์ วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2562

"ทองคำ" เป็นอีกหนึ่งสิ่งมีค่าที่คนไทยให้ความนิยมเป็นอย่างมาก หลายๆคนซื้อทองคำในแบบทองรูปพรรณมาสวมใส่เป็นเครื่องประดับ หรือบางคนก็ซื้อเก็บไว้เก็งกำไร ซึ่งทองคำเป็นเครื่องประดับที่ผู้คนนิยมสวมใส่กันมานาน มีหลายรูปแบบ ทั้งสร้อยคอ แหวนทอง สร้อยข้อมือ หรือแม้แต่ชิ้นเล็กๆ อย่างต่างหู แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปหลายอย่างก็เปลี่ยนตาม ทั้งแฟชั่น รูปแบบการใช้ชีวิต สภาพสังคม ทำให้มีหลายเหตุผลที่การจะซื้อทองมาใส่สักชิ้นดูจะมีเรื่องให้ต้องคิดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ใส่ยังไงไม่ให้ดูเชย ดูสวยงาม ไม่เป็นตู้ทองเคลื่อนที่ ไม่ดูโอ้อวดจนเกินงาม หรือเสี่ยงต่อการโดนโจรปล้น

 

 

นอกจาก "ทองคำ" จะบ่งบอกถึงฐานะของผู้สวมใส่แล้ว ยังเก็บไว้เก็งกำไรได้อีกด้วย แต่การใส่ทองมากๆ ก็เป็นอันตรายแก่ตัวเองได้มากเหมือนกัน เพราะสมัยนี้มิจฉาชีพนั้นมีเยอะและมาในรูปแบบต่างๆ จนบางคนชอบซื้อทองแต่ไม่กล้าใส่ไปไหนมาคนเดียว แต่กลับไม่ใช่ "เศรษฐีชาวเวียด" นามรายนี้ เพราะเขาใส่ทองทั้งตัว นับรวมกันได้ 13 กิโลกรัม ไปไหนมาไหนในชีวิตประจำวัน จนต้องจ้างบอดี้การ์ดมาดูแล

 

 

เศรษฐีหนุ่มชาวเวียดนามรายนี้มีนามว่า "Tran Ngoc Phuc" เป็นนักธุรกิจวัย 36 ปี ที่คลั่งไคล้ทองคำเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่ว่าไปไหนมาไหนจะต้องใส่ทองไปด้วยทุกที่ เขาเปิดเผยว่าคอลเลคชั่นที่มักพกติดตัวไปด้วยก็มีสร้อยคอหนัก 5 กิโลกรัม กำไลข้อมือทั้งสองข้างอีก 5 กิโลกรัม แหวนทองอีก 4 วงและอื่นๆ รวมแล้วทั้งหมดได้ 13 กิโลกรัม รวมมูลค่าทั้งตัวของเขา มีค่าอยู่ที่ราวๆ 550,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 18 ล้านบาท
 

 


ทุกครั้งที่ออกจากบ้านเขาจะต้องมีบอดี้การ์ดไปด้วยอย่างน้อย 5 คน เพื่อรักษาเครื่องประดับเหล่านี้ไม่ให้ถูกขโมยไป และถึงแม้มันจะทำให้ลำบากบ้างบางครั้งแต่ก็ยอม เพราะเขายืนยันว่ามันคุ้มที่จะแบกทองเหล่านี้ไปด้วย เนื่องจากเขามีความเชื่อว่ามันช่วยเสริมให้เขามีความโชคดีและมีความเจริญในหน้าที่การงาน

 

 

Tran เผยว่าเขาเริ่มสะสมทองตั้งแต่เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว หลังจากที่ปรึกษาทางด้านฮวงจุ้ยได้ให้คำแนะนำว่า มันจะช่วยเสริมดวงของเขาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เขาจึงเริ่มต้นใส่ทองโดยสั่งทำสร้อยคอเส้นโตพร้อมกับทำภาพทองแกะสลัก หลังจากนั้นเขาก็คิดว่าถ้าหากมีทองมากยิ่งขึ้น มันน่าจะเสริมดวงขึ้นตาม ดังนั้นเขาก็เริ่มสั่งทำกำไลข้อมือและแหวน และถึงแม้ว่าทองทั้งตัวเขาจะหนักถึง 13 กิโลกรัมแล้ว แต่เขาก็มีแผนที่จะสั่งทำหมวกกับเสื้อทองอีกในอนาคต

 

 

Tran เปิดเผยอีกว่าสำหรับธุรกิจของเขาจริงๆแล้ว ไม่ได้ร่ำรวยอะไรนัก แต่ในช่วงอายุราวๆ 20 ปี เขาได้มีโชคในการค้าน้ำมัน ซึ่งในตอนนั้นเขาเริ่มการค้าจากการขายน้ำมันทีละถังเพราะมีเงินไม่มากพอ แต่พอมองเห็นลู่ทางก็เริ่มยืมเงินจากครอบครัวและเพื่อนๆ มาลงทุนซื้อน้ำมันในราคาถูกและปล่อยขายในช่วงที่มีราคาแพง จนกลายเป็นเศรษฐีในวันนี้ แต่อย่างไรก็ตามเขารู้ดีว่ามันอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีที่จะใส่ทองหนัก 13 กิโลกรัมออกจากบ้านแต่ละครั้ง และนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาต้องมีบอดี้การ์ดอย่างน้อย 5 คนติดตัวไว้ตลอด

 

 

ทั้งนี้ เขายอมรับว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยที่จะแบกน้ำหนักถึง 13 กิโลกรัมไปไหนมาไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกๆ เขาบอกว่ามันหนักมากๆ จนเขาต้องใส่ๆ ถอดๆ อยู่นานกว่าจะรู้สึกชิน ซึ่งสิ่งที่สร้างปัญหาที่สุดก็คือสร้อยคอนั่นเอง เพราะมันหนักจนทำให้เขารู้สึกปวดคอ จนทำให้มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาต้องไปหาหมอ และหมอก็ยังบอกว่าสิ่งที่ทำให้ตัวเขาเองเจ็บปวด ก็อันเนื่องมาจากการห้อยทองเส้นโตไว้ที่คอนั่นเอง
 

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง