ตำนานตึกแดง คุกตะรุเตา ทัณฑสถานที่คณะราษฎรใช้ขังนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ในสมัยก่อน

Publish 2018-12-06 16:31:25


 ย้อนกลับไปเมื่อสมัยก่อนนั้น "ตึกแดง คุกตะรุเตา" ที่จังหวัดสตูล ควรถือเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญ ที่ "คณะราษฎร" ใช้เป็น"ทัณฑสถาน " นักโทษคดีอุกฉกรรจ์ และนักโทษการเมืองสร้างปี ๒๔๗๙ ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๔ ปี โดยปี ๒๔๘๒ พระยาพหลพลหยุหเสนา นายกฯ ส่งนักโทษการเมือง จำนวน ๗๐ คน ส่วนใหญ่เป็นนักโทษคดีกบฏบวรเดช และกบฏนายสิบ โดยนำมากักไว้ที่อ่าวตะโละอุดัง เหตุผลง่ายๆ คือมีภูมิประเทศยากแก่การหลบหนี เพราะเป็นเกาะใหญ่อยู่กลางทะเลลึก รอบๆเกาะก็เต็มไปด้วยฉลาม ในคลองมีจระเข้ชุกชุม คลื่นลมมรสุมก็รุนแรง ไม่มีเรือผ่านไปมา ม้่นใจได้ว่าจะไม่มีการแหกหักหลบหนี นอกจากจะมีผู้คุมดูแลแล้ว ยังมีฉลามและจระเข้ช่วยควบคุมไว้อีกชั้นหนึ่ง

 

 

 



การลงโทษนักโทษในคุกตะรุเตา มีตั้งแต่การให้ทำงานหนักขึ้น หรือลดอาหาร จับตีตรวนให้ยืนตากแดด ๑๐-๑๕ วัน ถ่วงสมอบก ถูกเฆี่ยน ทุบตี และการขังตึกแดง ซึ่งเป็นการลงโทษที่หนักที่สุด นักโทษที่หลบหนีหากจับได้แล้ว ต่อสู้ขัดขืนจะถูกยิงตาย การถ่วงสมอบก เป็นการตีตรวนขนาดใหญ่ที่สุด ผูกติดกับตัวสมอที่ทำด้วยท่อนไม้ซุงขนาดใหญ่โซ่จะมีความยาวพอที่นักโทษ จะยกท่อนไม้แบกขั้นบ่าได้ เวลาจะเดิน พอหยุดเดินยกสมอลงวางพื้น จะถูกตรึงอยู่ในรัศมีของโซ่ที่ล่ามเหมือนเรือที่ถูกวางสมอ ภายหลังท่อนไม้ซุงได้เปลี่ยนมาเป็นซีเมนต์ หล่อเป็นวงล้อมขนาดต่างๆ เพราะสมอไม้มักถูกนักโทษใช้ขวานหรือมีดถากทิ้ง เพื่อให้น้ำหนักลดลง

 

 

ตึกแดง เหตุที่เรียกว่าตึกแดง เพราะสร้างขึ้นด้วยเหล็กที่ดูดความร้อน-เย็นได้อย่างมาก ขนาดไม่สูงไม่สามารถยืนได้ มีประตูเดียว และช่องรูเล็กๆไว้หยอดอาหารและหายใจ ไว้ทำโทษนักโทษที่ทำผิดซ้ำ เรียกได้ว่าใครที่ถูกขังในห้องนี้อาจเสียสติไปได้เลย ตึกแดง มีลักษณะเป็นรูปทรงครึ่งวงกลมความสูงประมาณ ๑ เมตร ยาว ๒ เมตร เจาะรูเล็กๆให้อากาศไหลผ่าน

 

 

 



 เล่ากันว่าเมื่อนักโทษได้กลับสู่ผืนแผ่นดิน ได้พบว่าหลายปีที่จากบ้านไปนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปหมด เสื้อผ้าที่ใส่ออกมาจากเกาะกับคนสมัยนั้นต่างกันเหมือนอีกโลกหนึ่ง ในปี พ.ศ.๒๔๙๑ กรมราชทัณฑ์ก็ได้ประกาศยกเลิกนิคมฝึกอาชีพตะรุเตาสถานที่แห่งนี้จึงเป็นอดีต กลายเป็นตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ประวัติศาสตร์ชาติไทยก่อนและหลัง พ.ศ ๒๔๗๕


เรียบเรียงโดย : อุทัย เลิกสันเทียะ