จากพระสงฆ์ไปเกิดเป็นเปรต! "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ" เจอ "เปรตพระ" ที่วัดเม็งราย

ศาสนา
โดย เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
จากพระสงฆ์ไปเกิดเป็นเปรต! "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ" เจอ "เปรตพระ" ที่วัดเม็งราย

             เรื่องราวปาฏิหาริย์ และการพบเจอวิญญาณของหลวงพ่อฤาษีลิงดำนั้น ล้วนแฝงไปด้วยพระธรรมคำสอน ทำให้มองเห็นสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดีแฝงไปด้วย อย่างเมื่อในปี พ.ศ.๒๕๑๘ หลวงพอ่ฤาษีลิงดำเล่าว่า อาตมาเดินทางไปภาคเหนือ ได้ไปพักที่วัดเม็งราย จังหวัดเชียงราย

 

 

              คราวก่อนเคยมาพักที่นี่ครั้งหนึ่งแล้ว คราวนั้นอากาศหนาวเมื่อนอนลงไป ก็เห็นพระสงฆ์องค์หนึ่งมีความสวยสดงดงาม กำลังหนุ่มมาโบกพัดให้ อาตมาจึงถามท่านว่า

"อากาศมันหนาว โบกให้ผมทำไม"

ท่านก็บอกว่า

"ไม่เป็นไร ผมโบกให้แล้วมันอุ่น"

              และก็อุ่นจริง ๆ แต่มาคราวนี้ไม่พบพระองค์นั้น เมื่อนอนลงไปก็เห็นแต่ผีมาเป็นพันๆ นอนเฉยๆ ไม่ได้เข้าฌาน เห็นผีมากมายมารับส่วนบุญกัน นอนพักทั้งสองคืนพบแต่ผีทุกคืนทั้งตอนเช้ามืดและหัวค่ำ

 

                เมื่อผีมาหาในฐานะที่เป็นสาวกขององค์สมเด็จพระประทีปแก้ว ก็อุทิศส่วนกุศลให้ แต่ทว่าคืนสุดท้ายมีเรื่องพิเศษคือ คืนนั้นเห็นผีมากันมากแล้วก็ผ่านไป ก็เห็นพระสงฆ์เดินมาใหม่ประมาณสัก ๒๐๐ องค์เศษห่มผ้าสีกรัก แต่ว่าผิวไม่สวยเหมือนกับพระองค์นั้นที่เคยเห็น ไม่มีอาการผ่องใส ท่าทางการเดินสงบเสงี่ยมมาก เห็นแล้วน่าเลื่อมใส น่าไหว้น่าบูชา เดินตรงเข้ามาไม่ทันจะถึงตัวก็หายไปหมด ก็สงสัยจึงถามลูกศิษย์ของท่านท้าวมหาราชซึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ ว่า

"พระพวกนั้นท่านจะมาเยี่ยม แล้วท่านหายไปไหน"

 

 

ลูกศิษย์ท่านท้าวมหาราชตอบว่า

"นั่นไม่ใช่พระอรหันต์นะขอรับ องค์ก่อนที่ท่านพบนั้นเป็นพระอรหันต์ แต่คณะนี้ไม่ใช่"

จึงถามว่า "พระพวกนี้เป็นอะไร"

ตอบว่า "พวกนี้เป็นเปรตขอรับ ตั้งใจจะมาขอส่วนบุญ แต่ว่ากำลังของกฎแห่งกรรมที่เป็นอกุศลยังมีอยู่มาก จึงยังไม่มีโอกาสจะรับโมทนาได้ เมื่อมาแล้วจึงได้หายไป"

อาตมาสงสัยถามว่า "พระพวกนี้น่ะหรือเป็นเปรต และเปรตรูปร่างเหมือนพระมีหรือ"

ตอบว่า "ถ้าหากทำความชั่วในระหว่างเป็นพระและก็ตายระหว่างเป็นพระ ก็จะแสดงภาพเดิมที่เป็นพระให้ปรากฎ"

 

 

               เมื่อท่านตอบอย่างนี้ก็นึกถึงว่าเคยอ่านพระไตรปิฎกหรือแปลบาลี ก็เคยพบเปรตที่มีรูปร่างเป็นพระบ้าง เป็นเณรบ้าง เป็นนางภิกษุณีบ้าง มีไฟไหม้ตลอดตัว มีสรรพาวุธเสียบแทงอยู่ตลอดเวลาก็มีมาก มีแร้งมีกาจิกกินอยู่ตลอดเวลาก็มี จึงถามว่า

"พระพวกนี้ความจริงจริยาก็ดีกว่าฉัน แต่ทำไมพวกท่านจึงไปนรก"

ตอบว่า "ก็เพราะว่าห่มผ้าสีกรักแสดงตนว่าเป็นคนบริสุทธิ์ ทำท่าสงบเสงี่ยมเรียบร้อย เคร่งครัดมัธยัสถ์ เหมือนกับพระเทวทัต แต่ว่าน้ำใจของท่านไม่ใช่พระ ไม่ได้ปฏิบัติให้ใจใสสะอาดตามที่องค์สมเด็จพระประทีปแก้วทรงสั่งสอน ฉะนั้นพระพวกนี้ตายไปแล้วจึงเสวยทุกขเวทนาในนรกนานพอสมควรแก่กฎของกรรม เมื่อพ้นนรกมาแล้วก็มาเป็นเปรตถึง ๑๒ ระดับ เวลานี้เป็นปรทัตตูชีวิเปรตคือเปรตระดับที่ ๑๒ แต่กรรมยังหนักอยู่จึงไม่มีโอกาสจะโมทนาได้ และก็ไม่สามารถจะเข้ามาใกล้ได้"

 

 

 


 

อาตมาฟังลูกศิษย์ท้าวมหาราชท่านอธิบาย ก็รู้สึกสลดใจว่า

"พระก็ชอบลงนรกมากเหมือนกันเป็นเปรตก็มาก"

           ถ้าเราจะบูชาพระก็ควรจะบูชาพระที่เป็นสุปฏิปันโน ถ้าพระองค์ใดติดในลาภ ยศ สรรเสริญ สุข อันเป็นโลกธรรม และเราไปบูชาเข้าก็จะเป็นการให้กำลังใจโจร เพราะคนพวกนี้เป็นโจรปล้นความดีของพระพุทธศาสนา และก็ปล้นความดีของบรรดาท่านพุทธบริษัทด้วย.."

 

 

ที่มาจาก : เพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ) จาก หนังสือ ตายไม่สูญ...แล้วไปไหน โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี 

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง