อาหาร5อย่าง" ที่สายบุญไม่ควรนำมาใส่บาตรให้ "พระ" ไม่เพิ่มบุญแถมได้บาป เสี่ยงกรรมหนักติดตัว!

Publish 2018-10-14 14:37:37


    การตักบาตรสามารถทำได้ทุกวัน ไม่จำเป็นต้องเป็นวันสำคัญทางศาสนาเท่านั้น แต่การที่เราทำบุญตักบาตรทุกวันไปนั้น เราทำถูกวิธีกันอยู่หรือเปล่า ? ใครยังไม่แน่ใจ อยากให้ลองอ่านบทความนี้ เพราะมีอาหารบางอย่างที่ไม่ควรใช้ใส่บาตรบ่อย เพราะอะไร เรามีคำตอบมาเฉลยกัน

 


            
    เคล็ดลับดีๆสำหรับใครที่ชอบทำบุญตักบาตร ประเพณีที่คนไทยทำกันมาตั้งแต่โบราณแล้ว แต่เชื่อเถอะว่าหลายๆคนยังไม่รู้ว่า "มีสิ่งของบางอย่างที่ไม่ควรนำใส่บาตร" แต่เป็นสื่งที่คุณทำผิดๆกันบ่อย



ตามหลักพระธรรมวินัยที่ละเอียดอ่อนจริงๆมีข้อห้ามอยู่มากมาย มีอะไรบ้างลองมาดูกัน...


1. ข้าวสาร อาหารแห้ง เนื้อสด ไม่ควรใส่บาตร

 

 

เนื่องด้วยพระวินัย พระสงฆ์ไม่สามารถทำอาหารเองได้ และของที่ญาติโยมนำมาใส่บาตร พระท่านไม่สามารถเก็บไว้ข้ามวัน ถ้าจะถวายจึงควรเป็นของที่ฉันได้ทันที มาม่า ข้าวสาร ไข่ดิบ หรือของที่ต้องนำไปปรุงก่อนจึงไม่ควร และพระฉันของดิบไม่ได้ด้วย

สำหรับข้าวสารอาหารแห้ง ถึงแม้ว่าพระท่านจะนำเข้าเก็บในโรงอาหารหรือนำไปแจกจ่ายทีหลัง แต่เราควรถวายให้กับวัดถึงจะถูกต้อง ไม่ใช่นำไปใส่บาตรหรือถวายเป็นของสงฆ์โดยตรง

 

2. เงิน ใส่บาตรไม่ได้ เด็ดขาด!!

 

 

ตรงนี้มีหลายท่านไม่ทราบ นำเงินใส่ซองและนำไปใส่บาตร ซึ่งตรงนี้ทำให้พระผิดธรรมวินัย และไม่ใช่แค่ใส่บาตร ถวายในโอกาสอื่นก็ไม่ควร พระรับเงินนั้นอาบัติทุกกรณี สำหรับชาวพุทธที่อยากถวายปัจจัยให้นำไปถวายกับวัดโดยตรง หรือหยอดตู้ดีกว่า

 

3. เนื้อต้องห้าม 10 ชนิด

 

 

 โดยส่วนใหญ่เนื้อสัตว์เหล่านี้บ้านเราไม่ค่อยนิยมบริโภคกันอยู่แล้ว ดังนั้น อย่านึกอุตรินำเนื้อสัตว์เหล่านี้ไปใส่บาตรหรือถวายพระเด็ดขาด เนื้อต่างๆได้แก่ 1. เนื้อมนุษย์ 2. เนื้อช้าง 3. เนื้อม้า 4. เนื้อสุนัข 5. เนื้องู 6. เนื้อราชสีห์ 7. เนื้อเสือโคร่ง 8. เสือเหลือง 9. เสือดาว 10.เนื้อหมี



 


4. ผลธัญพืชที่มีเมล็ด

 

 

ข้อนี้หลายคนน่าจะไม่ทราบ สำหรับผลธัญพืชที่มีเมล็ด เราไม่ควรถวายผลธัญพืชที่มีเมล็ด เพราะถือว่าเมล็ดนั้นยังสามารถที่จะให้กำเนิดชีวิตได้อยู่ ถ้าจะถวายต้องเอาเมล็ดออกก่อน หรือหั่นเป็นชิ้นพร้อมทาน

ข้อนี้มาจากพุทธบัญญัติที่ห้ามไม่ให้พระภิกษุทำครัว เพราะการทำครัว จะต้องมีการฆ่า การพรากของสีเขียวหรือพืชคาม ภูตคาม “ภูตคาม” หมายถึง ต้นไม้ ใบหญ้า พีชที่มีรากติดอยู่ที่พื้นดิน ภิกษุตัดหรือทำให้หลุดจากลำต้นหรือทำให้พ้นจากพื้นดิน เป็นอาบัติปาจิตตีย์ “พีชคาม” หมายถึง พีชที่เขาตัดมาจากต้น แต่ยังงอกได้ หรือเมล็ดพีชที่งอกได้ภิกษุทำลายต้องอาบัติทุกกฎ


5. ของหวาน ของมัน ทำลายสุขภาพ

 

 

จริงๆ ข้อนี้ไม่ได้ผิดธรรมวินัยอย่างใด แต่เนื่องจากพระสงฆ์ไม่ได้ทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานเยอะ จึงไม่ควรที่ถวายแกงกะทิมันๆ เนื้อสัตว์ติดมัน น้ำหวาน ของทอด อันเป็นที่มาของโรคภัยต่างๆ ทั้งเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือด ฯลฯ

และอย่าลืมว่าจุดประสงค์ในการบิณฑบาตรของพระสงฆ์ คือต้องการอาหารให้ร่างกายมีชีวิตให้อยู่ได้เพื่อปฏิบัติธรรม ไม่ใช่เพื่อนำมาบริโภคตามใจ ปรารถนา จึงไม่ควรใส่มากจนเหลือเฟือ และอาหารที่ใส่ควรเป็นอาหารที่มีประโชน์ต่อร่างกาย (กินเพื่ออยู่)


เรียบเรียงโดย : ชาคริตส์ คงหาญ