ไขข้อสงสัย "อุบัติเหตุ" ที่คนทั้งโลกยังเชื่อว่า นี่คือ "ฆาตกรรม"

Publish 2018-11-08 16:06:48


ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ มีพระนามเต็มว่า ไดอานา ฟรานเซส สกุลเดิม สเปนเซอร์ ประสูติ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2504 — สิ้นพระชนม์ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2540 เป็นพระชายาองค์แรกของเจ้าชายชาลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ มกุฎราชกุมารอังกฤษ

ไดอานาถือกำเนิดในตระกูลขุนนางที่สืบทอดเชื้อสายจากราชวงศ์อังกฤษโบราณ  เธอเป็นบุตรีคนที่ 3 ของ จอห์น สเปนเซอร์ไวเคานต์อัลธอร์พ และฟรานเซส โรช ในวัยเด็กไดอานาพักอาศัยที่คฤหาสน์พาร์กเฮาส์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่ตำหนักซานดริงแฮม ไดอานาเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนที่ประเทศอังกฤษและได้เข้าศึกษาต่อเป็นเวลาสั้นๆ ในโรงเรียนการเรือนที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์  เมื่ออายุได้ 14 ปี ไดอานาได้รับบรรดาศักดิ์เป็น เลดี้ เมื่อบิดาสืบทอดฐานันดรศักดิ์ขึ้นเป็น เอิร์ลแห่งสเปนเซอร์ ไดอานาเริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเมื่อเป็นเข้าพิธีหมั้นหมายกับเจ้าชายชาลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ใน พ.ศ. 2524

 

 

 

พระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเลดี้ไดอานา สเปนเซอร์และเจ้าชายแห่งเวลส์ ถูกจัดขึ้นภายในมหาวิหารเซนต์พอล เมื่อเช้าวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2524  มีการถ่ายทอดสดพระราชพิธีนี้และมีผู้รับชมทางโทรทัศน์มากกว่า 750 ล้านคนทั่วโลก  ไดอานาได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น เจ้าหญิงแห่งเวลส์, ดัชเชสแห่งคอร์นวอล, ดัชเชสแห่งรอธเซย์, และเคาน์เตสแห่งเชสเตอร์ ไม่นานภายหลังพระราชพิธีอภิเษกสมรส เจ้าหญิงมีพระประสูติกาลพระโอรสองค์แรก เจ้าชายวิลเลียม และพระโอรสองค์ที่สองในอีก 2 ปีถัดมา คือ เจ้าชายแฮร์รี  ทั้งสองพระองค์อยู่ในตำแหน่งรัชทายาทลำดับที่สองและสามแห่งราชบัลลังก์อังกฤษ  ในระหว่างทรงดำรงพระอิสริยศเจ้าหญิงแห่งเวลส์ พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินออกปฏิบัติพระกรณียกิจมากมายแทนสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 รวมทั้งเสด็จเยือนต่างประเทศอยู่สม่ำเสมอ  พระกรณียกิจที่สำคัญในบั้นปลายพระชนม์ชีพคือการรณรงค์ต่อต้านการใช้ทุ่นระเบิด  นอกจากนี้ยังทรงเคยดำรงตำแหน่งประธานโรงพยาบาลเด็กเกรทออร์มันด์สตรีท และให้การสนับสนุนโครงการและมูลนิธิอื่นๆ อีกจำนวนกว่าร้อยองค์กรจนกระทั่ง พ.ศ. 2539

 

 

 

ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ทั้งก่อนอภิเษกสมรสและภายหลังหย่าร้าง สื่อมวลชนทั่วโลกต่างเกาะติดชีวิตของไดอานาและนำเสนอข่าวคราวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับพระองค์อยู่ตลอดเวลา  ไดอานาทรงหย่าขาดจากพระสวามีในวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2539  และการสิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างกะทันหันในวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2540 ยิ่งทำให้สื่อทุกแขนงล้วนแต่นำเสนอข่าวการสิ้นพระชนม์และภาพประชาชนที่แสดงความเศร้าโศกเสียใจต่อการจากไปของพระองค์  หนึ่งสัปดาห์ต่อมาพระราชพิธีพระศพถูกจัดขึ้นที่เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์และมีการถ่ายทอดสดพระราชพิธีไปยังเครือข่ายโทรทัศน์ทั่วโลก

 

 

 



เมื่อวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2540 เวลา 07.30 น. มีผู้พบเห็นไดอาน่าเสด็จลงจากเครื่องบินที่มีต้นทางจากประเทศกรีซ ที่สนามบินในกรุงปารีส ในเวลาประมาณ 08.00น.เจ้าหญิงได้เสด็จขึ้นรถ เมอร์ซีเดส เบนซ์ สีดำรุ่น E600 รุ่นปี 1997 ออกจากสนามบินอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทรงนัดพบกับ โดดี อัลฟาเยด์ ที่อพาร์ตเมนต์กลางกรุงปารีส หลังจากนั้น เวลาประมาณ 13.45 น. มีผู้พบเห็นไดอานากับนายโดดี พร้อมองครักษ์ อีกครั้งขณะช็อปปี้งในย่านถนน "ชองเอลีเซ่" ขณะนั้นช่างภาพอิสระรุมถ่ายพระฉายาลักษณ์พระองค์กับนายโดดี โดยเวลา 16.40 น. เจ้าหญิงจึงเสด็จกลับ มีการดักฟังทางโทรศัพท์ว่า เจ้าหญิงจะทรงพบกับนายโดดีอีก ที่โรงแรมริทซ์เพื่อเลี้ยงพระกระยาหารค่ำในเวลา 20.30 น. และเจ้าหญิงได้เสด็จถึงโรงเเรมเมื่อเวลา 19.55 โดยในระหว่างเวลา 20.30-23.30 น. เจ้าหญิงทรงอยู่ในงานเลี้ยงอันหรูหราของนายโดดี แต่มีรายงานการใช้โทรศัพท์ของเจ้าหญิงว่าทรงโทรศัพท์ไปหาโหรหญิง พระสหายสนิทพระองค์ เพื่อทำนายดวงชะตาและขอคำปรึกษาปัญหาชีวิต

 

 

 

ก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อยเจ้าหญิงเสด็จออกจากโรงแรมเพื่อกลับที่ประทับ ช่างภาพอิสระชุดเก่าที่จึงสะกดรอยตามพระองค์อีกครั้ง จนมาถึงถนนลอดอุโมงค์ Point De Alma ใต้แม่น้ำเซน ที่ชื่อว่า แต่รถพระที่นั่งซึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วประมาณ 126 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อหลบหนีการตามล่าของเหล่านักภาพ ก็ได้พุ่งชนกับแผงราวเหล็กกั้นอุโมงค์อย่างจัง เนื่องจากถนนลอดอุโมงค์มีความลาดชันมาก ทำให้รถยนต์พระที่นั่ง หมุนตัวและพุ่งชนแผงเหล็กอีกด้านหนึ่ง ส่งผลให้หม้อน้ำเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง โดยเฮนรี พอลล์ คนขับรถและนายโดดี เสียชีวิตทันที ส่วนเจ้าหญิงและนายเทรเวอร์ เรสยอนส์ องครักษ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหญิงมีบาดแผลฉกรรจ์ที่พระพักตร์ พระโลหิตออกมากและยังมีพระโลหิตไหลในปัปผาสะ

 

 


                
เมื่อเวลา 00.15 น. รถพยาบาลคันแรกของโรงพยาบาลเซ็นต์เดอลาปีแอร์ มารับเจ้าหญิงและองครักษ์ หลังจากนั้นอีกชั่วโมงกว่า แต่เจ้าหญิงนั้นทรงเสียพระโลหิตมาก และยังทรงมีพระโลหิตตกค้างที่พระปัปผาสะอยู่เป็นจำนวนมากด้วย พระอาการทรงตัวต่อมาเรื่อยๆ จนเมื่อเวลา 03.35 น. พระหทัยอ่อนพระกำลังลงเรื่อยๆ ซึ่งในขณะนั้นชีพจรอยู่ที่ 23 ครั้งต่อนาที

หลังจากนั้นอีกประมาณครึ่งชั่วโมง เวลา 04.00 น. ไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์สิ้นพระชนม์ด้วยพระอาการพระโลหิตไหลในพระปับผาสะและสูญเสียพระโลหิตมาก ส่วนนายเทรเวอร์ เรสยอนส์ องครักษ์นั้นเป็นคนเดียวในอุบัติเหตุที่รอดชีวิต สำนักพระราชวังบักกิ้งแฮมได้ออกแถลงการณ์ยืนยันในวันรุ่งขึ้น และแจ้งว่าเจ้าฟ้าชายชาลส์ เจ้าชายวิลเลียม และ เจ้าชายแฮร์รี่ ได้ทรงทราบข่าวแล้ว สมเด็จพระราชินีนาถ พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงานพระศพได้ที่เวสมินตัน โดยพระราชวงศ์ทุกพระองค์ได้เสด็จเข้าร่วมพิธีพระศพ เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี่ซึ่งยังคงทรงโศกเศร้ามากนั้น มีคุณปีเตอร์ฟิลิปส์ (พระโอรสในเจ้าฟ้าหญิงแอนน์) จับมือและคอยให้กำลังใจตลอดเวลา แขกสำคัญนอกจากพระราชวงศ์ทุกพระองค์แล้วยังมีครอบครัวสเปนเซอร์ทุกคน และมีแขกอื่นอีกกว่า 3,500 คน

 

 

 



ข้อสงสัยการเสียชีวิต ???
               
การสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่า จากอุบัติเหตุรถคว่ำที่กรุงปารีส เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2540 ยังคงเป็นปริศนาค้างคาใจคนทั้งโลก และยิ่งกลายเป็นประเด็นร้อนแรงขึ้น เมื่อมีข่าวการอภิเษกสมรสใหม่ของ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารอังกฤษ กับ คามิลลา ปาร์กเกอร์ โบว์ลส์

 

 


                
อะไรคือสาเหตุแท้จริง ที่พรากชีวิตเจ้าหญิงผู้เลอโฉมไปอย่างไม่มีวันกลับมา และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องเหนือการควบคุม หรือแผนการร้ายที่ตระเตรียมไว้ก่อนล่วงหน้า !!
                
แม้เจ้าหญิงไดอาน่าจะลาโลกไปหลายปีแล้ว แต่กระบวนการค้นหาความจริง เพื่อคลี่คลายปริศนาการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ก็ยังคงดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้ง สื่อมวลชนทุกแขนงต่างเกาะติดความเคลื่อนไหวในการสืบสวนหาสาเหตุ  การสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงผู้เลอโฉมอย่างใกล้ชิด  มีการพาดพิงถึงไดอารีส่วนพระองค์ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า ชีวิตของเจ้าหญิงกำลังตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง และพระองค์อาจสิ้นพระชนม์ด้วยการถูกปองร้ายโดยอุบัติเหตุทางรถยนต์ เพื่อเปิดทางสะดวกให้พระสวามีได้อภิเษกสมรสใหม่ !!

 

 

 

ขณะที่หนังสือพิมพ์แดนผู้ดีหลายฉบับ ตั้งข้อสังเกตถึงพิรุธความผิดปกติหลายจุด ที่เกิดขึ้นในค่ำคืนเกิดเหตุโศกนาฏกรรมไว้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเส้นทางรถยนต์ไปยังอุโมงค์ Pont de L’Alma อย่างไม่มีเหตุผล ทั้งๆ ที่จุดหมายเดิมของเจ้าหญิงกับสหายผู้รู้ใจ “โดดี้ อัล ฟาเยด” ทายาทมหาเศรษฐี เจ้าของห้างสรรพสินค้าแฮร์รอดส์แห่งอังกฤษ คือการเดินทางไปยังอพาร์ตเมนต์ของฝ่ายชาย
                
ทำไมวิทยุสื่อสารของตำรวจในกรุงปารีส ไม่สามารถใช้การได้โดยไม่ทราบสาเหตุ ขณะที่รถยนต์พระที่นั่งของเจ้าหญิงเดินทางเข้าสู่อุโมงค์ จนเกิดเหตุร้ายและไม่สามารถติดต่อสื่อสารเพื่อขอรับการช่วยเหลือเพื่อรักษาพระชนม์ชีพของพระองค์ได้อย่างทันท่วงที

เป็นความบังเอิญจริงหรือ? ที่อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอย่างกล้องวิดีโอวงจรปิดภายในอุโมงค์เกิดเหตุใช้การไม่ได้ !! จนทำให้ไม่มีภาพหลักฐานยืนยันความชัดเจนของอุบัติเหตุที่น่าเคลือบแคลงนี้

 

 


                
รวมทั้งมีพยานผู้ร่วมเหตุการณ์บางราย เอ่ยพาดพิงถึง เสียงดังสนั่นคล้ายเสียงปืนในขณะเกิดเหตุ และเพราะเหตุใดรถพยาบาลจึงต้องใช้เวลาถึง 1 ชม.กับ 10 นาที ในการเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ ทั้งๆ ที่อยู่ห่างจากโรงพยาบาลเพียง 3 ไมล์เท่านั้น
                
ทั้งนี้มีข้ออ้างเรื่อง แผนลอบสังหาร ปรากฏในจดหมายของเจ้าหญิงไดอาน่าที่ระบุว่า สมาชิกระดับสูงในราชวงศ์อังกฤษ มีแผนการที่จะสังหารเจ้าหญิงไดอาน่า จดหมายดังกล่าวจึงเป็นหลักฐานชี้นำให้ต้องมีการตั้งกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ตามคำร้องของ นายไมเคิล เบอร์กีส เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ ที่ระบุว่าตำรวจระดับสูงของอังกฤษ ควรจะดำเนินการสอบสวนข้ออ้างดังกล่าวที่ว่า การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ไม่ใช่เป็นอุบัติเหตุ แต่เป็นการวางแผนอย่างแยบยล

ซึ่งรายละเอียดของจดหมายฉบับดังกล่าวของเจ้าหญิงไดอาน่า ถูกนำมาเปิดเผยเมื่อเดือนมกราคม 2547 ระบุว่า มีการวางแผนให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยการตัดสายเบรก ซึ่งจดหมายอันสร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งโลกฉบับนี้ นายพอล เบอร์เรลล์ อดีตมหาดเล็กของเจ้าหญิงไดอาน่า ยืนยันว่าเจ้าหญิงเขียนไว้ 10 เดือนก่อนที่พระองค์จะประสบอุบัติเหตุ

 

 

 

ขณะเดียวกัน ดร.จอห์น เบอร์ตัน อดีตเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพเจ้าหญิงไดอาน่า ยังระบุด้วยว่า พระองค์ไม่ได้ทรงตั้งครรภ์ในขณะสิ้นพระชนม์
                
ทั้งนี้ในส่วนของการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศส มีผลสรุปออกมาหลังใช้เวลาในการสอบสวนนานกว่า 2 ปีว่า อุบัติเหตุที่คร่าชีวิตเจ้าหญิงไดอาน่า และ โดดี้ อัล ฟาเยด เป็นผลมาจากความผิดพลาดของ นายอองรี ปอล คนขับรถ เนื่องจากอยู่ในสภาพเมาสุราและฤทธิ์ยา รวมทั้งขับรถด้วย ความเร็วสูงเกินกำหนด
                
อย่างไรก็ตามล่าสุด สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ว่า หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ซันเดย์ ไทมส์ ของอังกฤษรายงานว่า
                
เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กรณี การเสียชีวิตของเจ้าหญิงไดอาน่า อดีตพระชายาของพระองค์ จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี 2540
                
โดย ลอร์ด จอห์น สตีเวนส์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาลลอนดอน ได้เข้าพบเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ที่ พระตำหนักคลาเรนซ์ เป็นเวลานานหลายชั่วโมง หลังจากมีข้อสันนิษฐานว่าเจ้าหญิงไดอาน่าอาจตกเป็นเหยื่อในแผนลอบสังหาร
                
ขณะเดียวกันโฆษกส่วนพระองค์ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ แถลงยืนยันว่า อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาลลอนดอนได้เข้าพบเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์จริง เพื่อสืบสวนกรณีการเสียชีวิตของเจ้าหญิงไดอาน่า แต่ทางโฆษกไม่ขอแสดงความเห็นใด ๆ เพราะเกรงว่าอาจจะเป็นการชี้นำให้เกิดการเข้าใจผิดได้

 

 

 


เรียบเรียงโดย : ปิยะนัย เกตุทอง