"ห้ามเผาเด็ดขาด ร่างข้าจะกลายเป็นหิน!!" วาจาสิทธิ์ หลวงปู่หมุน อมตะเถระ5ผ่นดิน ร่างเป็นหินในโลงแก้ว

Book Tech
โดย ไญยิกา อธิคุปต์ธนวัฒ วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
"ห้ามเผาเด็ดขาด ร่างข้าจะกลายเป็นหิน!!" วาจาสิทธิ์ หลวงปู่หมุน อมตะเถระ5ผ่นดิน ร่างเป็นหินในโลงแก้ว

เพชรน้ำหนึ่งแห่งวิถีพุทธะ อมตะมหาเถระ ๕ แผ่นดิน

(บทความพิเศษ โดยทิพย์วารี อธิคุปต์ธนะวัฒ)

ในปัจจุบันครูบาอาจารย์ที่มีกฤติยาคมและวัตรปฏิบัติอันเป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใส มีปรากฏอยู่ไม่ขาดสายในสยามประเทศของเรา ดินแดนอันได้ชื่อว่าอยู่ในร่มเงาแห่งพุทธศาสนา ครูบาอาจารย์หลายท่านในไทยเปรียบดังเพชรเม็ดงาม ซึ่งเป็นที่พึ่งอันร่มเย็นทั้งกายใจกับสาธุชนทั้งหลายเนิ่นนานมาหลายต่อหลายชั่วอายุคน

 

หนึ่งในครูบาอาจารย์ผู้ทรงตบะบารมี และมีจริยวัตรอันงดงาม ซึ่งเป็น นั้น ได้แก่ พระปรมาจารย์ อมตะเถระ ๕ แผ่นดิน “หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล” 

พระเครื่องและเครื่องรางของขลังของท่านได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ลูกศิษย์ลูกหาและนักสะสมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และแม้ว่าท่านจะละสังขารไปหลายปีแล้วก็ตาม ปัจจุบันก็ยังมีลูกศิษย์ลูกหาที่หน้าใหม่ๆ ที่หันมาศรัทธา กราบไหว้ มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ไม่ทันได้พานพบกับหลวงปู่เลยในชีวิต แต่ความศรัทธานั้น เป็นสิ่งเชื่อมต่อครูบาอาจารย์อย่างดียิ่ง

เมื่อศรัทธาขอบารมีหลวงปู่แล้ว หลวงปู่ท่านก็มีเมตตาช่วยเหลือจนปรากฏปาฏิหาริย์ อัศจรรย์ต่างๆ มากมาย เพื่อให้ผู้บูชาวัตถุมงคลของท่านได้มั่นใจว่า แม้ท่านจะละสังขารไปแล้ว ก็ไม่อาจเป็นอุปสรรคในการจะคุ้มครอง ปกปักรักษาศิษย์ ท่านยังคงกลับมาช่วยเหลือเสมอ ดังวาจาศิษย์ของท่านเคยกล่าวไว้ว่า “จะไม่ทอดทิ้งศิษย์” นั่นเอง

“หลวงปู่หมุนเป็นพระเกจิชื่อดังของภาคอีสานอีกรูปหนึ่ง วัตถุมงคลของท่าน นักสะสมต่างนิยม เล่นหา เพราะมีพุทธคุณทางด้านเมตตามหานิยมและแคล้วคลาดเป็นเยี่ยม ท่านเป็นพระที่มีอายุมากแล้ว แต่ที่ผ่านมาไม่มีลางบอกเหตุว่าจะด่วนมรณภาพ หากมองดูภายนอกท่านยังมีสุขภาพแข็งแรง เป็นพระที่มากด้วยเมตตาบารมี แม้แต่หลวงปู่หงษ์ เกจิอาจารย์ดังแห่งสุสานทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ยังเคยให้หลวงปู่หมุนลงกระหม่อมให้ และเวลามีญาติโยมถามถึงหลวงปู่หมุน หลวงปู่หงษ์จะยกมือท่วมศีรษะและบอกกับลูกศิษย์ของท่านว่าหลวงปู่หมุนเป็นพระ ที่ศักดิ์สิทธิ์มาก”

 

ถึงทุกวันนี้ ท่านจะละสังขารไปแล้ว แต่สิ่งที่เหลืออยู่เป็นดังเครื่องเตือนใจให้บรรดาสานุศิษย์ได้ระลึกถึงคือคุณความดี อันบริสุทธิ์งดงามของท่าน และ “วัตถุมงคล” ซึ่งถือเป็น “ของวิเศษ” ที่นับวันจะยิ่งราคาไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ และกลายเป็นของล้ำค่า หาได้ยาก แม้ผู้ใดได้ครอบครองก็นับจะมีแต่ความสุขสวัสดี ดังคำที่หลวงปู่เคยกล่าวไว้ว่า

"ไผใช้ของของข่อย ให้รักษาศีลห้า บ่ด่าแม่เค้า แมลงวันบ่ได้กินเลือด" ท่านยังบอกอีกว่าพระและเครื่องรางของท่านไม่ต้องถืออะไรมาก ไม่มีข้อห้ามข้อจำกัดการใช้ ท่านขอไว้หมดแล้วจะลอดราวผ้า ใต้ถุนบ้าน สะพานหัวเดียวหรือลอดผ้าถุงเข้าห้องน้ำห้องส้วมไม่ต้องถอด"


 นอกจากนี้ หลวงปู่หมุนท่านยังเคยกล่าวไว้ว่า “แม้นว่าถ้าฉันตายไปของ ๆ ฉันจะขลังกว่านี้หลายร้อยเท่า น้ำลาย ไอปาก ลมปรานที่ประจุไปด้วยพลังจิตอัน เข้มขลังของฉัน ย่อมเป็นหนึ่งบ่มีสอง ครบเครื่องเป็นองค์พระ ดีทั้งนอก ดีทั้งใน ฝากไว้ให้แผ่นดิน ให้เลื่องชื่อลือนาม ลือเรื่องถึงเมืองแมน”

นอกเหนือจากประสบการณ์ ที่ลูกศิษย์ลูกหาล้วนแต่ประสบพบเจอกัน เป็นการยืนยันถึงความศักดิ์สิทธิ์อิทธิฤทธิ์ของหลวงปู่หมุน ชนิดที่เล่ากัน 3วัน 3คืนไม่ซ้ไเรื่อง เล่าได้ไม่รู้จบแล้ว ...

อีกสิ่งหนึ่งที่สามารถยืนยัน "วาจาสิทธิ์" ของท่านได้อย่างแท้จริงคือ คำของหลวงปู่ได้สั่งไว้ ก่อนที่ท่านจะละสังขาร ว่า 

“ห้ามเผาเด็ดขาด เพราะร่างข้าจะกลายเป็นหิน เก็บไว้ให้ลูกศิษย์ลูกหากราบไหว้่” และความอัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น หลังพิธีทำบุญ ๑๐๐ วัน เมื่อนำสรีระหลวงปู่ออกจากโลง ทุกสายตาที่อยู่ ณ ที่นั้นพบว่า ร่างของท่านไม่เน่าเปื่อย แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือ “ร่างทั้งร่างแข็งกลายเป็นหิน” 

อ.ฉัตรมงคล วัดสุทัศน์ เคยเปิดเผยเรื่องนี้ให้ฟังว่า ... หลังจากหลวงปู่หมุนท่านละดสังขาร กลุ่มลูกศิษย์ก็ยึดถือตามคำสั่งของท่าน คือไม่ได้จัดพิธีเผาสรีระสังขาร เมื่อตอนที่ท่านละสังขารใหม่ๆ นั้น เคยแตะร่างกายท่านดู ยังรู้สึกถึงผิวสัมผัสเป็นเนื้อของคนทั่วไป จนต่อๆ มาเมื่อผ่านไปนานวันเข้า จวบจนบัดนี้ ร่างของท่านก็แข็งเหมือนหินจริงๆ

(เจดีย์ฐิตสีโล สถานที่ประดิษฐานสรีระสังขารหลวงปู่หมุน)

ปัจจุบัน ร่างของหลวงปู่หมุน ก็ยังประดิษฐานไว้ในเจดีย์ “มหาเจดีย์ฐิสีโล” วัดบ้านจาน เพื่อให้ลูกศิษย์ลูกหามากราบไหว้ ตามเจตนารมณ์ของหลวงปู่ มาจวบจนทุกวันนี้

บทความพิเศษ - ทิพย์วารี


เรื่องที่เกี่ยวข้อง