เปิดประวัติ "หลวงพ่อสุด วัดกาหลง" พระอาจารย์ของ "ตี๋ใหญ่" อดีตอาชญากรหมายเลขหนึ่งของประเทศ!

ศาสนา
โดย อุทัย เลิกสันเทียะ วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561
เปิดประวัติ "หลวงพ่อสุด วัดกาหลง" พระอาจารย์ของ "ตี๋ใหญ่" อดีตอาชญากรหมายเลขหนึ่งของประเทศ!

พระครูสมุทรธรรมสุนทร หรือหลวงพ่อสุด สิริธโร เป็นอาจารย์ของ ตี๋ใหญ่ จอมโจรในอดีต และเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดกาหลง จ. สมุทรสาคร ท่านเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เป็นที่นับถือของชาวสมุทรสาคร ถึงแม้ท่านมิใช่คนสมุทรสาคร แต่ท่านก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของชาวทะเลเลือดสมุทร เพราะคนในแถบ จ.สมุทรสาคร ท่านก็ได้เมตตาช่วยเหลือมาตลอด และเป็นที่รักของลูกศิษย์ลูกหา แล้วท่านยังเป็นเจ้าของยันต์ตะกร้อที่ทำให้อยู่ยงกระพันด้วย 

หลวงพ่อสุด ท่านเป็นชาว อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด เกิดจากตระกูลชาวนา บิดาชื่อ นายมาก มารดาชื่อ นางอ่อนศรี เกิดวันที่ ๗ พฤษภาภาคม ๒๔๔๕ ตรงกับ วันพุธ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๖ ปีขาล ณ บ้านค้อใหญ่ ตำบลคำไฮ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ในแผ่นดินของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ มีพี่น้อง ๓ คน คือ ๑.นางบุตรดี มูลลิสาร ๒.นางสาวหวด สัตตัง ๓.พระครูสมุทรธรรมสุนทร

 

 

              ต่อมาเมื่ออายุ ๑๖ ปี หลวงพ่อได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๑ ที่วัดกลางพนมไพร อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด พระครูเม้า เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาได้เป็นอาจารย์องค์สำคัญที่หลวงพ่อให้ความเคารพนับถืออย่างมาก ก่อนหน้าที่จะบวชเณร หลวงพ่อได้รับวิทยฐานะสำเร็จชั้นประถมปีที่ ๓ จากโรงเรียนวัดคำหยาด ต.คำไฮ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด บวชเณรได้ระยะหนึ่ง หลวงพ่อก็เดินทางรอนแรมจากร้อยเอ็ดมุ่งเข้าสู่กรุงเทพ เพื่อแสวงหาความรู้ทางธรรมจากสำนักเรียนในกรุงเทพ เข้าใจว่า หลวงพ่อคงจะมาบวชเป็นพระที่วัดกาหลง นี่เอง ทั้งนี้เพราะใน พ.ศ. ๒๔๘๑ อายุได้ ๓๖ สอบได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนวัดกาหลง

 

 

 

ตอนที่ท่านไปศึกษาหาความรู้ทางพระพุทธศาสนาและวิชาอาคมในที่ต่างๆ จากพระอาจารย์หลายท่าน อาทิ หลวงปู่เม้า วัดกลางพนมไพร (วัดกลางอุดมเวทย์ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ในปัจจุบัน) (พระที่บวชให้ท่านในสมัยตอนเป็นเณร) หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ(สำหรับหลวงพ่อรุ่ง ในปี ๒๔๘๔ หลวงพ่อสุดเป็นเจ้าคณะตำบล หลวงพ่อรุ่งได้จัดเหรียญรุ่นแรกของท่านหลวงพ่อสุดได้อยุ่ในการร่วมสร้าง เหรียญนี้ด้วยเช่นกัน) หลวงพ่อคง วัดบางกระพ้อม (เป็นพระที่หลวงพ่อสุดนับถือมาก) เป็นต้น ในสมัยที่หลวงพ่อสุดนั้นยังมีสังขารอยู่ ท่านได้ร่วมกิจนิมนต์ หลายพิธีไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ครั้ง หรือมากกว่า เช่นพิธี ปลุกเสกพระพุทธ ๒๕ ศตวรรษ และในทางหนึ่งท่านคือผู้เมตตา ให้ของขลังแก่ตี๋ใหญ่ จอมโจรชื่อดังในอดีต

 

 

เรื่องราวของหลวงพ่อสุดเกี่ยวกับพลังอำนาจจิตที่อยู่ในรูปการสักยันต์ตะกร้อและเสือเผ่นนั้นโด่งดังมากแม้แต่ "ตี๋ใหญ่" ขุนโจรชื่อดังที่เขาลือกันว่าหนังเหนียวและแคล้วคลาดอยู่ตลอดยังนับถือ ไปมาหาสู่หลวงพ่ออยู่บ่อยๆ "ตี๋ใหญ่" มีของดีคือมีผ้ายันต์กับตะกรุดของหลวงพ่อสุดไว้ป้องกันตัว ขนาดถูกตำรวจเป็นร้อยล้อมจับก็ยังหนีเอาตัวรอดไปได้ จนใครๆ ลือกันว่าตี๋ใหญ่มีวิชาล่องหนหายตัวได้

