"พระเจ้าตากสิน" กระทำสัตยาธิษฐาน เสี่ยงบารมี ครั้งปราถนาเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปในอนาคต

Publish 2018-12-04 15:05:57


 

            เรื่องราวเกี่ยวกับสมเด็จพระเจ้าตากสินนั้นเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของคนไทยเรามาโดยตลอด ทั้งเป็นที่ยอมรับนับถือว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินนั้นทรงเป็นวีรกษัตริย์ผู้กอบกู้ชาติไทย ทั้งยังเป็นผู้มีบุญบารมีอย่างสูงส่งดังจะเห็นได้ว่าตั้งแต่แรกกำเนิดของพระองค์ก็ปรากฏสิ่งมหัศจรรย์ขึ้น

 

 

             นอกจากนี้ในช่วงวาระต่างๆแห่งการดำเนินชีวิตพระองค์ทั้งเมื่อยังทรงพระเยาว์หรือแม้กระทั่งการออกศึกกู้ชาติก็พบว่ามีปาฏิหาริย์อันเนื่องด้วยบุญบารมีของพระองค์ปรากฏขึ้นอยู่เสมอ เหนือสิ่งอื่นใดคือประวัติของสมเด็จพระจ้าตากสินนั้นมีความลึกลับมากที่สุด มีปมปริศนาซ้อนอยู่ในหลายๆช่วงชีวิตของพระองค์เรียกว่าตั้งแต่เกิดเลยทีเดียวก็ว่าได้ 
 

 

 



 

             เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปประทับอยู่ที่เมืองตาก ภายหลังจากเสร็จศึกกับพม่าที่เมืองเชียงใหม่นั้น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้เสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลและนมัสการพระปฏิมากรที่วัดดอยเขาแก้ว ครั้นนั้นได้ตรัสถามพระสงฆ์ว่าจำพระองค์ได้หรือไม่  พระสงฆ์รูปนั้นยังจดจำพระองค์ได้ดี มีเรื่องเล่าว่าเมื่อครั้งพระองค์อยู่บ้านระแหง ได้กระทำสัตยาธิษฐานเสี่ยงบารมีว่า
 

"ถ้าข้าพเจ้าจะได้ตรัสแก่พระปรมาภิเษกสัมโพธิญาณในอนาคตกาล ข้าพเจ้าตีระฆังแก้วเข้าบัดนี้ ให้ระฆังแก้วแตกจำเพาะแต่ที่จุก จะได้ทำเป็นพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ"

 

 

           ครั้นอธิษฐานแล้วตีระฆัง ระฆังก็แตกแต่เฉพาะจุก เห็นประจักษ์เป็นที่อัศจรรย์ เรื่องการเสี่ยงบารมีนี้บางตำนานเล่าไปอีกอย่างว่า ได้ใช้ไม้เคาะระฆังขว้างไปโดยไกลยังลูกแก้วหรือถ้วยแก้ว อธิษฐานว่าขอให้ไม้ถูกจำเพาะส่วนที่คอดกิ่วอยู่ ลูกแก้วนั้นอย่าได้เสียหาย ปรากฏว่าไม้เคาะระฆังขว้างไปถูกดังคำอธิษฐาน จึงได้นำลูกแก้วนั้นไปติดไว้ที่ยอดพระเจดีย์ ปัจจุบันลูกแก้วที่ยอดพระเจดีย์วัดดอยเขาแก้วได้หายไปแล้ว และเล่ากันว่ายังมีเจดีย์อีกองค์หนึ่งซึ่งประดิษฐานลูกแก้วเสี่ยงทาย อยู่ที่วัดกลางสวนดอกไม้ใกล้กับวัดดอยเขาแก้ว แต่ลูกแก้วนั้นก็หายไปด้วยเช่นกัน
 

 

 



 

            สมเด็จพระเจ้าตากสินนั้นทรงมีพะราชศรัทธาในการบำเพ็ญพระโพธิญาณ หมายถึงการบำเพ็ญบุญบารมีเพื่อให้ถึงซึ่งการสำเร็จเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตกาลภายภาคเบื้องหน้า ซึ่งต้องถือว่าพระองค์เองคงได้บำเพ็ญเพียรประกอบบุญบารมีมาหลายภพหลายชาติจนมีบารมีแก่กล้ายิ่งนักหากหมายเอาพระโพธิญาณให้จงได้ก็คงสำเร็จสมประสงค์ ดั่งที่พระองค์ได้ลองเสี่ยงบารมีตีระฆังแก้วดังกล่าวว่า แต่ทั้งนี้ต่อมาพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ

 

 

 

            ได้เล่าไว้ว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินได้ทรงลาพุทธภูมิเข้าสู่ความเป็นอริยะบุคคลชั้นสูงสุดไปแล้ว นอกจากนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม วัดอัมพวันก็กล่าวไว้ว่าพระองค์ถึงแก่อริยะมรรคอริยผลชั้นสูงแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นบารมีของพระองค์ก็ยังปกปักษืรักษาลูกหลานบนผืนแผ่นดินไทย สมดั่งที่พระองค์ทรงกล่าวไว้ว่า "คิดถึงพ่อ พ่ออยู่คู่กับเจ้า" ดังนั้นแม้ในปัจจุบันก็ดี ในอนาคตกาลก็ดีผู้ใดระลึกถึงสมเด็จพระเจ้าตากสิน ผู้นั้นก็ย่อมได้รับพระบารมีคุ้มครองปกปักษ์รักษาเสมอไป
 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ญาณทิพย์ ไขปริศนา ปลายแผ่นดินพระเ้จาตาก โดย ทิพยจักร 

 


เรียบเรียงโดย : เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