21 ข้อคิดสร้าง "กำไร" ให้ชีวิต เกลียดเขา “เราทุกข์” เมตตาเขา “เราสุขเอง”

ข่าว
โดย จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
21 ข้อคิดสร้าง "กำไร" ให้ชีวิต เกลียดเขา “เราทุกข์” เมตตาเขา “เราสุขเอง”

การทำงานทำให้คนเรามีความสุขได้จริงหรือ จริง ๆ แล้วหากเรามีงานที่ทำแล้วสามารถเติบโต พัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง ได้รับคำชมเชยเมื่อทำสิ่งที่ถูกต้อง และได้รับคำแนะนำเมื่อทำสิ่งที่ผิดพลาดไป แล้วสามารถบรรลุเป้าหมายการทำงานได้อย่างดี เป็นใครก็คงมีความสุข แต่ว่าคงมีน้อยคนที่จะมีสิ่งเหล่านี้ครบ เรามาดูกันดีกว่าว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ตาม เราก็สามารถมีความสุขกับการทำงานได้ และวันนี้เรามี 21 ข้อคิด สร้างกำไรให้ชีวิตมาฝากไปดูกันเลย...

 

 

1. ในแต่ละปี… จงทำชีวิตให้ “ดีขึ้น” เพราะในแต่ละวัน… ชีวิตเรากำลัง “สั้นลง”
2. การ “อยู่กับปัจจุบัน” ไม่ใช่การ “หยุดทำ” ในเรื่องสำคัญ แต่มันคือการ “หยุดทุกข์” ไปกับเรื่องที่ไม่สำคัญ
3. อารมณ์ “ลบ” ทุกชนิด จะทำร้ายเรา ก่อนที่จะทำร้ายคนอื่นเสมอ… ส่วนอารมณ์ “บวก” ทุกชนิด จะให้พรเรา ก่อนที่จะให้พรคนอื่นเสมอ เช่นกัน…

 


4. วิจารณ์คนอื่นทุกวัน… ใจต่ำลงทุกวัน วิจัยตัวเองทุกวัน… ใจสูงขึ้นทุกวัน
5. ถ้าไม่มีคนมาทำให้คุณโกรธ…คุณจะไม่รู้เลยว่าระดับจิตคุณอยู่ตรงไหน ถ้าไม่มีใครมาทำให้คุณทุกข์ใจ…คุณจะไม่รู้เลยว่าตัวเองยังมีอะไรต้องพัฒนา
6. ไม่ว่า “ภายนอก” เราจะอยู่กับคนมากแค่ไหนแต่ “ภายใน” เรายังอยู่ตัวคนเดียวเสมอ จงหาวิธี “รักตัวเอง” ให้เจอเพราะไม่มีใครในโลกนี้ที่จะอยู่กับเธอสม่ำเสมอเท่ากับ “ตัวเธอเอง”

 

7. การฝึกจิตและพัฒนาตัวเองอาจไม่ได้ทำให้เรา “พ้นทุกข์ตลอดกาล”แต่มันจะทำให้เรา “เป็นทุกข์นานน้อยลง”
8. การ “แก้กรรม” ที่ดีที่สุด คือการแก้ไข “ความคิด” “คำพูด” และ “การกระทำ” ของตัวเอง
9. ความดีเล็กๆ ที่ทำไปนานๆ สุดท้ายอาจสร้าง “ปาฏิหาริย์” ให้ชีวิต

 


10. “ไป” ได้เร็วแค่ไหน ก็ถึงเร็วเท่านั้น…“ปล่อย” ได้เร็วแค่ไหน ก็สุขเร็วเท่านั้น
11. จำไว้ว่า “ความทุกข์” และ “ความเจ็บปวด” ทั้งมวล ไม่ได้ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา… เพื่อมอบ “คำสาป” แต่มันผ่านเข้ามาในชีวิตเรา… เพื่อมอบ “คำสอน”
12. ก้าวแรกของการใช้ชีวิตอย่าง “ผู้ตื่น” คือการหยุดยุ่งวุ่นวายเรื่อง “คนอื่น” แล้วหันกลับมาวิเคราะห์ใจ “ตัวเอง”
13. ความทุกข์ทั้งหมดในชีวิต ไม่ได้เกิดจาก “สิ่งที่คนอื่นคิดเกี่ยวกับคุณ” แต่มันเกิดจาก “สิ่งที่คุณคิด ว่าคนอื่นคิดเกี่ยวกับคุณ”
14. ต้องขอบคุณคนที่ทำ “ไม่ดี” ที่ช่วยเป็นตัวอย่างที่ “ดี” ว่าอะไร “ไม่ควรทำ”
15. ไม่ว่าจะทุกข์หนักหนาสาหัสสักแค่ไหน ทางออกก็ไม่เคยอยู่ไกลไปกว่า “ใจ” ของเราเอง…

 


16. เกลียดเขา “เราทุกข์” เมตตาเขา “เราสุขเอง”
17. คนเราฝึกเดินจนเก่งได้ ฉันใด ก็สามารถฝึกใจจนเป็นสุขได้ ฉันนั้น…
18. “ความต า ย ” เป็นเรื่องธรรมดา แต่การได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า เป็นเรื่อง “อัศจรรย์”
19. โปรดสังเกตดูให้ดี…ว่าสิ่งที่ทำให้เราทุกข์ บ่อยที่สุดในแต่ละวัน ไม่ใช่ “พฤติกรรม” ของคนอื่น แต่คือ “ความคิด” ของเราเอง
20. อย่าถือโทษ โกรธคน ไม่คู่ควร อย่าตีตรวน ตนไว้ กับอดีต ชะตาเรา อย่าให้ใคร มาเขียนขีด อย่าเอาคำ ที่เหมือนมีด มากรีดใจ

 


21. หากคุณคิดว่าตัวเองมีค่า เพราะมี “เงิน” วันไหนเงินหมด คุณค่าคุณก็หมด หากคุณคิดว่าตัวเองมีค่า เพราะ “หน้าตา” ดี วันไหนคุณแก่ลงจนหน้าตาไม่ดี คุณค่าคุณก็หมด แต่ตราบใดที่คุณรู้ว่าตัวเองมีค่า เพราะเป็น “คนดี” ตราบใดที่คุณยังมีความดี คุณก็จะ “มีคุณค่า” ได้ตลอดไป
 


หากใครที่ยังต้องทำงานอยู่เราก็มีเคล็ดลับสร้างความสุข 10 วิธีมาฝาก ไปดูกันเลย..
1. สร้างสัมพันธ์
คงเป็นไปไม่ได้ หากคนเราจะเข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้เลยสักคน แต่หากว่าเราไม่สามารถเข้ากับเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ได้ก็อาจจะถึงเวลาที่จะต้องพิจารณาบางสิ่งบางอย่าง อย่าหลอกตัวเองว่าเราดีอยู่แล้ว เพราะคนทุกคนจะต้องทำงานร่วมกัน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และปรับตัวเข้าหากันทั้งสองฝ่าย การทำงานสมัยนี้บอกได้เลยว่าไม่มีใครทำงานคนเดียวได้ ยังไงก็จะต้องทำงานร่วมกันกับทีม บางครั้งทีมงานก็อยู่ในออฟฟิศเดียวกับเรา บางครั้งก็ต้องทำงานร่วมกับทีมงานต่างประเทศที่หน้าตาก็ยังไม่เคยเห็นกันเลย อาจจะได้ยินแต่เสียง และหากมนุษยสัมพันธ์เราไม่ดีเอาเสียเลย ก็จะทำให้ชีวิตการทำงานของเราลำบากขึ้น ไม่ว่าเราจะเก่งงานแค่ไหนก็ตาม หากเราไม่สามารถเข้ากับคนที่เราทำงานด้วยได้เลยก็จะทำให้ชีวิตการทำงานของเราลำบากอยู่ดี

 

 

2. การทุ่มเทที่จะทำงานให้สำเร็จลุล่วง
หากเรารับปากกับใครแล้วว่าเราจะทำอะไรให้ และจะเสร็จได้เมื่อไหร่ เราก็จะต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เรารับปากไปแล้ว หากจะล่าช้ากว่าที่บอกเอาไว้ก็ควรจะต้องบอกล่วงหน้าอย่างน้อยวันสองวันด้วยเป็นมารยาทในการทำงานที่ดี ดังนั้น ก่อนเราจะรับปากใครว่าจะทำอะไรให้ ให้คิดวางแผนให้รอบคอบเสียก่อนว่าเรามีงานที่หน้าตักกี่อย่าง ต้องเสร็จเมื่อไหร่บ้าง และจะทำงานชิ้นนั้นให้เขาเสร็จได้เมื่อไหร่นั่นเอง

 

3. เป็นตัวเองแต่พอดี
ประเภทสุดมั่น พระเอกมั่น นางเอกมั่น ที่เราเห็นในละคร ในภาพยนตร์ ตามความเป็นจริงแล้วเราก็ต้องดูเวลา สถานที่ และกาลเทศะให้ดีว่าเราควรจะทำอะไรในเวลานั้น ๆ ไม่ใช่ผู้ใหญ่กำลังพูดก็แทรก เพราะว่าเรามีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ท่านพูด จะให้ดีรอให้ท่านพูดเสร็จก่อนแล้วค่อยหาจังหวะเสริมความคิดของเราเข้าไปทีหลัง เป็นต้น บางอย่างเราควรพูดอย่างมั่นใจ ฉะฉาน บางอย่างเราควรนอบน้อมถ่อมตน ก็ต้องดูสถานการณ์กันนะ

 

 

4. โลกส่วนตัวสูง (เป็นบางเวลา)
ส่วนใหญ่แล้วการทำตัวแบบฉันไม่แคร์ กรณีนี้วนกลับไปดูที่ข้อที่ 1 ได้เลยครับ การที่เรามีโลกส่วนตัวสูง ไม่สุงสิงกับใคร ไม่แคร์คนอื่น ไม่ช่วยเหลือคนอื่นเมื่อเขาขอความช่วยเหลือจากเรา ทีนี้ทุกคนจะลืม จะเมินเรา ดังนั้นเวลาเราต้องการความช่วยเหลืออะไรก็ตามจะทำให้ชีวิตลำบากอีกแล้วครับ ใคร ๆ ก็ชอบคนยิ้มง่าย คุยง่าย เป็นมิตร ช่วยเหลือคนอื่นเท่าที่เราทำได้ ถ้าจะเอานิสัยแมวมาใช้เอาไว้ตอนอยู่กับเพื่อนสนิทจะดีกว่า

 

 

5. รู้จักตั้งเป้าหมายชัดเจน
การมีเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเจ้านายของคุณ หากคุณทำงานโดยมีเป้าหมายว่างานชิ้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบของคุณจะต้องเสร็จตามเวลาที่กำหนดไว้ เป้าหมายการวางแผนการทำงานให้ประสบความสำเร็จ แม้ว่าอาจจะมีทำไม่สำเร็จบ้าง แต่ก็ต้องเป็นสิ่งที่เราลงมือทำอย่างเต็มที่แล้วเท่านั้น อาจจะมีปัจจัยอื่นภายนอกที่ทำให้เราทำไม่สำเร็จ เป็นต้น ถ้าทำได้แบบนี้รับรองว่าความก้าวหน้าจะอยู่ไม่ไกล

 

6. ฝึกบุคลิกภาพ
บุคลิกและการแต่งกายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะสามารถช่วยกำหนดความสำเร็จทางการทำงานของคุณได้ อย่าแต่งมากหรือน้อยเกินไป และที่สำคัญ อย่าแต่งอะไรที่ไม่ใช่ตัวคุณ เราเห็นคนอื่นใส่สวย ไม่ได้หมายความว่าเราเอามาใส่แล้วจะสวยเหมือนกัน เพราะคนเรามีสรีระร่างกายที่ไม่เหมือนกัน ให้เลือกเสื้อผ้าที่สำรวม เหมาะสม แต่เมื่อคุณใส่แล้วสบายตัว สบายใจ ไม่รู้สึกอึดอัด และคล่องตัว

 

7. การยับยั้งชั่งใจ
การทำงานร่วมกับผู้อื่นก็จะต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้างไม่มากก็น้อย นี่เป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้วิธีการควบคุมอารมณ์และควบคุมตนเอง เพราะไม่ว่าจะยังไงก็ตาม หากเราโกรธแล้วไปดุด่าพนักงานคนอื่นต่อหน้าทีมงาน ไม่เพียงแต่จะทำให้พนักงานคนนั้นเสียหน้าแล้ว ยังจะทำให้ทีมงานทั้งทีมเสียความรู้สึกอีกด้วย ถือเป็นการเรียนรู้การจัดการปัญหาของการทำงานร่วมกับคนอื่นอีกทางหนึ่งได้อย่างดีทีเดียว

 

 

8. ให้เกียรติหัวหน้า
แม้ว่าคุณอาจจะอายุใกล้เคียงกับหัวหน้า ได้ออกไปทานข้าว สังสรรค์ร่วมกับหัวหน้า อย่าทำตัวสนิทจนเผลอจะกลายเป็นดูไม่ให้ความเคารพ ไม่ให้เกียรติแทน

 

9. เรียนรู้ทักษะที่จะนำมาพัฒนาตนเองได้
การทำงานเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ เพื่อที่จะนำมาพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เราควรจะหาเวลานอกเวลาทำงานเพื่อศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาตนเอง ทำให้เราสามารถทำหน้าที่ของเราได้ดีขึ้น ทำให้เรามีความเข้าใจธุรกิจมากขึ้น สามารถวางตัวให้เป็นประโยชน์ต่อบริษัท ต่อธุรกิจการงาน ต่อหน้าที่ของเราได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งเรามีความเข้าใจในธุรกิจ และหน้าที่การงานก็ยิ่งจะทำให้เราสามารถดันให้ตัวเองก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

 

 

10. ความคิดสร้างสรรค์
การทำงานประจำเหมือนเป็นการฝึกสมองอีกอย่างหนึ่ง ยิ่งเวลาประชุม จะต้องมีไหวพริบติดตัว บางทีเราควรจะให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับงานที่เราทำอยู่ได้ การเป็นคนอะไรก็ได้ไม่ได้เป็นสิ่งที่ดีเสมอไป เราต้องพยายามคิดเผื่อว่าเราจะทำอะไรให้งานที่ทำอยู่ดีขึ้นได้บ้าง

 

อ้างอิงข้อมูลจาก  KhunkhaoWriter , postsara.com , healthy108toyou , krungsri


เรื่องที่เกี่ยวข้อง