สุดคลองบางกอกน้อย กับ "ศาลนางบัวลอย"! ให้หวยแม่น โด่งดังไปทั่วคุ้งทั่วแคว

Book Tech
โดย ไญยิกา อธิคุปต์ธนวัฒ วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561

บทความพิเศษ โดยทิพย์วารี อธิคุปต์ธนวัฒ

หลายท่านคงเคยได้ยินเพลงอันแสนคุ้นหู ...สุดคลองบางกอกน้อยพายเรือตามหา "บัวลอย" จนเหงื่อพี่ย้อยโทรมกาย

เป็นเพลงลูกทุ่งที่ร้องติดปากกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ ทว่าใครเลยจะล่วงรู้ว่า เพลงนี้ มีที่มาจากเรื่องจริงที่กลายเป็นโศกนาฏกรรม ที่เล่าขานกันปากต่อปาก สำหรับชาวคลองบางกอกน้อย

...

และวันนี้ เราก็มาตามรอย ตรงสถานที่  "สุดคลองบางกอกน้อย" ที่อยู่ในเพลง ซึ่งที่แห่งนั้น ก็อยู่บริเวณใกล้กับท่าน้ำของวัดชลอ เราจึงมาหาข้อมูล ณ จุดนี้ ... สถานที่ที่ซึ่งมี "ศาลแม่บัวลอย"  อยู่ตรงริมท่าน้ำ 

 

  จากเมื่ออดีตกาลนานมาแล้วมีสตรีตั้งท้องคนหนึ่งชื่อ "บัว" ต้องการที่จะช่วยแบ่งเบาภาระผัวโดยการทำขนมขาย แม้ผัวจะห้ามปรามอย่างไรก็ไม่ฟัง 

    วันหนึ่งขณะขายของ เธอก็หน้ามืดเป็นลม ตกน้ำเสียชีวิต จึงมีการนำขึ้นมาทำพิธีตามศาสนาและด้วยความเชื่อของคน ไทยที่ว่า ถ้าตายท้องกลมผีจะเฮี้ยนจึงไม่ได้มีการเผาแต่แค่ฝังเอาไว้ และได้มีนักแต่งเพลงฟังตำนานนี้ก็จึงกลายมาเป็นบทเพลงอันโด่งดังตามลำดับ

 

แต่จากอีกตำนานหนึ่ง ซึ่งได้รับการบอกเล่าจาก พระครูปลัดทนงค์ เจ้าอาวาสวัดชลอรูปปัจจุบัน เล่าว่า 

หญิงขายบัวลอยคนนี้ พอเป็นลมตกน้ำตาย ศพของเธอก็ลอยมาติดที่วัดขี้เหล็ก เมื่อตามหาญาติๆ ไม่เจอ จึงได้นำศพของเธอมาต้มแล้วเผา (วิธีทำศพแบบโบราณของชาวบ้าน) เหลือแต่เถ้ากระดูก

พระจึงได้นำกระดูกมาไว้ศึกษาเป็นมรณานุสติ ปรากฎว่าความเฮี้ยนของแม่บัวลอย เป็นที่เลื่องลือไปทั่ว เที่ยวหลอกแม้กระทั่งพระ เณร และเด็กนักเรียน จึงได้ย้ายมาตั้งไว้ที่วัดพิกุลทอง จากนั้นหลวงพ่อสุเทพ (อดีตเจ้าอาวาสวัดชลอ) จึงได้ย้ายโครงกระดูกมาที่วัดชลอ จนถึงปัจจุบัน


กระนั้น อภินิหารความเฮี้ยนของแม่บัวลอย ก็มีเรื่องให้เล่าขานไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะไปตั้งอยู่แห่งหนตำบลไหนก็ตาม จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วคุ้งน้ำ โดยเฉพาะเรื่องการให้เลขเด็ด

ถึงขนาดไปเข้าฝันชาวต่างชาติชาวสิงคโปร์
ให้โชคลาภ แล้วบอกด้วยว่า ตนเองชื่อบัวลอย อยู่ที่วัดชลอ ให้มาตามหา จนผู้โชคดีชาวสิงคโปร์ต้องตามมาสร้างศาลให้ (ศาลปัจจุบันที่เห็นอยู่นั่นเอง) 
ส่วนรายละเอียดของนางบัวลอยจะเป็นอย่างไรนั้น ไปฟังกันในคลิปได้เลย!!


เรื่องที่เกี่ยวข้อง