"เม็ดกระบก" อัลมอนด์อีสาน ป้องกันโรคความจำเสื่อม บำรุงหัวใจ

Publish 2018-11-28 12:03:58


เม็ดกระบก หรือที่เรียกกันในชื่อว่น อัลมอนด์อีสาน หรือ  อัลมอนด์เมืองไทย 

 

 

• มีลักษณะคือ เป็นเมล็ดรูปไตขนาดใหญ่ 

• ตัวเปลือกถูกหุ้มเมล็ดมีสีน้ำตาล 

• เนื้อในเป็นแป้งสีขาวๆ

• ถือเป็นยารสเบื่อเมา 

• มีรสชาติมันติดขมเล็กน้อย 

• มีส่วนช่วยในการบำรุงระบบประสาทและสมอง 

• ช่วยในการป้องกันโรคความจำเสื่อม 

• ใช้ในการบำรุงหัวใจ และป้องกันมะเร็งเต้านม 

• สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัย

 



• ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ  Irvingia malayana Oliv. ex. A. W. Benn.

• ชื่อพ้องคือ Irvingia harmandiana Pierre ex Lecomte, I. oliveri Pierre, I. pedicellata Gagnep.

• ชื่อวงศ์คือ Irvingiaceae

มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ดังต่อไปนี้

• เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ 

• มีความสูงได้ถึง 35 เมตร 

• มักจะผลัดใบช่วงสั้นๆ ลำต้นตรง

• มีเรือนยอดที่แน่นทึบและแผ่กว้าง 

• ลำต้นมีขนาดหนา 

 

 

• โคนต้นที่อายุมากมักเป็นพูพอน 

• มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 200 เซนติเมตร 

• มีสีเปลือก เป็นสีเทาอมน้ำตาล เรียบหรือแตกเป็นสะเก็ดเล็กๆ 

• ลักษณะเปลือกชั้นในมีสีส้มอ่อน 

• ในส่วนของกิ่งอ่อนมีรอยหูใบที่หลุดร่วงไปชัดเจน 

• มีใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปรี รูปรีแกมรูปขอบขนาน รูปไข่ หรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาน 

• มีความกว้าง 2.5-9 ซม. ยาว 8-20 ซม. 

• มีปลายเป็นติ่งแหลม โคนสอบมน หรือเบี้ยวเล็กน้อย ขอบเรียบ

• แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวด้านบนเกลี้ยง ด้านล่างเกลี้ยง หรือมีขนประปราย ใบแก่ผิวเรียบ ด้านบนเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างมักจะมีนวลสีเขียวเทา 

• เส้นแขนงใบ ข้างละ 8-10 เส้น เส้นใบย่อยแบบร่างแหเห็นชัดเจน ทั้งสองด้าน 

• ก้านใบ ยาว 0.5-1.5 ซม. เป็นร่องทางด้านบน เกลี้ยง 

• หูใบมีลักษณะเป็นกรวยยาวหุ้มยอดอ่อน ปลายแหลมโค้งเล็กน้อย เป็นรูปดาบ ยาว 1.5-3 ซม. หลุดร่วงง่าย

• มันจะทิ้งร่องรอยเป็นวงแหวนบนกิ่ง ช่อดอก แบบช่อแยกแขนง ยาว 5-15 ซม. ออกตามซอกใบ หรือปลายกิ่ง ดอกมักจะออกก่อนที่จะเกิดใบชุดใหม่ 

• มีอาการคือ ดอกร่วงอย่างรวดเร็ว ใบประดับ รูปไข่ปลายแหลม ขนาดเล็กร่วงง่าย ดอกขนาดเล็ก สีขาวอมเขียว หรือสีเหลืองอ่อน

• กลีบเลี้ยงและกลีบดอก มีอย่างละ 5 กลีบ กลีบเลี้ยง กว้างประมาณ 0.5 มม. ยาวประมาณ 1 มม. เชื่อมกัน 

• กลีบดอก กว้างประมาณ 1.5 มม. ยาว 2-3 มม. ปลายกลีบดอกจะม้วนออก 

• เกสรเพศผู้ 10 อัน ติดกับขอบนอกของหมอนรองดอก รังไข่อยู่ เหนือวงกลีบ มี 2 ช่อง แต่ละช่อง มีออวุล 1 เม็ด ผล เป็นผลสด แบบผลผนังชั้นในแข็ง รูปไข่หรือรูปรี กว้าง 3-4 ซม. ยาว 4-5 ซม. มีนวลเล็กน้อย ผลมีสีเขียว เมื่อผลสุกสีเหลือง

 

 

• มีเนื้อด้านในสีส้ม เมล็ด 1 เมล็ด แข็ง รูปไข่หรือรูปรีแกมรูปไข่ ค่อนข้างแบน เนื้อในเมล็ดสีขาว และมีน้ำมัน 

• สามารถพบได้ตามป่าเต็งรัง ป่าชายหาด ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ตลอดจนป่าดิบชื้น ที่สูงตั้งแต่ใกล้ระดับน้ำทะเล จนถึงประมาณ 300 เมตร 

• มักจะออกดอกระหว่าง เดือนมกราคม-มีนาคม เป็นผล ระหว่างช่วง เดือน กุมภาพันธ์- สิงหาคม 

• เนื้อในเมล็ดสามารถนำมาคั่วสุกมีรสมัน รับประทานได้ 

• น้ำมันจากเมล็ด ใช้ทำอาหาร สบู่ และเทียนไขได้ ผลสุก เป็นอาหารสัตว์ป่า

 


 




วิธีรับประทาน

 

 

 

1. ให้คุณนำเม็ดกระบกมาตากแห้ง หรือจะอบไล่ความชื้นก็ได้

2. นำไปคั่ว โดยเลือกใช้ไฟอ่อนๆ คั่วกระทั่งจนเม็ดเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง 

3. ทำการโรยเกลือเก็บไว้ในขวดโหล 

4. ให้คุณรับประทานวันละ 20 เม็ด 

 

 

 ข้อมูลน่ารู้ของเมล็ดกระบก

• มีชื่อทางสมุนไพรว่า กระบก

• ชื่ออื่นๆคือ 

- มะมื่น มื่น ของภาคเหนือ 

- มะลื่น หมักลื่น ของสุโขทัย นครราชสีมา

- บก หมากบก ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

- กะบก จะบก ตระบก ของภาคกลาง

- จำเมาะ

- หลักกาย


สรรพคุณของกระบก

 


น้ำมันเมล็ดกระบกช่วยบำรุงสมอง (น้ำมันจากเมล็ด)
เนื้อไม้ช่วยทำให้เจริญอาหาร (เนื้อไม้)
ช่วยบำรุงหัวใจ (น้ำมันจากเมล็ด)
ช่วยรักษาริดสีดวงจมูก (น้ำมันจากเมล็ด)
ช่วยบรรเทาอาการหอบหืด (น้ำมันจากเมล็ด)
ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย (เมล็ด)
ลูกกระบกใช้เป็นยาระบาย ด้วยการใช้ผลกระบกอ่อนประมาณ 1 กำมือ นำมาตมผสมกับพริกเกลือ แล้วใช้รับประทานสัปดาห์ละครั้ง (หากใช้เยอะมีฤทธิ์เป็นยาถ่าย) (ผล)
ช่วยฆ่าพยาธิในท้อง (เนื้อในเมล็ด) ช่วยขับพยาธิในเด็ก (เนื้อไม้) สามารถใช้ได้ทั้งคนและสัตว์ หากเป็นคนให้ใช้ผลกระบกไม่แก่หรืออ่อนมากเกินไปประมาณ 3 ลูก ตำผสมกับน้ำซาวข้าว 1 ถ้วยตาไก่ขนาดกลาง แล้วกรองเอาแต่น้ำมาดื่มกินก่อนนอนวันละครั้ง ติดต่อกัน 3 วัน ส่วนถ้าเป็นสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขที่เป็นขี้เรื้อน ก็ให้ใช้สูตรเดียวกับคน แต่ให้เพิ่มปริมาณของผลกระบกเป็นเท่าตัว ใช้กินไม่เกินสามวันหายขาด (ผล)
ช่วยบำรุงไต (เนื้อในเมล็ด)
ช่วยแก้อาการคันตามผิวหนัง (ใบ)
เนื้อในเมล็ดมีรสร้อน ช่วยบำรุงเส้นเอ็น แก้เส้นเอ็นพิการ บำรุงไขข้อกระดูก แก้ข้อขัดได้ 

ประโยชน์ของกระบก
1.ต้นกระบกมีประโยชน์ในด้านภูมิสถาปัตย์ เหมาะสำหรับใช้ปลูกเป็นกลุ่มในพื้นที่โล่ง ๆ ตามสวนสาธารณะต่าง ๆ สวนรุกขชาติ หรือในสวนสัตว์เปิด ให้เป็นที่อยู่อาศัยและเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าได้

2.ไม้กระบกเป็นไม้เนื้อแข็งและหนัก มีเสี้ยนตรงแข็งมาก ไม่แตกแยกเมื่อแห้ง เลื่อยผ่าตบแต่งได้ง่าย สามารถนำมาใช้ทำเป็นเครื่องมือกสิกรรมต่าง ๆ เช่น ครก สาก เครื่องสีข้าว รวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในร่ม และยังนำมาทำเป็นฟืน หรือถ่านที่ให้ความร้อนสูงได้ เป็นต้น

3.เนื้อในเมล็ดมีรสหวานมัน นิยมนำมาคั่วรับประทานเป็นของว่าง มีรสคล้ายกับถั่วลิสง หรือที่เรียกว่า กระบกคั่ว

4.มีการใช้น้ำมันจากเมล็ดกระบกมารับประทาน

5.เนื้อในเมล็ดเป็นแหล่งอุดมของแคลเซียมและเหล็กชั้นดี จึงช่วยบำรุงกระดูกและฟันได้เป็นอย่างดี

6.ใบอ่อนใช้รับประทานเป็นผักหรือรับประทานกับลาบ

7.นอกจากจะเป็นอาหารคนแล้ว ผลสุกของกระบกที่ร่วงหล่นลงมา ยังสามารถนำไปใช้เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ของวัว ควาย รวมไปถึงสัตว์เคี้ยวเอื้องอื่น ๆ

8.ผลสุกของกระบก สัตว์ป่าจำพวกเก้ง กวาง และนกชอบกินเป็นอาหารมาก โดยสัตว์เหล่านี้จะช่วยพาเมล็ดไปงอกในที่ไกล ๆ จึงเป็นการช่วยขยายพันธุ์ต้นกระบกได้เป็นอย่างดี

9.น้ำมันจากเนื้อในเมล็ดสามารถนำมาใช้เป็นสบู่และเทียนไขได้

10.ผลกระบกเป็นแหล่งเลี้ยงจุลินทรีย์ชั้นดี พืชชนิดไหนที่อยู่ใกล้ต้นกระบกก็เหมือนกับได้ปุ๋ยชั้นดีไปด้วย

11.เนื้อในไขกระบกมีความทนทานต่อการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีได้ดี ในทางอุตสาหกรรมจึงมีศักยภาพในการนำมาพัฒนาเป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มคุณค่าได้

12.เนื้อในผลกระบก นอกจากจะนำมาเคี้ยวกินเล่นแล้ว ยังสามารถนำมาใช้พัฒนาเป็นเครื่องสำอางและยาเหน็บทวารได้อีกด้วย

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : Search-si ,medthai.com


เรียบเรียงโดย : ชาคริตส์ คงหาญ