เคล็ดลับผิวสวย หน้าใส "น้ำเย็น" ผิวเปล่งปลั่งขึ้นจนคนต้องทัก

ผู้ชาย
โดย จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต วันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2562
เคล็ดลับผิวสวย หน้าใส "น้ำเย็น" ผิวเปล่งปลั่งขึ้นจนคนต้องทัก

ในช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าว หลายคนคงต้องอยากดื่มน้ำเย็นให้ชื้นใจ ดับกระหาย คลายร้อน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าความจริงแล้ว "น้ำเย็น" ยังมีประโยชน์ต่อความงามอีกด้วย เพราะน้ำเย็นช่วยคืนความสดชื่นและปลอบประโลมผิวของเราให้เปล่งปลั่งสดใส ไปดูกันเลยว่าต้องทำยังไงกันบ้าง
 

 

ตื่นเช้ามาแนะนำให้คุณดื่มน้ำอุณหภูมิห้องสัก 1-2 แก้ว จะช่วยชะล้างสารพิษออกจากร่างกาย ล้างลำไส้ แถมยังช่วยให้ระบบขับถ่ายให้ดีขึ้นด้วย นอกจากนั้นยังเป็นการเติมน้ำให้ผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูสดใสเปล่งปลั่งด้วย หลังจากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการล้างหน้า โดยให้นำน้ำเย็น ๆ มาล้างหน้า จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่น สบายผิวหน้า ซึ่งน้ำเย็นมีประโยชน์ทางด้านความงามอื่น ๆ ดังนี้

 

1. ช่วยลดความบวมของใบหน้าหลังจากตื่นนอน
2. ลดความแห้งตึงของผิว ชะลอความเหี่ยวย่น
3. ช่วยกระชับรูขุมขน โดยเฉพาะคนที่มีมีรูขุมขนกว้าง การใช้น้ำเย็นล้างหน้าจะช่วยช่วยกระชับรูขุมขนได้
4. ช่วยลดการอุดตันของผิว อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และยังช่วยลดการอักเสบของสิวได้เป็นอย่างดี  

แต่นอกจากน้ำเย็นจะช่วยให้ผิวพรรณของคุณเปล่งปลั่งแล้ว น้ำเย็นยังมีโทษต่อร่างกายเช่นกัน
ถ้าเอาง่ายๆ เลย การดื่มน้ำเย็นจัดในเวลาอันรวดเร็ว อาจทำให้เกิดอาการ brain freeze หรืออาการเย็นจี๊ดขึ้นสมอง ปวดศีรษะไปชั่วขณะได้ (คนที่เป็นโรคไมเกรนจะมีโอกาสเกิดอาการนี้ง่ายกว่าคนปกติ) โดยเป็นกระบวนการของสมองที่สั่งการส่งเลือดมาไหลเวียนที่หลอดเลือดบริเวณที่เย็นจัดอย่างเฉียบพลัน เพื่อทำให้หลอดเลือดบริเวณนั้นอุ่นขึ้น และขยายหลอดเลือดให้ใหญ่ขึ้น จนไปกระตุ้นประสาทส่วนที่รับรู้ถึงความเจ็บปวดไปด้วย จึงเกิดเป็นอาการปวดศีรษะโดยฉับพลันนั่นเองแต่ไม่ต้องห่วง อาการนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที และไม่ส่งผลระยะยาวต่อร่างกายใดๆ ทั้งสิ้น

แต่หากจะพูดถึงอันตรายต่อร่างกายในระยะยาว ก็มีเหมือนกัน การดื่มน้ำเย็นจัด จะทำให้ไตต้องทำหน้าที่กำจัดความเย็นออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว โดยการขับน้ำเย็นออกมาเก็บไว้ที่กระเพาะปัสสาวะ


นอกจากไตจะทำงานหนักขึ้นแล้ว ความเย็นยังทำให้หลอดเลือดแข็งตัว ไม่ยืดหยุ่น เลือดข้นหนืด เคลื่อนตัวได้ช้าลง และลำบากมากขึ้น ทำให้มีคราบไขมัน และของเสียในเลือดไปเกาะตามผนังหลอดเลือด และอาจสะสมพอกพูนกลายเป็นโรคหลอดเลือดตีบ จนอาจเป็นสาเหตุของอาการผิดปกติของร่างกายดังต่อไปนี้

1. ย่อยอาหารได้ยาก เพราะเมื่อคุณดื่มน้ำเย็นเส้นเลือดจะหดตัว ทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะการงดดื่มน้ำเย็นหลังมื้ออาหาร และอาจส่งผลให้คุณปวดท้องและท้องผูก

2. ลดขีดความสามารถของสมอง เพราะคนที่ดื่มน้ำเย็นจัดในยามที่ร่างกายไม่ได้เกิดความรู้สึกกระหายน้ำนั้น จะทำให้ขีดความสามารถในการทำงานของสมองลดลงไปทันที และทำให้ร่างกายของคุณใช้พลังงานเพิ่มขึ้น เพื่อให้น้ำที่ดื่มเข้าไปได้อุณหภูมิเฉลี่ยของร่างกาย นี่คือเหตุผลที่คุณไม่ควรดื่มน้ำเย็นจนกว่าคุณจะรู้สึกเหนื่อยและไม่สามารถทำงานประจำวันได้

3. ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ เพราะการดื่มน้ำเย็นอาจทำให้อัตราการเต้นหัวใจลดลง มันกระตุ้นเส้นประสาท vagus ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบประสาทในร่างกาย แต่น้ำอุ่นจะช่วยทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นเส้นประสาท vagus เพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจ และอุณหภูมิอุ่นๆ ของน้ำจะช่วยลดอาการแน่นจมูก และหายใจไม่สะดวกของคนที่เป็นภูมิแพ้ได้ดีมาก

4. สร้างเมือกในร่างกายของคุณ การดื่มน้ำเย็นทำให้เกิดเมือกในร่างกายของคุณที่จะขยายตัว ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเสื่อมลงและอาจนำไปสู่สภาวการณ์ที่ไม่พึงประสงค์มากมาย ตั้งแต่ทำให้น้ำมูกไหลไปจนถึงความเจ็บป่วยที่ร้ายแรง

ดังนั้นไม่ว่าจะอะไรต่างก็มีทั้งประโยชน์และโทษเช่นกัน ดังนั้นควรใช้อย่างถูกวิธีและมีความพอดีกับทุกอย่าง เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของตัวคุณเอง...

 

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง