พ่อแม่หมดห่วง! "ผ้าชุบน้ำ" เทคนิคจากเยอร์มัน ลดไขลูกน้อย ใน 20 นาที

สุขภาพ
โดย จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562

ถ้าคุณ (หรือลูกของคุณ) กำลังเป็นไข้ คุณอาจจะอยากลดไข้ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ การเป็นไข้นั้นมีเหตุผลเพราะว่าร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นเพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและฆ่าเชื้อ20 ดังนั้น จึงมีเหตุผลที่ดีที่จะเป็นไข้อย่างปกติอย่างน้อยสักพัก อย่างไรก็ตาม คุณก็ต้องควบคุมอาการไข้เพื่อที่คุณหรือลูกๆ ของคุณจะได้รู้สึกสบายตัวมากที่สุดขณะที่ระบบภูมิคุ้มกันกำลังทำงานอยู่ และวันนี้เรามีเทคนิคการเยียวยาอาการไข้ที่ทำได้ที่บ้านสามารถช่วยคุณได้

 

 

โดยกุมารแพทย์เมืองนอกแนะใช้ ผ้าพันขาลดไข้ ลูกไข้ลดอย่างได้ผล ไม่ต้องกินยาเยอะ ส่วนใหญ่เวลาลูกเป็นไข้ โดยทั่วไปก็คือการนำผ้ามาชุบน้ำเพื่อเช็ดตัวให้ไข้ลูกลดลง หรือหาแผ่นเจลมาแปะไว้บนหน้าผาก แต่สำหรับพ่อแม่ชาวตะวันตกส่วนใหญ่ หากลูกมีอาการเป็นไข้ ป่วย ไม่สบาย ถ้าพบว่ามีอาการไม่ได้รุนแรงมาก มักจะพยายามหาวิธีแก้ไขหรือรักษากันเองก่อน หนึ่งในวิธีนั้นคือการใช้ผ้ามาพันขาเพื่อลดไข้ลูก ที่พ่อแม่ชาวเยอรมันนิยมทำกัน

 

 

ใช้ผ้าพันขาลดไข้” วิธีนี้ไม่ใช่การรักษาแบบพื้นบ้าน แต่เป็นวิธีที่มีคุณหมอรับรองว่าเป็นการทำให้ “เหงื่อออกเพื่อลดไข้” โดยใช้หลักการนำความร้อนออกจากร่างกายด้วย “น้ำ” เช่นเดียวกับวิธีการใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น ๆ มาเช็ดตัว เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ช่วยกระจายความร้อน จนถึงสามารถช่วยลดไข้ได้

 

 

วิธีการคือ ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำร้อน (ที่มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิร่างกาย) ให้เปียก แล้วบีบหมาดมาพันรอบน่องของลูกที่มีไข้ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วเอาออก กุมารแพทย์ Qingjun ระบุว่า การเอาผ้ามาพันขาจะช่วยทำให้ระบบหมุนเวียนโลหิตทำงานดีขึ้น ขณะที่ผ้าค่อย ๆ เย็นลง ผ้าขนหนูก็จะซับเอาความร้อนออกไปจากร่างกาย สามารถช่วยลดอุณหภูมิร่างกายได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ชาวเยอรมันนิยมใช้กันเกือบทุกบ้าน

 

 

ทั้งนี้ที่ประเทศเยอรมันจะมีกุมารแพทย์ทำการเปิดคลาสสอนพ่อแม่ในการดูแลลูกน้อยที่บ้าน ก่อนที่มาพบแพทย์ เช่น การจัดการกับอาการหวัดเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือกรณีที่ลูกมีไข้อ่อน ๆ ซึ่งวิธีการนี้ไม่เพียงแต่ชลออาการของเด็กก่อนถึงโรงพยาบาลไม่ให้หนักมากยิ่งขึ้น แต่ยังช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาลของแต่ละครอบครัวลงได้อีกด้วย
 


นอกจากนี้ยังมีอีกหลายวิธีที่ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

 

 

1.แช่ในน้ำอุ่น. เริ่มต้นจากเปิดน้ำอุ่นลงในอ่าง ให้ผู้ที่เป็นไข้แช่น้ำอุ่นเพื่อที่จะได้ผ่อนคลายขึ้นขณะที่อุณหภูมิของน้ำลดลงอย่างช้าๆ ผู้ป่วยจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างช้าๆ เช่นกันเมื่ออุณหภูมิของน้ำลดลง คุณไม่ควรให้น้ำมีอุณหภูมิเย็นเกินไปเพราะอุณหภูมิของร่างกายจะลดลงอย่างรวดเร็วเกินไป

 

 

2.สวมถุงเท้าที่เปียกชื้น. วิธีนี้ได้ผลดีที่สุดเมื่อทำตลอดทั้งคืน ให้หาถุงเท้าฝ้ายแท้ที่มีความยาวคลุมข้อเท้า ทำให้มันเปียกชุ่มด้วยน้ำเย็น บิดน้ำออก และให้ผู้ป่วยสวมถุงเท้านี้ จากนั้นสวมถุงเท้าขนแกะทับอีกชั้น ให้ผู้ป่วยนอนหลับพักผ่อนบนเตียงตลอดทั้งคืนและให้นอนคลุมผ้าห่มด้วย
-เด็กๆ ส่วนใหญ่จะค่อนข้างให้ความร่วมมือกับการใช้วิธีนี้เพราะพวกเขาจะรู้สึกเย็นขึ้นภายในเวลาสองสามนาที
-วิธีนี้เป็นวิธีการบรรเทาไข้โดยไม่ใช้ยาที่ทำมายาวนาน มีทฤษฎีที่ว่าการทำให้เท้าเย็นจะช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือดและกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันให้มากขึ้น[3] ผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้ร่างกายต้องระบายความร้อนที่มีมากเกินออกไปและจะทำให้ถุงเท้าแห้ง อุณหภูมิก็จะลดลง วิธีนี้สามารถเยียวยาอาการแน่นจมูกได้อีกด้วย

 

 

3.ใช้ผ้าขนหนูเปียกชื้น. ใช้ผ้าขนหนูที่ใช้เช็ดหน้า 1-2 ผืนพับตามยาว แช่ผ้าทั้งในน้ำเย็นและน้ำแข็ง บิดน้ำออกและพันผ้าขนหนูรอบศีรษะ คอ ข้อเท้า หรือข้อมือ อย่าพันผ้าขนหนูมากกว่า 2 จุด เช่น ให้พันแค่รอบศีรษะและข้อเท้า หรือพันแค่รอบคอและข้อมือ มิเช่นนั้นแล้ว อุณหภูมิจะลดต่ำลงอย่างมากเกินไป เพราะผ้าขนหนูเย็นๆ จะนำความร้อนออกจากร่างกายและสามารถลดอุณหภูมิของร่างกายได้ ให้ทำซ้ำเมื่อผ้าขนหนูแห้งแล้วหรือผ้าขนหนูไม่เย็นพอ วิธีนี้สามารถทำบ่อยได้เท่าที่ต้องการ

 

 

เคล็ดลับ
-การวัดอุณหภูมิทางทวารหนักเป็นการวัดอุณหภูมิของร่างกายที่แม่นยำที่สุด[12] แต่ก็อาจจะได้ค่าแตกต่างอย่างมากจากการวัดอื่นๆ เช่นการวัดอุณหภูมิทางช่องปาก หรือใช้เครื่องวัดอุณหภูมิทางหน้าผากหรือหู
-การวัดอุณหภูมิทางทวารหนักมักจะจะได้ค่าที่สูงกว่าการวัดทางช่องปาก โดยจะมากกว่าประมาณ 0.3°C (0.5°F) ถึง 0.6°C (1°F)
-เครื่องวัดอุณหภูมิทางหน้าผาก (เครื่องสแกนเนอร์) มักจะได้ค่าน้อยกว่าการวัดทางช่องปากประมาณ 0.3°C (0.5°F) ถึง 0.6°C (1°F) และจะมีค่าน้อยกว่าการวัดทางทวารหนักประมาณ 0.6°C (1°F) ถึง 1.2°C (2°F)
-การวัดอุณหภูมิที่หู (หรือเยื่อแก้วหู) มักจะสูงกว่าการวัดทางช่องปากประมาณ 0.3°C (0.5°F) ถึง 0.6°C (1°F)
-ถ้าเด็กมีไข้นานกว่า 1 วัน (เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ขวบ) หรือนานกว่า 3 วันในเด็กโต ควรโทรศัพท์หาแพทย์
-โดยปกติแล้วอุณหภูมิร่างกายจะลดลงในตอนเช้าและจะสูงขึ้นในตอนบ่าย[13]
-ดื่มน้ำเยอะๆ เสมอ
-อย่าทำให้เด็กอบอุ่นจนร้อน การให้เด็กสวมเสื้อหลายชั้นเกินไปจะเป็นการเพิ่มอุณหภูมิของร่างกายเพราะเป็นการกักความร้อนไว้ ให้เด็กใส่ชุดนอนผ้าฝ้ายบางๆ และสวมถุงเท้าบางๆ ทำให้ห้องอุ่นและห่มผ้าห่มให้เด็กด้วย

 

 

คำเตือน
-ถ้าต่อมไทรอยด์ของคุณทำงานผิดปกติหรือที่รู้จักกันในชื่อภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษวิกฤติ (ภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ที่อยู่ในระดับสูงมาก) นี่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินและควรจะโทรหาหน่วยฉุกเฉิน วิธีการที่อยู่ในบทความนี้ไม่สามารถจัดการกับภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษวิกฤติได้
-หลีกเลี่ยงชาที่มีคาเฟอีน (ชาเขียว ชาดำ และชาขาว) เพราะว่าชามีคุณสมบัติก่อความร้อน (เพิ่มความร้อนให้สูงขึ้น)
-ถ้าคุณมีไข้ ให้หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอื่นๆ เช่น กาแฟ ชา และน้ำอัดลม
-อย่าให้ทารกและเด็กกินยาแอสไพรินถ้าไม่อยู่ในการควบคุมของแพทย์และผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปีไม่ควรกินยาแอสไพริน

 

ขอบคุณคลิปจาก THE POO


เรื่องที่เกี่ยวข้อง