บทที่4 สมาธิของพระราชา! นิมิตเป็นจริงหรือ เรื่อง "การทำสมาธิ" ที่ในหลวง ร.9 ทรงพระราชปุจฉาต่อสมเด็จญาณฯ

Book Tech
โดย วีระวัฒน์ ชลสวัสดิ์ วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บทที่4 สมาธิของพระราชา! นิมิตเป็นจริงหรือ เรื่อง "การทำสมาธิ" ที่ในหลวง ร.9 ทรงพระราชปุจฉาต่อสมเด็จญาณฯ

จากที่ทราบกันดีว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเลื่อมใสและศรัทธา ในหลักปฏิบัติของพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง และทรงสนพระทัยในด้านของการปฏิบัติธรรมเจริญภาวนา ดังพระราชปุจฉา วิสัชนาธรรม ที่สมเด็จพระญาณสังวร ผู้ทรงเคยเป็นพระพี่เลี้ยงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ทรงบันทึกไว้
  
จากบันทึกส่วนพระองค์ ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (สุวัฑฒนมหาเถระ) บันทึกเมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๕, หนังสือ “ธรรมหฤทัยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”, บรรณาธิการโดย รศ. สุเชาว์ พลอยชุม

 

การทำสมาธิ

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว :

ทำสมาธิอย่างไร ?

 

สมเด็จพระสังฆราช :

คือทำใจให้ตั้งมั่น แน่วแน่อยู่ในอารมณ์เดียว  จะทำอะไรทุกๆ อย่าง ต้องมีใจเป็นสมาธิ  ในทางปฏิบัติจึงต้องใช้สมาธิทั้งนั้น  แต่มักมีคนเข้าใจว่า ทำสมาธิต้องนั่งหลับตา

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว :

นั่งทำพิธี ทรงรู้สึกว่า เวลาปฏิบัติราชกิจต้องทรงสำรวมพระราชหฤทัย  เช่น  คราวพระราชทานกระบี่นักเรียนนายร้อย  เพียงหยิบให้ ถ้าไม่สำรวมใจมีผิด  สำรวมใจอยู่ก็ทำไม่ผิด

 


นิมิตในสมาธิ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว :

ทำสมาธิ มองเห็นภาพต่างๆ เป็นจริงหรือ ?

 

สมเด็จพระสังฆราช :

โดยมากไม่จริง ... ภาพที่เห็นมักเป็นนิมิต คือ ภาพที่เกิดจากสัญญา หรือที่เรียกว่า “ภาพอุปาทาน” คือ ได้เคยคิดเคยเห็นมาแล้วเก็บไว้ในใจ ครั้นทำสมาธิ ใจแน่วแน่ สิ่งที่เก็บไว้ในใจนั้นก็ปรากฏขึ้นมา  เหมือนอย่างที่เห็นนรก เห็นสวรรค์ เห็นเทวดา  ถามว่า เทวดารูปร่างอย่างไร  ตามคำตอบก็คล้ายกับเทวดาที่ผนังโบสถ์  แต่ที่เป็นจริงก็มี  เป็นพวกทิพยจักษุมีน้อย

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว :

เหมือนอย่างดูของหาย มองเห็น มีพระดูได้

สมเด็จพระสังฆราช :

ถ้ามองเห็น ถูกต้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น ก็ต้องรับว่าเป็นจริง เพราะมีข้อพิสูจน์
 

สมเด็จพระสังฆราช :

(ทูลรับพระราชดำรัส)

 

บทสนทนาระหว่างในหลวงกับพระสงฆ์อริยเจ้าเหล่านั้น ทั้งพระราชปุจฉาที่ทรงถามและพระราชดำรัสที่ทรงตอบ หรือแม้แต่พระบรมราโชวาทที่ในหลวงพระราชทานให้แก่คณะบุคคลในโอกาสต่างๆ กันนั้น แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาอัจฉริยะที่แสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงมีความเข้าพระทัยในพุทธธรรมอันลึกซึ้งอย่างแท้จริง

 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง