ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติเตือน แฟชั่นย้อมผม "เสี่ยงมะเร็ง" พร้อมแนะการย้อมผมที่ถูกวิธี

ข่าว
โดย จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติเตือน แฟชั่นย้อมผม "เสี่ยงมะเร็ง" พร้อมแนะการย้อมผมที่ถูกวิธี

ย้อมสีผม เป็นแฟชั่นกระแสนิยมที่แพร่หลายทั่วโลก และมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนย้อมสีผมเป็นประจำโดยไม่คำนึงถึงส่วนประกอบและสารเคมีในผลิตภัณฑ์ที่อาจระคายเคืองต่อผิวหนัง และทำให้เกิดอาการแพ้ เพราะผิวหนังบางคนบอบบางและไวต่อสารเคมีบางชนิดมากกว่าคนอื่น ที่สำคัญ ยาย้อมสีผมส่วนใหญ่อาจไม่ได้ผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัย เช่นเดียวกันกับสารแต่งสีในเครื่องสำอางชนิดอื่น

 

 

ชนิดของยาย้อมสีผม
ปัจจุบัน มียาย้อมสีผมผลิตออกมาหลายชนิด เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค เช่น ส่วนประกอบ ความคงทนของสี รูปแบบวิธีการใช้ เป็นต้น

 

ยาย้อมสีผมแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ดังต่อไปนี้
-แบบชั่วคราว เป็นยาย้อมสีผมชนิดที่เคลือบสีไว้บนพื้นผิวของเส้นผม ไม่ได้แทรกซึมเข้าสู่เส้นผม สีผมจะคงทนอยู่ได้ไม่นาน และอาจหลุดออกหลังสระผมเพียง 1-2 ครั้ง
-แบบกึ่งถาวร เป็นยาย้อมสีผมชนิดที่แทรกซึมลึกเข้าไปในเส้นผม และมีความคงทนนานระดับหนึ่ง โดยสีอาจหลุดออกหลังสระผมไปประมาณ 5-10 ครั้ง
-แบบถาวร (ออกซิเดชัน) เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีส่วนประกอบของไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) และสารไม่มีสีอย่าง อโรมาติคเอมีน (Aromatic Amine) ฟีนอล (Phenol) เมื่อนำมาผสมกันจะเกิดปฏิกิริยาเคมีทำให้ยาย้อมสีผมชนิดนี้แทรกซึมเข้าไปในเส้นผม และคงอยู่อย่างถาวรจนกว่าผมใหม่จะงอกขึ้นมา และยิ่งเป็นยาย้อมสีผมที่มีสีเข้ม อาจมีส่วนประกอบเหล่านี้ในปริมาณค่อนข้างมาก
สารเคมีในยาย้อมสีผม

ยาย้อมสีผมอันตรายจริงหรือ ?

 


หลายคนสงสัยว่ายาย้อมสีผมอันตรายจริงหรือไม่ เนื่องจากผู้ใช้บางรายไม่แสดงอาการแพ้แต่อย่างใด ในขณะที่ผู้ใช้บางรายกลับมีอาการระคายเคือง หรือมีอาการแพ้รุนแรงทั่วร่างกาย

แท้จริงแล้ว การแสดงอาการต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับความไวของผิวในการตอบสนองต่อสารในยาย้อมสีผมแต่ละชนิด ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล หากพบว่าตนเองเกิดอาการระคายเคือง หรือมีอาการแพ้แม้เพียงเล็กน้อย เช่น แสบหนังศีรษะ ผิวหนังแดง ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือใช้ยาย้อมผมนั้นซ้ำ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายจะจดจำสารเคมีนั้นไว้ และทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรงขึ้นได้ในการใช้ครั้งต่อไป

ในยาย้อมสีผมมีสารเคมีหลายชนิดที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ เช่น สารพาราฟินีลินไดอะมีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่พบได้ทั่วไปในยาย้อมสีผมชนิดถาวรและกึ่งถาวร สารนี้มักก่อให้เกิดปฏิกิริยาแพ้ และอาการระคายเคือง จึงต้องควบคุมจำกัดปริมาณที่บรรจุในผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด

 

 

ปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดจากการใช้ยาย้อมผม ได้แก่
อาการระคายเคืองเล็กน้อย ผู้ใช้อาจรู้สึกระคายเคืองบริเวณหนังศีรษะ หน้าผาก หู ดวงตา และคอ แต่หากยาย้อมสีผมสัมผัสกับผิวหนังโดยตรง ผิวอาจบวมแดง แห้งแตก หนาขึ้น หรือมีตุ่มพอง จนทำให้รู้สึกแสบร้อนหรือคันยิบ ๆ แม้สารที่รุนแรงจะทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองในทันที แต่ผู้ใช้อาจมีอาการเหล่านี้ภายใน 48 ชั่วโมงหลังย้อมสีผมได้

อาการแพ้ ผู้แพ้สารพาราฟินีลินไดอะมีนจะมีอาการบวมหรือคันบริเวณหนังศีรษะและใบหน้า รู้สึกป่วย และมีผื่นคันหรือลมพิษทั่วร่างกาย ซึ่งอาการอาจปรากฏขึ้นได้หลังย้อมสีผมผ่านไปหลายชั่วโมงหรือหลายวัน
ส่วนอาการแพ้รุนแรง หรือภูมิแพ้ชนิดเฉียบพลัน (Anaphylaxis) อาการจะปรากฏภายในไม่กี่นาทีหลังย้อมสีผม ผู้ที่มีอาการแพ้รุนแรงควรรีบไปพบแพทย์ทันที

อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุได้ว่า ผู้ใช้ยาย้อมสีผมที่ไม่แสดงอาการป่วยจะไม่ได้รับอันตรายอื่น ๆ จากการย้อมสีผม เพราะยังไม่มีงานวิจัยใดศึกษาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว


ช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการปรับเปลี่ยนสารเคมีที่ใช้ในยาย้อมสีผมอยู่ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์นี้ โดยยาย้อมสีผมมีส่วนประกอบที่แตกต่างกันกว่า 1,000 ชนิด และจากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์และเว็บไซต์มีการส่งข้อความเตือนภัยว่าการทำสีผมบ่อยครั้ง ทำให้สารเคมีซึมเข้าต่อมน้ำเหลืองบนหนังศีรษะ หรือแฟชั่นเปลี่ยนสีผม ทำให้เป็นมะเร็งได้จริงหรือไม่ คือข้อกังขาที่เกิดขึ้นและถูกส่งต่อกันเป็นทอดๆ

 

 

โดยผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติเตือนแฟชั่นการโกรกหรือ ย้อมสีผม อาจทำให้เสี่ยงเป็น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเต้านม และ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ พร้อมแนะนำไม่ควรย้อมเกิน 9 ครั้งต่อปี เนื่องจากอาจทำให้สารเคมีเข้าไปสะสมในร่างกาย

นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เปิดเผยว่า น้ำยาย้อมผมแบบถาวร ซึ่งใช้สารเคมีล้วนๆ มาฟอกเม็ดสีผมเดิมออกแล้วใส่สารเคมีที่ทำให้เกิดสีใหม่ลงไป เป็นประเภทได้รับความนิยมใช้มากที่สุด แต่น้ำยาย้อมสีผมประเภทนี้ ทำให้หนังศีรษะดูดซึมเอาสารเคมีไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ จนมีอาการระคายเคืองน้อยถึงมาก ซึ่งหลายคนมักคิดว่าการย้อมผมเสี่ยงเฉพาะผิวหนังศีรษะอักเสบและมะเร็งหนังศีรษะ

 

 

ทั้งนี้ ผลการศึกษาของสหรัฐอเมริกา โดยศึกษาทบทวนรายงานทางการแพทย์จำนวน 79 รายงานทั่วโลกในปี 2548 พบว่าการใช้ยาย้อมผม เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งระบบเลือด เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ชนิดนอนฮอดจ์กิน 1.15 เท่า มะเร็งเต้านม 1.06 เท่า และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ 1.01 เท่า โดยเฉพาะการใช้สารเคมีย้อมผมก่อนปี 2523 เพราะน้ำยาย้อมผมยุคนั้น มีส่วนผสมของสารพิษต่างๆ ที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง แต่สารดังกล่าวไม่ได้ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ย้อมผมปัจจุบัน

ขณะที่องค์กรที่ดูแลด้านมะเร็งระหว่างประเทศ เช่น องค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ และสถาบันมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ชัดเจน และเพียงพอว่ายาย้อมผมทำให้เกิดมะเร็งได้จริง แต่หน่วยงานด้านสุขภาพยังติดตามเฝ้าระวังจากผลการวิจัยใหม่ๆ ต่อไปอย่างใกล้ชิด

 

 

ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้ที่ยังไม่เคยย้อมผมไม่ควรย้อมสีผม โดยเฉพาะคนที่ผมบางหรือผมน้อยอยู่แล้ว เพราะการย้อมผม ทำให้รากผมไม่แข็งแรง ผมหลุดล่วงได้ง่าย ส่วนคนที่เคยย้อมอยู่แล้ว ก็ไม่ควรย้อมเกิน 9 ครั้งต่อปี เพราะอาจทำให้สารเคมีเข้าไปสะสมในร่างกาย.

 

อ้างอิงข้อมูลจาก healthy108toyou , pobpad , siamnews , สถาบันมะเร็งแห่งชาติ


เรื่องที่เกี่ยวข้อง