ลักษณะเพื่อนที่ควรหลีกเลี่ยงและเพื่อนที่ยิ่งคบยิ่งเจริญ

สุขภาพ
โดย จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต วันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2562
ลักษณะเพื่อนที่ควรหลีกเลี่ยงและเพื่อนที่ยิ่งคบยิ่งเจริญ

คุณคงเคยได้ยินคำที่กล่าวไว้ว่า "มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ" แต่ในความเป็นจริงแล้วที่สิ่งมีชีวิตบนโลกล้วนมีทั้งความดี ความเลวปะปนกันไป ไม่มีใครเป็นสีขาวหรือสีดำ ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นสีเทา ที่มีความเข้มต่างกันไป

 

 

และแน่นอนว่าจิตใจของมนุษย์เป็นสิ่งที่อยู่ภายใน มองด้วยตาไม่เห็นเราจึงไม่มีวันรู้เลยว่า "เพื่อน" หรือ คนที่เรา "คบหา" อยู่นั้น นิสัยเบื้องลึกของเขานั้นเป็นอย่างไร บางคนคบหารู้จักกันมาเป็นสิบปีก็เสียเพื่อนกันได้เพียงเพราะว่ามีปัญหาเรื่องเงิน เรื่องคนรัก หรือแม้แต่เรื่องการพูดหยอกที่แรงเกินไป และวันนี้้เราจะมาเปิด  14 ลักษณะเพื่อนที่ดี ควรค่าให้คบหา และ 7 เพื่อนที่เสียเวลาแน่หากจะคบ จะมีแบบไหนบ้างไปดูกันเลย

 

 

คน 14 ประเภท ยิ่งคบยิ่งเจริญ

1.จริงใจ ไม่เฟค

 


คนน่าคบส่วนใหญ่ ลึก ๆ แล้วมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบที่จะแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมาอย่างมั่นใจ วางตัวสบาย ๆ ไม่เสแสร้ง และมีความจริงใจต่อผู้อื่นอย่างมาก ต่อหน้าเป็นอย่างไร ลับหลังก็เป็นแบบนั้น อาจเป็นเพราะนิสัยเหล่านี้นี่เองที่ทำให้พวกเขากลายเป็นคนน่าคบหา ทำให้เมื่อมาเป็นเพื่อนกันแล้ว เราสามารถเชื่อใจพวกเขาได้ในระดับหนึ่งว่าเขาจะไม่แทงข้างหลัง หรือเอาเราไปนินทากับคนอื่น

 

2.มีคำถามกลับเสมอ
นิสัยของคนน่าคบส่วนใหญ่มักจะชอบมีคำถามตอบกลับกับคู่สนทนา ไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดอยู่ แต่เป็นเพราะพวกเขาให้ความสำคัญกับคนที่กำลังคุยอยู่ด้วยต่างหาก การตั้งคำถามกลับเป็นเหมือนการยืนยันว่าพวกเขากำลังฟังในสิ่งที่คู่สนทนากำลังพูดอยู่อย่างตั้งใจ ในขณะที่คนทั่ว ๆ ไปมักจะแค่รับฟังเฉย ๆ  แต่กลับไม่ได้คุยโต้ตอบอะไรกลับมา

 

3.ไม่ปล่อยให้บทสนทนาขาดตอน
นิสัยของเพื่อนที่น่าคบไว้เป็นมิตรแท้นั้น พวกเขาจะให้ความสำคัญกับคนที่อยู่ตรงหน้าก่อนเสมอ โดยที่ถ้าคุยติดพันทางโทรศัพท์ พวกเขาจะคุยให้จบเป็นเรื่อง ๆ ก่อนที่จะผละตัวเองไปทำอย่างอื่น พวกเขาจะไม่มีทางแชททางสมาร์ทโฟนไปพร้อมกับการคุยกับคนที่อยู่ตรงหน้าไปด้วยแน่ ๆ เพราะจะทำให้บทสนทนาขาดตอน หรือแม้แต่การเล่นโทรศัพท์ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังชวนคุยอยู่ก็ตาม

 

4.วางตัวธรรมดา
คนที่มีนิสัยน่ารัก น่าคบหา เป็นเพื่อนมักชอบที่จะวางตัวธรรมดามากกว่าทำตัวเองให้เป็นจุดเด่น ซึ่งนิสัยถ่อมตัว พูดจาด้วยความเป็นมิตร สุภาพเรียบร้อย มีมารยาทต่อผู้อื่น และยิ้มแย้มแจ่มใส ล้วนเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นมิตร ที่ทำให้คนอื่นที่พบเห็นจดจำพวกเขาได้ดีกว่าคนอื่น อีกทั้งยังทำให้คนอื่นไม่ค่อยมีอคติกับพวกเขาก่อนด้วย

 

5.มีความหนักแน่นในตัวเอง
นิสัยของคนน่าคบจะมีความหนักแน่นในตัวเองอยู่แล้ว เมื่อตั้งใจจะทำอะไรก็จะใช้ความพยายามผลักดันให้สำเร็จอย่างเต็มที่ ไม่ล้มเลิกกลางคัน หรือเปลี่ยนเป้าหมายไปเรื่อย ๆ คุณจึงมั่นใจได้ว่า ถ้าต้องร่วมงานกับคนนิสัยแบบนี้ ผลงานออกมาดีแน่นอน

 

 

6.รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
คนที่มีนิสัยน่าคบมักจะเป็นคนที่ชอบรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น กล้าที่จะให้คนอื่นมาบอกว่าเขาบกพร่องตรงไหนไปบ้าง เพราะเชื่อว่าการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นจะทำให้ได้ไอเดียที่หลากหลาย ได้ข้อมูลหลายแง่มุมมากขึ้น ทั้งด้านบวกและด้านลบที่สามารถนำมาใช้เป็นตัวช่วยในการตัดสินและพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้น และยังช่วยให้โอกาสที่จะตัดสินใจผิดพลาดน้อยลง ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ เขาจะไม่ตัดสินคนที่ภายนอก หากยังไม่รู้จักกันจริง ๆ

 

7.ไม่เป็นที่สะดุดตา ต้องเข้าหาถึงจะรู้จักตัวตน
จากผลการวิจัยเผยว่า คนที่น่าคบนั้นจะไม่เป็นที่น่าประทับใจเมื่อเห็นในครั้งแรก แต่จะฉายแววความน่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการพบปะครั้งต่อไป ส่วนหนึ่งมาจากการที่ได้เข้าไปทำความรู้จัก พูดคุยกับคนเหล่านี้มากขึ้น จึงทำให้เห็นทัศนคติ และมุมมองเชิงบวกที่ช่วยสร้างเสน่ห์อันดึงดูดใจให้กับพวกเขาในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตามวิธีที่จะช่วยให้เราเข้าหาพวกเขาง่ายขึ้นก็คือ ส่งยิ้มทักทายพวกเขาก่อน

 

8.มีท่าทางที่เป็นมิตร
คนน่าคบมักจะมีโทนเสียงเป็นที่เป็นมิตร รวมถึงกิริยาอาการต่าง ๆ ด้วย ภาษากาย และการพูดการจาดูน่าฟัง ไม่รู้สึกขัดหูขัดตา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนแบบนี้มีอีคิวสูง คิดอ่านอะไรเป็นเชิงบวกหมด พูดคุยด้วยแล้วไม่น่าอึดอัด ดังเช่นคำคมที่ว่า "How you say is important than what you say" หรือ "สิ่งที่คุณพูดออกมา สำคัญมากกว่าวิธีการพูดของคุณ"

 

9.จำชื่อคนได้แม่น
คนที่มีนิสัยน่าคบส่วนใหญ่มักจะจำชื่อคู่สนทนาได้แม่นยำ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขากำลังคุยถูกคน จากผลการวิจัยเผยว่า การเรียกชื่อคู่สนทนาจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า การเรียกชื่อเป็นการฝึกสมองอย่างหนึ่งที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เราสนทนาผิดคน ดังนั้นหากจำชื่อใครไม่ได้ในครั้งแรก เมื่อเจอครั้งที่สองก็ควรจะถามให้แน่ชัดก่อน ดีกว่าเรียกชื่อมั่ว ๆ เพราะจะดูเป็นการให้เกียรติกับฝ่ายตรงข้ามมากกว่า

 

10.แตะเนื้อต้องตัวคู่สนทนาพองาม

 


การแตะเนื้อต้องตัวคู่สนทนา จะทำให้สมองจะหลั่งสารออกซิโตซินออกมา ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจมากขึ้น  ดังนั้นการสัมผัสทั่ว ๆ ไปในระหว่างการสนทนาเช่น การกอด จับไหล่ หรือเชคแฮนด์ ก็จะทำให้เรารับรู้ได้ถึงความเป็นมิตรของอีกฝ่าย จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเมื่อเราสนิทกับใครมาก ๆ แล้ว แค่ตบบ่ากันเบา ๆ ก็รู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร โดยที่ไม่ต้องพูดอะไรออกมาเลย และคนน่าคบมักจะใช้วิธีนี้ในเพิ่มระดับความสนิทชิดเชื้อกับอีกฝ่าย


11.ยิ้มเก่ง
คนน่าคบมีลักษณะเด่นที่สังเกตง่ายคือ เอะอะก็ยิ้ม ไม่รู้อะไรก็ยิ้ม เพราะพวกเขาเชื่อว่าการยิ้มเป็นการแสดงความเป็นมิตรอย่างหนึ่งที่จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามเกิดความรู้สึกที่ดีกับเรา อีกทั้งการพูดคุยด้วยท่าทียิ้มแย้มแจ่มใสจะช่วยลดความตึงเครียดของบรรยากาศในการสนทนาได้เป็นอย่างดี

 

12.พูดเรื่องส่วนตัวเฉพาะที่จำเป็น
การคุยเรื่องส่วนตัว หรือปรึกษาปัญหาส่วนตัวให้ผู้อื่นฟังนั้น คนที่มีนิสัยน่าคบจะรู้จักวิธีเลือกปัญหามาปรึกษา รวมถึงเลือกที่จะพูดเรื่องส่วนตัวในบางด้านเท่านั้น เพราะคิดว่าเรื่องบางเรื่องพวกเขาสามารถแก้ปัญหาเองได้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักจะเป็นที่ปรึกษามากกว่า เว้นเสียแต่มีปัญหาจริง ๆ พวกเขาถึงจะพูดออกมาบ้าง

 

13.พร้อมร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกัน
คนที่มีบุคลิกน่าคบหาส่วนใหญ่มักมีนิสัยลุย ๆ กล้าที่จะร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกัน แม้จะดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใครก็ตาม ซึ่งเมื่อไรที่ต้องการความร่วมมือละก็ ขอให้บอกพวกเขาโดยพลัน พวกเขาพร้อมที่จะร่วมวงด้วยเสมอ แล้วคุณจะรับรู้ได้ถึงบรรยากาศภายในที่ทำงานว่ามีความสามัคคี ปรองดองมากขึ้น

 

14.มีความสุขได้ภายใต้สภาวะความกดดัน
แม้ว่าการทำงานจะซีเรียส เคร่งเครียดแค่ไหน คนที่น่าคบก็สามารถลดบรรยากาศอันตึงเครียดได้ด้วยการสร้างความบันเทิงให้เกิดความสนุกสนาน รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ เช่น ชวนกินขนม ตั้งวงเม้าท์มอย ผ่อนคลายด้วยเสียงเพลง หรือแม้แต่การเล่าเรื่องตลก หากคุณได้ร่วมงานกับคนแบบนี้ละก็  คุณจะไม่รู้สึกเบื่อการทำงานเลย


คน 7 ประเภทที่ไม่ควรคบหา

1.กินเผือกเป็นนิจ

 


เคยได้ยินไหม หวังดีกับเผือกมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ กรณีจะว่าไปก็อยู่ในหมวดไม่รู้จักขอบเขตของสถานความสัมพันธ์ของคำว่าเพื่อนก็ได้เช่นกัน คืองี้นะจะบอกให้ว่า หวังดี เป็นห่วงเพื่อนน่ะ มันเป็นสิ่งที่ เป็นคุณสมบัติของเพื่อนคนนึงที่ควรทำ หากน้องๆ ย้อนถามว่าไหนบอกว่าไม่ชอบแบบไหนก็อย่าทำแบบนั้น หนูชอบแบบนี้เลยทำกับเพื่อนไง แต่บางทีเรื่องส่วนตัวเขาเราก็ควรดูปฏิกิริยาเพื่อนด้วยว่าเขาแฮปปี้กับสิ่งที่เราทำมั้ย อย่าให้เขาต้องอึดอัด เพราะอย่างที่บอก ความหวังดีของเราจะกลายดูเป็นเพื่อนที่โคตรเผื่อกบอกเลย

 

2.เพื่อนพาเลว
กิจกรรมห่ามๆ เชื่อว่าวัยรุ่นทุกคนก็คงอยากลอง แต่ครั้นหากเจอเพื่อนที่ชวนทำแต่เรื่องเลวๆ ตลอด อาทิ มั่วสุมอบายมุข เล่นพนัน ไม่เคยจะชวนกันไปทำกิจกรรมอะไรสร้างสรรค์ แยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ออก ขั้นแรกก็เตือนเพื่อนหน่อย ถ้ายังไม่ฟังก็ถอยออกมาดีที่สุด

 

3.ให้ช่วยตลอด 24 เหมือนเป็นอีกอวัยวะในร่างเธอ
เป็นเพื่อนกันต้องช่วยเหลือกันในยามเดือดร้อน ใช่ค่ะ เป็นเรื่องที่สมควรทำ แต่หากเจอเพื่อนประเภทแบบว่าให้ช่วยทุกเรื่อง ช่วยแทบจะ 24 ชั่วโมง เรื่องเล็กๆ น่้อยๆ ที่ลงมือทำเองได้ก็ไม่ทำ แต่ให้เพื่อนช่วย พอไม่ช่วยก็มีอาการขุ่นเคืองโน่นนี่นั่น อย่าเสียเวลาเลยค่ะเจอคนแบบนี้ วิ่งออกมาเลยเถอะ

 

4.ยืมเงินแต่ไม่คืน
มีหลายคนแล้วที่ต้องแตกหักกันเพราะเรื่องเงิน เป็นเพื่อนกันยามเดือดร้อนถ้าช่วยเหลือได้ก็สมควรที่จะช่วยเหลือกันค่ะ แต่ในกรณีที่ถ้าเพื่อนคนไหนมายืมเงินเราบ่อยๆ แต่เวลาคืนกลับทำเหมือนไม่อยากคืน และแกล้งทำเป็นลืมๆ ผลัดวันประกันพรุ่ง เกิน 3 ครั้ง ก็โบกมือบ๊ายบาย ซาโยนาระ มั้ย?

 

5.เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง

 


รับฟังความต่างไม่ได้ ไม่รับฟังความคิดเห็นใคร บางครั้งสิ่งที่คนเราคิดอาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป คนรอบข้างที่เขาเตือนก็ควรจะรับฟัง แล้วเอามาไตร่ตรองดู ไม่ใช่ไม่ฟังใคร ไม่เปิดใจ ดีแต่จะให้คนรอบข้างฟัง และทำตามอย่างที่ตัวเองคิดเพียงอย่างเดียว คนที่เป็นเพื่อนกันก็ต้องรู้จักพูด พร้อมกับขณะเดียวกันก็ต้องรู้จักฟังเพื่อนด้วย ไม่ใช่เอาแต่ความคิด และตัวเองเป็นที่่ตั้ง ใครเขาจะอยากร่วมเคียงข้างไปกับคุณได้ทุกเวลา

 

6.พูดว่าตำหนิแต่คนอื่น
ไม่มีใครที่ไม่ถูกนินทา หรือถูกพูดลับหลังก็จริง ยิ่งเวลาชาวแกงค์รวมตัวกัน จะว่าไปมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะสุมหัวกันเม้ามอยคนอื่น แต่สำหรับคนที่เจอทีไรก็ไม่มีเรื่องสร้างสรรค์อื่นๆ มาพูดมาคุยบ้าง มีแต่เรื่องว่าคนอื่นล้วนๆ คนนั้นก็ไม่ดี คนโน้นก็ไม่ดี ว่าแต่คนอื่น จ้องจับผิดแต่คนอื่นไปทั่ว มีอยู่คนเดียวที่ดีคือตัวเอง

 

7.ไม่รู้จักขอบเขตของคำว่า ‘เพื่อน’

 


ถึงจะบอกว่าสนิทกันแค่ไหน ควรเว้นระยะ และเข้าใจคำว่า พื้นที่ส่วนตัวด้วย ถามว่าแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเท่าไหนถึงเรียกว่าไม่ล่วงเกินขอบเขต เอาหลักง่ายๆ ไม่อยากให้ใครทำกับเราแบบไหนก็อย่าทำแบบนั้น แต่กับบางคนเขาก็ไม่รู้จริงๆ ว่าสิ่งที่ทำน่ะมันเกินขอบเขต น้องๆ อาจจะพูดกับเพือนไปตรงๆ แต่ก็อย่าใช้คำพูดรุนแรง หรือถ้าคุยแล้วไม่รู้เรื่อง เขายังทำแบบเดิมซ้ำๆ สถานะมายเฟรนด์ก็คงต้องลดเหลือแค่คนเคยรู้จักพอ

 

อย่าปล่อยให้ตัวเองตกเป็นทาสคนที่มาหาแต่เวลา ที่ตนเองเดือดร้อน คนที่ไม่เห็นหัวเรา เวลาหมดประโยชน์ คนที่ต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่าง คนที่เห็นเงิน มากกว่ามิตรภาพ คนที่พยายามดึงฉุดเราให้ต่ำลง คนที่ไม่เคยเห็นใครดีกว่าตัวเอง คนที่ทำตัวเป็นนกสองหัว คนที่คอยตำหนิคนอื่น..แต่ตนเองไม่ทำอะไรเลยคนที่ขี้อิจฉา เห็นใครดีกว่าไม่ได้ คนที่ชอบเอาเปรียบเมื่อมีโอกาส คนที่ชอบโกหก หาความจริงใจไม่ได้ คนที่โทษแต่คนอื่น ตัวเองไม่เคยผิด คนที่เป็นโจร ในคราบคนรู้จัก คนที่ทำตัวเป็นงูเห่า เลี้ยงไม่เชื่อง คนที่ไม่มีความรับผิดชอบ คนที่ชอบหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ตลอด คนที่ทำตัวเป็นปลิง คอยเกาะกินคนอื่น คนที่เข้าเพื่อหาผลประโยชน์ คนที่ชอบวิจารณ์ ถ้าสิ่งๆนั้น ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง คนที่มีความคิดลบๆ กับทุกอย่างที่เกิดขึ้น คนไม่มีเหตุผล ใช้อารมณ์ตัดสินทุกอย่าง ถึงเวลาหรือยังที่คุณจะเลิกทนเป็นเบี้ยงล่างให้แก่คนไม่จริงใจเหล่านี้แล้วออกไปเจอคนดีๆอื่นๆที่พร้อมเข้ามาในชีวิตของคุณ

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง