ไม่ต้องใส่เสื้อผ้าปิด! แนะวิธีรักษารอยช้ำให้หายไว ฟกช้ำดำเขียว เผยผิวเนียนอีกครั้ง

ข่าว
โดย จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
ไม่ต้องใส่เสื้อผ้าปิด! แนะวิธีรักษารอยช้ำให้หายไว ฟกช้ำดำเขียว เผยผิวเนียนอีกครั้ง

เราทุกคนต้องเคยมีรอยฟกช้ำที่ไม่น่ามองกันทั้งนั้น การรักษารอยฟกช้ำนั้นต้องใช้เวลา แต่เรามีวิธีเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยทำให้รอยฟกช้ำหายเร็วขึ้นและช่วยให้ไม่เป็นที่สังเกตอีกด้วย

 

 

รอยช้ำเกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับแรงกระแทกตั้งแต่เบาปานกลางจนถึงขั้นรุนแรง ทำให้หลอดเลือดใต้ผิวหนังแตก หากคุณจะต้องไปที่ไหนสักแห่ง คุณก็อาจจะไม่อยากให้ใครเห็นรอยช้ำ คุณสามารถรักษารอยช้ำได้โดยสลับประคบเย็นและร้อน พักบริเวณที่เป็นรอยช้ำ และซื้อยามาใช้ 

 

 

เคยไหมที่อยู่ ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นรอยช้ำที่ร่างกาย เรียกว่าเป็นรอยช้ำที่ไม่มีสาเหตุ ไม่รู้ที่มาที่ไป หรือบางเคสก็ซุ่มซ่ามเดินชนจนเกิดอาการฟกช้ำดำเขียวขึ้นมา แต่ครั้นจะปล่อยให้รอยช้ำอวดโฉมบนผิวเราหลายวันก็กระไรอยู่ วันนี้เรานำวิธีแก้ฟกช้ำให้หายไว มาให้ลองปฐมพยาบาลเบื้องต้นกัน 

วิธีรักษารอยช้ำให้หายไว
ยิ่งเรารักษารอยช้ำได้เร็วเท่าไร อาการฟกช้ำก็จะหายไวเท่านั้น งั้นเอาเป็นว่าเรามาดูวิธีรักษารอยช้ำกันเลย

 

 

1. ทาเจลว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติช่วยลดอาการอักเสบได้ เราจึงนำเจลว่านหางจระเข้มาทาบาง ๆ ที่รอยฟกช้ำเพื่อรักษารอยช้ำให้หายไปได้นั่นเอง

 

 

2. ประคบเย็น 
หากเกิดรอยฟกช้ำภายใน 48 ชั่วโมงแรก หรือมีอาการบวม ให้ใช้น้ำเย็น เจลเย็น หรือน้ำแข็งประคบแผลฟกช้ำครั้งละ 15-30 นาที วันละ 3-4 ครั้ง การประคบเย็นจะช่วยให้เส้นเลือดหดตัว โอกาสจะเกิดรอยช้ำที่ผิวหนังก็จะลดลง อีกทั้งการประคบเย็นยังช่วยลดอาการปวดบวมได้เป็นอย่างดี

 

 

3. ประคบร้อน
หากเกิดรอยฟกช้ำนานกว่า 48 ชั่วโมงขึ้นไป (สังเกตได้จากรอยช้ำเริ่มเป็นสีเขียวหรือสีเหลือง) ให้ประคบร้อน โดยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหรือกระเป๋าน้ำร้อนมาประคบบริเวณรอยช้ำ นานครั้งละ 15-30 นาที วันละ 3-4 ครั้ง ความร้อนจะช่วยผ่อนคลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ และกระตุ้นให้มีการไหลเวียนโลหิตรอบ ๆ รอยช้ำ แผลฟกช้ำก็จะจางหายได้ไวขึ้น

 

 

4. กินสับปะรดก็ดี พอกรอยช้ำก็ได้
สับปะรดมีเอนไซม์โบมีเลน เอนไซม์ที่มีสรรพคุณช่วยลดการอักเสบของร่างกาย ช่วยลดรอยฟกช้ำดำเขียวได้ โดยจะกินสับปะรดช่วยให้รอยช้ำหายไว ๆ หรือนำสับปะรดมาพอกบริเวณรอยช้ำก็ได้เหมือนกัน แล้วแต่ถนัดเลยจ้า 

 

 

5. พันรอยช้ำ
หากรอยช้ำมีขนาดใหญ่และสีเข้มมาก บวกกับเพิ่งเกิดรอยช้ำใหม่ ๆ แนะนำให้พันผ้ารอบ ๆ รอยช้ำให้แน่นพอสมควร เพื่อป้องกันเนื้อเยื่อและเส้นเลือดถูกกระทบกระเทือนจากปัจจัยภายนอกอีก รวมถึงประคบเย็นให้เร็วที่สุดเลย
 


 

 

6. ยกให้สูง
หากรอยช้ำเกิดบริเวณขาหรือเท้า ให้พาดขากับพนักเก้าอี้หรือหมอนอิง โดยให้ตำแหน่งของรอยช้ำอยู่สูงกว่าหัวใจ วิธีนี้จะช่วยลดแรงกดบริเวณแผล และช่วยให้กล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ และเส้นเลือดบริเวณที่ช้ำผ่อนคลายมากขึ้น 

 

 

7. พอกรอยช้ำด้วยดินสอพอง
ถ้ามีดินสอพองและมะนาวให้นำ 2 อย่างนี้ผสมกันจนเป็นเนื้อครีมข้น ๆ จากนั้นประคบเย็นที่แผลเสียก่อน แล้วจึงพอกดินสอพองผสมมะนาวลงไปที่รอยช้ำ วิตามินซีและสารจากดินสอพองจะช่วยลดร่องรอยดำบริเวณผิวหนัง พร้อมทั้งช่วยลดอาการอักเสบ

 

เคล็ดลับ
-ทาครีมที่ให้ความชุ่มชื้นบริเวณที่ฟกช้ำจะช่วยให้รอยช้ำหายเร็วขึ้น
-หากว่าหลังจาก 1-2 สัปดาห์ รอยช้ำยังไม่หายหรือคุณไม่รู้ว่าไปได้รอยช้ำนี้มาจากไหนแล้วละก็ คุณควรไปหาหมอเพราะมันอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกโรคบางอย่างได้
-ให้ระมัดระวังเพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้หรือการเดินเขยก! ใช้ครีม/เจลคลายกล้ามเนื้อเพื่อบรรเทาอาการปวด
-อย่าไปสัมผัสแผลฟกช้ำมาก เพราะอาจทำให้แผลแย่ลงได้
-ใช้คอนซีลเลอร์ที่สว่างกว่าผิวเล็กน้อย ต้องมั่นใจว่าคุณปกปิดรอยฟกช้ำและบริเวณรอบๆ ไม่อย่างนั้นมันจะดูเหมือนว่าคุณกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างอยู่
-รีบนำน้ำแข็งมาประคบบริเวณฟกช้ำก่อนที่มันจะขยายใหญ่ขึ้น
-ไปพบแพทย์หากว่าคุณมีแผลฟกช้ำร่วมกับอาการปวดบวมหรือรอยแดงที่มากจนผิดปกติ

 

 

คำเตือน
รอยช้ำมักไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลจนต้องปรึกษาแพทย์ อย่างไรก็ตาม หากคุณมีรอยช้ำที่ไม่ได้เกิดจากอาการบาดเจ็บและไม่จางหายไปเองภายใน 2 อาทิตย์ คุณควรไปปรึกษาแพทย์

 

อ้างอิงข้อมูลจาก หมอชาวบ้าน , หมอกสิสิน , healthline , wikihow , kapook


เรื่องที่เกี่ยวข้อง