            มีเรื่องเล่าถึงวันที่ "ตี๋ใหญ่" สิ้นชื่อ คือวันนั้นก่อนที่จะหนีไปหลบซ่อนตัว "ตี๋ใหญ่" ให้ลูกน้องขับรถพามาหาหลวงพ่อสุดที่วัดกาหลง แต่มาแล้วไม่พบหลวงพ่อจึงกลับออกมา ระหว่างที่รถวิ่งออกมาก็โดนถล่มจากเจ้าหน้าที่ทั้งสองข้างทาง นับไม่ถ้วนว่ากี่นัด จะเห็นว่าคนเราเมื่อดวงขาดมันก็ต้องมีอันเป็นไป และเหตุที่ตี๋ใหญ่มาหาลวงพ่อสุดนั้นเป็นเพราะว่าพวงพระและตะกรุดของตี๋ใหญ่ หายไปก็เลยจะมาขอใหม่จากหลวงพ่อ จึงมาพบจุดจบในวันนั้น หลายคนกล่าวว่าถ้าผ้ายันต์กับตะกรุดยังอยู่ ตี๋ใหญ่อาจจะยังไม่ตาย แต่ถึงอย่างไรตี๋ใหญ่ก็ก่อกรรมทำเข็ญไว้มากพลังอำนาจจิตหรืออิทธิฤทธิ์ใดๆ ก็มาอยู่ "เหนือกรรม" ไม่ได้สุดท้ายตี๋ใหญ่ก็ต้องจบชีวิตลงท่ามกลางการสาปแช่งของผู้คน และใครจะรู้ว่านั้นเป็นสิ่งที่หลวงพ่อสุดกำหนดให้เป็นไปด้วยหรือไม่

 ยันต์ตะกร้อ เป็นยันต์ที่หลวงพ่อสุดได้ปลุกเสกขึ้นมา โดยตอนปลุกเสกนั้นหลวงพ่อท่านได้ลงคาถาอาคมโดยใช้ภาษาขอม เขมร และลาว โดยที่บทสวดที่ท่านสวดมีใจความว่า

 

 

 


"จะกระสุนก็ดี จะไฟก็ดี ก็ไม่สามารถจะทำอะไรเนื้อหนัง และกระดูกได้"

นอกจากนี้ยันต์ตะกร้อยังเป็นที่กล่าวขานและเป็นที่นิยมกันใน ชาว จ.สมุทรสาคร อีกด้วย

หลวงพ่อสุด ท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย รักสันโดษมีความเป็นอยู่เรียบง่าย ยึดพรหมวิหารและสังคหวัตถุธรรมเป็นหลักปฏิบัติ ได้บำเพ็ญศาสนกิจอันเป็นหิตานุหิตประโยชน์เพื่อความเจริญรุ่งเรือง เพื่อความวัฒนาสถาพรแก่พระพุทธศาสนาและปวงชนอย่างแท้จริง พ.ศ.๒๕๒๑ ได้อาพาธด้วยโรค โพรงจมูกอักเสบ ได้เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว ได้กลับมาปฏิบัติศาสนกิจตามปกติ วันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๔ หลวงพ่อสุด ท่านได้อาพาธด้วยโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ได้เข้าพักรักษาตัวและทำการผ่าตัดกระเพาะที่โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล ถนนพหลโยธิน กทม.

 

 

          หลังจากออกจากโรงพยาบาลเปาโลแล้ว ได้กลับมาปฏิบัติศาสนกิจ ณ วัดกาหลง ตามปกติ และเนื่องด้วยหลวงพ่อชราภาพมาก สุขภาพไม่แข็งแรง ร่างกายอ่อนเพลีย เดินไม่สะดวก เจ็บออดๆแอดๆ เรื่อยมา ครั้น ถึง วันอาทิตย์ ที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๖ ตรงกับ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๙ ปีกุน เวลา ๑๓.๑๕ น. หลวงพ่อสุด สิริธโร ก็ได้ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการสงบ สิริรวมอายุได้ ๘๑ ปี ๓ เดือน ๘ วัน ยังมาซึ่งความเศร้าโศกและอาลัยรักของบรรดาศิษยานุศิษย์และผู้ใกล้ชิดทั้งใกล้และไกลเป็นอย่างยิ่ง

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://th.wikipedia.org/wiki/พระครูสมุทรธรรมสุนทร_(สุด_สิริธโร)

                          dharma-gateway.com

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง