ลำดับพระอาการประชวร "ในหลวงรัชกาลที่ ๙" ก่อนแสงไฟชั้น ๑๖ ศิริราช จะดับลง!

ประวัติศาสตร์
โดย เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2561
ลำดับพระอาการประชวร "ในหลวงรัชกาลที่ ๙" ก่อนแสงไฟชั้น ๑๖ ศิริราช จะดับลง!

 

            หากย้อนไปเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ เวลาหนึ่งทุ่มตรง คนไทยทั่วทั้งแผ่นดิน ต่างเฝ้ารอแถลงการณ์จากสำนักพระราชวัง หลายคนเพิ่งเลิกงาน หลายคนกำลังทานข้าวกับครอบครัว หลายคนกำลังนั่งรถ เดินทางกลับบ้าน เชื่อว่าในช่วงเวลานั้นคนไทยทั่วทั้งแผ่นดิน กำลังใจจดใจจ่อกับพระอาการของในหลวงรัชกาลที่ ๙ เพื่อที่อยากจะทราบข่าวของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ในช่วงเวลานั้น เราคนไทยทุกคนกำลังทำอะไรกันอยู่

 

 

 

 

             เวลา หนึ่งทุ่มตรง ของวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ พสกนิกรทั่วทั้งแผ่นดิน ต่างร่ำไห้กับข่าว "ในหลวง สวรรคต" เรียกได้ว่าเป็นมหาวิปโยคของคนไทยทั่วทั้งแผ่นดิน เมื่อ สำนักพระราชวังอ่านแถลงการณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สวรรคต

 

 

          สำนักพระราชวังมีประกาศเรื่องพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ความว่า

          พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันศุกร์ ที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการประชวรหาคลายไม่ ได้ทรุดหนักลงตามลำดับ ถึงวันพฤหัสบดี ที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ เวลา ๑๕ นาฬิกา ๕๒ นาที เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลศิริราช ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ ๘๙ ทรงครองราชสมบัติได้ ๗๐ ปี

 

— สำนักพระราชวัง ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙

 

 

 


 

พระอาการประชวรในหลวงรัชกาลที่ ๙

          วันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ สำนักพระราชวังแจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ ชั้น ๑๖ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ตามคำกราบบังคมทูลเชิญเพื่อมาตรวจพระวรกายของคณะแพทย์ ผลการตรวจพบว่าพระโลหิต อุณหภูมิพระวรกาย ความดันพระโลหิตพระหทัย และระบบการหายพระทัยเป็นปกติ

 

           ตั้งแต่วันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นต้นมา สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ประชวร ว่ามีพระปรอทต่ำ หายพระทัยเร็ว มีพระเสมหะ พระปับผาสะซ้ายอักเสบ มีพระโลหิตเป็นกรด และพบว่ามีน้ำคั่งในช่องเยื่อหุ้มพระปัปผาสะเล็กน้อย

 

            ในวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ มีความดันพระโลหิตลดต่ำลง คณะแพทย์จึงรักษาด้วยพระโอสถปฏิชีวนะ และใช้สายสวนเข้าหลอดพระโลหิตดำเพื่อฟอกพระโลหิตระยะยาว แต่มีพระความดันพระโลหิตต่ำจึงใช้เครื่องช่วยหายพระทัย และมีการฟอกไต พระอาการไม่คงที่ ก่อนที่พระอาการจะเริ่มทรุดลงเรื่อย ๆ ทรงมีการติดเชื้อและการทำงานของพระยกนะ (ตับ) ผิดปกติ และมีแถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ ๓๘ ความว่า

 

            วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รายงานว่า เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ความดันพระโลหิตลดต่ำลงอีก พระชีพจรเร็วขึ้น ร่วมกับภาวะพระโลหิตมีความเป็นกรดเพิ่มขึ้นอีก ผลของการถวายตรวจพระโลหิตบ่งชี้ว่า มีภาวะการติดเชื้อและการทำงานของพระยกนะ (ตับ) ผิดปรกติ คณะแพทย์ฯ ได้ถวายพระโอสถปฏิชีวนะและแก้ไขภาวะพระโลหิตมีความเป็นกรด ตลอดจนถวายพระโอสถควบคุมความดันพระโลหิตเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งถวายเครื่องช่วยหายพระทัย (Ventilator) และถวายการรักษาด้วยวิธีทดแทนไต (CRRT) พระอาการประชวรโดยรวมยังไม่คงที่ ต้องควบคุมด้วยพระโอสถ คณะแพทย์ฯ ได้เฝ้าติดตามพระอาการและถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด

 

 

           วันที่ ๑๒ ตุลาคม พระราชโอรส-ธิดาทั้งสี่พระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และพระเจ้าหลานเธออีกสองพระองค์เข้าเยี่ยมพระอาการประชวร โดยนับตั้งแต่สำนักพระราชวังได้แถลงการณ์พระอาการประชวร ฉบับที่ ๓๗ ประชาชนจำนวนมากได้เดินทางมายังโรงพยาบาลศิริราชเพื่อถวายพระพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวร กิจกรรมสำคัญคือการสวดบทโพชฌังคปริตร ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นบทสวดมนต์ปัดเป่าโรคร้าย พร้อมทั้งมีการเชิญชวนประชาชนสวมเสื้อสีชมพูซึ่งเป็นสีเสริมดวงพระราชสมภพและมีการร่วมกันถวายพระพรทั่วทั้งสื่อสังคม วันที่ ๑๓ ตุลาคม พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์เสด็จฯ มายังโรงพยาบาลศิริราช

 

 

          จนถึงเวลา หนึ่งทุ่มตรง วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ สำนักพระราชวังแถลงการณ์ เรื่องพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต

 

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง