สูตรเมนูฟักทอง พร้อมสรรพคุณ ลดน้ำหนัก ชะลอวัย บำรุงสายตา

บ้านและสวน
โดย จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต วันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2562
สูตรเมนูฟักทอง พร้อมสรรพคุณ ลดน้ำหนัก ชะลอวัย บำรุงสายตา

ถ้าพูดถึงผักสีเหลืองที่หลายคนคุ้นเคย เชื่อว่าหลายคนคงต้องนึกถึง "ฟักทอง" อย่างแน่นอน เพราะฟักทองนี้สามารถนำมาทำอาหารทานได้ทั้งเมนูคาวและหวาน 

แต่คุณรู้ไหมว่าฟักทองอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมายที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุแมงกานีส ธาตุเหล็ก ซิงค์ 

 

 

แถมฟักทองยังเป็นอาหารเพื่อสุขภาพของผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอีกด้วย เพราะฟักทองมีกากใยที่สูงมาก มีแคลอรีและไขมันน้อย จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนและควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เพียงแค่รับประทานฟักทองหนึ่งถ้วยหรือ 3 กรัม จะทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น

 

 

และนอกจากนี้ฟักทองยังมีอีก 20 สรรพคุณเด็ด
1. ฟักทองมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการชะลอวัยและความแก่ชรา
2. ช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพผิวให้เปล่งปลั่งสดใสและช่วยปกป้องผิวไม่ให้เหี่ยวย่น
3. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา
4. ฟักทองมีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพร่างกาย
5. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย
6. น้ำมันจากเมล็ดฟักทองมีส่วนช่วยบำรุงประสาท
7. เมล็ดฟักทองช่วยทำให้อารมณ์ดี เพราะมีสารที่ช่วยในการสร้าง Serotonin ซึ่งมีผลต่ออารมณ์
8. มีฤทธิ์ในการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
9. เป็นอาหารที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรืออยากลดความอ้วน เพราะมีไขมันน้อย กากใยสูง
10. ฟักทองมีกรดโปรไบโอนิค ซึ่งมีส่วนทำให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลง

 


11. มีส่วนช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง
12. มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหัวใจ
13. ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยบริเวณข้อเข่า บั้นเอว
14. มีส่วนช่วยป้องกันโรคผิวหนัง
15. เปลือกฟักทองมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในร่างกาย ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน
16. ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกายหรือหลังจากร่างกายทำงานอย่างหนัก และทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
17. รากฟักทองนำมาต้มกับน้ำดื่มช่วยแก้และบรรเทาอาการไอ
18. ฟังทอกจัดว่ามีกากใยอาหารสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการขับถ่าย
19. ฟักทองมีฤทธิ์อุ่นซึ่งจะช่วยย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี
20. ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ

เมนูฟักทองนึ่ง
เริ่มต้นเมนูง่าย ๆ กันก่อนเลยกัยวิธีการทำฟักทองนึ่ง สุดยอดอาหารเฮลธ์ตีที่คนรักสุขภาพหมายปอง จับจ้องเอาไว้กินตอนเย็น ๆ แต่ปัญหาของการทำฟักทองนึ่งก็คือ การนึ่งฟักทองอย่างไรให้อร่อย ไม่เละ ไม่แข็งจนเกินไป ลองมาดูวิธีนึ่งฟักทองต่อไปนี้ แล้วอะไร ๆ จะง่ายขึ้นเป็นกอง สาว ๆ ลดความอ้วนก็รีบเพิ่มกล้ามแล้วไปหิ้วฟักทองหัวโต ๆ จากตลาดมารอไว้ได้เลย 

 

 

วิธีนึ่งฟักทองก็ง่ายสุดแสนจะง่าย เพียงแค่...
1. เตรียมฟักทองมาหั่นเป็นชิ้นหนา ๆ หน่อย อย่าหั่นให้เล็กมากเพราะตอนนึ่งจะเละไม่อร่อย จากนั้นใช้มีดคว้านเอาไส้ตรงกลางออกให้สวยงาม
2. จากนั้นก็หันไปต้มน้ำในชุดนึ่งให้เดือดพล่าน แล้วจัดแจงเอาฟักทองที่หั่นไว้วางเรียงลงไปแล้วปิดฝานึ่งประมาณ 5-10 นาที ขึ้นอยู่กับว่าขนาดของชิ้นฟักทองที่เราหั่นนั้นใหญ่ขนาดไหน

 

เมนูซุปฟักทอง
ส่วนผสม ซุปฟักทอง
1.ฟักทอง
2.แครอท
3.หอมหัวใหญ่
4.เนยสด
5.น้ำ หรือน้ำสต็อกไก่
6.เกลือป่น
7.พริกไทย
8.นมสดหรือวิปปิ้งครีม


หมายเหตุ : วัตถุดิบเราไม่ได้ใช้ปริมาณที่แน่ชัดนะคะ กะเอาตามความชอบค่ะ แต่ฟักทองแนะนำให้เลือกดี ๆ  ความอร่อยจะขึ้นอยู่กับฟักทองเลย เราเคยทำแล้วฟักทองไม่ค่อยหวานอร่อย พอนำมาทำซุปแล้วไม่อร่อยเท่าครั้งก่อน ๆ 

 

 

วิธีทำ
1. ปอกเปลือกฟักทอง หอมหัวใหญ่ และแครอทมา ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ (ชิ้นเล็กทำให้สุกง่าย) 
2. นำฟักทอง หอมหัวใหญ่ และแครอท ไปผัดกับเนยสักครู่ ให้หอมหัวใหญ่สุกเล็กน้อย
3. เติมน้ำให้ท่วมผัก (หรือจะใช้น้ำสต็อกไก่ก็ได้นะคะ เพื่อความเข้มข้น เราเคยลองใช้น้ำซุปต้มกระดูกหมู แต่เราว่ารสชาติไม่แตกต่างจากใช้น้ำเปล่านะคะ หรือเราแยกรสชาติไม่ได้เองก็ไม่รู้) ต้มจนเดือด จากนั้นลดไฟอ่อนลง นานประมาณ 15-20 นาที หรือจนกว่าผักจะนิ่ม
4. เทซุปลงในเครื่องปั่น ปั่นจนเนื้อละเอียด (เราแบ่งปั่นสองครั้ง)
5. จากนั้นเทซุปกลับลงหม้อต้มอีกครั้ง ตั้งไฟอ่อน คนผสมสักพัก
6. ปรุงรสด้วยเกลือป่น และพริกไทย ชิมรสตามชอบ
7. ใส่วิปปิ้งครีมหรือนมสดตามชอบ
8. คนผสมให้เข้ากัน ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

 

เมนูฟักทองผัดไข่
ส่วนผสม ฟักทองผัดไข่
1.ฟักทอง (ปอกเปลือกเล็กน้อย) หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ 1 ถ้วย
2.ไข่ไก่ 1 ฟอง
3.กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
4.ซีอิ๊วขาว (ปรุงรส)
5.น้ำตาลทราย (ปรุงรส)
6.น้ำมันพืช (สำหรับผัด)

 

 

วิธีทำ
1. เจียวกระเทียมกับน้ำมันพืชด้วยไฟปานกลางจนหอม จากนั้นใส่ไข่ไก่ลงไปยีจนเกือบสุก
2. ใส่ฟักทองลงผัดเบา ๆ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากันจนฟักทองสุกนิ่มตามต้องการ ชิมรสตามชอบ ตักใส่จาน พร้อมรับประทาน

เมนูสังขยาฟักทอง
ส่วนผสม สังขยาฟักทอง
1.ฟักทองลูกเล็ก 1 ลูก
2.ไข่ไก่ 8 ฟอง
3.น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม
4.หัวกะทิ 1 ถ้วย
5.ฝอยทอง สำหรับหยอดหน้า

 

 

วิธีทำสังขยาฟักทอง
1. ใช้มีดเจาะลงไปที่ขั้วฟักทองแล้ววนจนครบรอบออกให้เป็นฝา จากนั้นคว้านเอาไส้ฟักทองออกจนหมดแล้วนำไปล้างให้สะอาด เตรียมไว้
2. ผสมไข่ไก่กับน้ำตาลปี๊บ และหัวกะทิให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว นำไปกรองผ่านตะแกรง จากนั้นเทใส่ลงในผลฟักทอง โรยฝอยทองด้านบน
3. ใส่สังขยาฟักทองลงชามกระเบื้องขนาดพอดีกัน จากนั้นนำไปนึ่งชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด นานประมาณ 30-40 นาที หรือจนฟักทองสุก ยกออกจากชุดนึ่ง พักไว้จนเย็น ตัดเป็นชิ้น พร้อมรับประทาน

 

เมนูขนมฟักทอง
ส่วนผสม ขนมฟักทอง

1.ฟักทอง 500 กรัม (ปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้น ๆ)
2.แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
3.แป้งมัน 1/4 ถ้วย
4.มะพร้าวขูด 50 กรัม
5.น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
6.เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
7.กะทิ 1 ถ้วย
8.ถ้วยตะไลสำหรับนึ่ง

 

 

วิธีทำขนมฟักทอง
1. นำฟักทองไปนึ่งจนสุกแล้วนำออกมาพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท
2. ใส่แป้งข้าวเจ้าและแป้งมันลงในฟักทองที่นึ่งสุกแล้ว จากนั้นนวดผสมให้เข้ากัน
3. ใส่มะพร้าวขูด น้ำตาลทราย และเกลือป่นลงไปนวด จากนั้นค่อย ๆ เติมกะทิลงไปคนผสมจนเข้ากันดีและน้ำตาลทรายละลายหมด 
4. ตักส่วนผสมใส่ถ้วยตะไลประมาณ 3/4 ของถ้วย จากนั้นนำไปนึ่ง ในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือดประมาณ 15-20 นาทีจนแป้งสุกและใส นึ่ง ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น 
5. แคะขนมออกจากถ้วย พร้อมเสิร์ฟ


Tip : ถ้าใครอยากให้ขนมออกมาดูไทย ๆ ยิ่งขึ้นไปอีก ก็ใช้วิธีนึ่งด้วยกรวยใบตอง โดยมีวิธีการทำคือ ก่อนนึ่งก็ให้หาใบตองมาเช็ดให้สะอาด แล้วเจียนใบตองเป็นวงกลม จากนั้นก็ม้วนเป็นทรงกรวยเล็ก ๆ กลัดด้วยไม้กลัด แล้วตักขนมฟักทองใส่ลงไปประมาณ 3/4 ของกรวย จากนั้นนำไปเสียบลงในช่องของชุดนึ่ง (ช่องเว้นช่อง) แล้วนึ่งจนสุก นำออกจากรังถึง จัดใส่จานให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ


เมนูแกงบวดฟักทอง
ส่วนผสม แกงบวดฟักทอง

1.ฟักทอง (หั่นเป็นชิ้น) 300 กรัม (ถ้าจะให้อร่อยควรใช้ฟักทองแก่)
2.น้ำปูนใส สำหรับแช่ฟักทอง (ถ้ามี)
3.กะทิ หรือนมสด 500 มิลลิลิตร
4.ใบเตย 2 ใบ
5.น้ำตาลทราย 40 กรัม
6.น้ำตาลปี๊บ 40 กรัม
7.เกลือป่นเล็กน้อย

 

 

วิธีทำแกงบวดฟักทอง
1. แช่ฟักทองลงในน้ำปูนใสทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
2. เทนมสดลงในหม้อ ใส่ใบเตย น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ และเกลือป่น ต้มด้วยไฟปานกลางจนเดือด
3. ใส่ฟักทองลงต้มจนฟักทองสุกและนิ่มตามต้องการ หรือประมาณ 20 นาที ยกลงจากเตา
 4. ตักแกงบวดฟักทองใส่ถ้วย รับประทานขณะร้อน ๆ 

 

เมนูแกงบวดฟักทองนมอัลมอนด์ (ของหวานคลีน)
ส่วนผสม แกงบวดฟักทองนมอัลมอนด์

1.ฟักทอง หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 ถ้วย
2.นมอัลมอนด์ 2 ถ้วย
3.ใบเตย 1 ใบ
4.น้ำตาลโตนด 1 ช้อนชา (ปรับรสได้ตามใจชอบ)
5.เกลือป่น 1/8 ช้อนชา (ปรับรสได้ตามใจชอบ)

 

 

วิธีทำแกงบวดฟักทองนมอัลมอนด์
1. นำใส่นมอัลมอนด์ ฟักทอง และใบเตยลงไปในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟกลาง ต้มจนเนื้อฟักทองสุก 
2. จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำตาลโตนดและเกลือป่น คนให้ละลาย ปิดไฟ พร้อมเสิร์ฟ

 

เมนูฟักทองเชื่อม
ส่วนผสม ฟักทองเชื่อม

1.ฟักทอง 1/2 ลูก (เลือกที่เนื้อแน่นจะทำให้ฟักทองเชื่อมมีเนื้อเหนียว)
2.น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
3.น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
4.ใบเตย 5 ใบ

 

 

วิธีเชื่อมฟักทอง
1. หั่นฟักทองออกเป็นชิ้นหนา ๆ ใช้มีดคว้านไส้ออกให้สวยงาม (ถ้ามีน้ำปูนใสให้นำฟักทองไปแช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นนำมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วสะเด็ดน้ำเตรียมไว้)
2. ใส่น้ำตาลทรายลงในหม้อเชื่อม ตามด้วยน้ำเปล่า และใบเตย นำขึ้นตั้งไฟอ่อนคนให้น้ำตาลทรายละลายหมด 
3. ใส่ฟักทองลงไปในหม้อแล้วเร่งเป็นไฟแรงสุด จากนั้นรอจนเดือดแล้วลดเป็นไฟอ่อน (ใช้ความร้อนแค่พอเดือดปุด ๆ ) เชื่อมฟักทองไปเรื่อย ๆ (ไม่ต้องคนเพราะจะทำให้น้ำตาลเกาะกันเป็นก้อน) ประมาณ 1 ชั่วโมง และหมั่นตักน้ำเชื่อมในหม้อราดลงบนชิ้นฟักทองที่ไม่โดนน้ำเชื่อมด้วย เชื่อมจนฟักทองสุกและใส ปิดไฟ พักไว้จนเย็น 
 4. ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

 

เมนูน้ำฟักทอง
ส่วนผสม น้ำฟักทอง 

1.ฟักทองนึ่งสุก 1 ถ้วย 
2.น้ำสะอาด 3 ถ้วย (ถ้าต้องการความเข้มข้นสามารถลดได้)
3.น้ำตาลทราย 100 กรัม 

 

 

วิธีทำน้ำฟักทอง 
1. ใส่ฟักทองนึ่งลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำเปล่า ปั่นจนเป็นเนื้อเนียนละเอียด เทลงกรองด้วผ้าขาวบาง
2. เทส่วนผสมน้ำฟักทองใส่หม้อ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง เติมน้ำตาลทรายลงไป คนจนน้ำตาลทรายละลายและเดือด ชิมรสตามชอบ ยกลงจากเตา สามารถเสิร์ฟได้ทั้งร้อน ๆ หรือรอจนเย็นแล้วเทใส่แก้ว นำไปแช่เย็นก่อนดื่ม

 

ข้อควรระวังในการทาน "ฟักทอง"
เนื่องจาก "ฟักทอง" มีฤทธิ์อุ่น ดังนั้นคนที่ "กระเพาะร้อน" คือมีอาการเช่นกระหายน้ำ ปากเหม็น หิวง่าย ปัสสาวะเหลือง ท้องผูก เป็นแผลในช่องปาก เหงือกบวม ไม่ควรทานฟักทองมากเกินไป เพราะอาจกระตุ้นให้ร่างกายร้อนขึ้นได้นั่นเอง หรือแม้แต่ในคนปกติ การทานฟักทองมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องได้เช่นกัน

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง