สุดเรียบง่าย! เปิดพระกระยาหารโปรด ของ "ในหลวงร.9"

Publish 2018-10-10 14:54:23


           หากกล่าวถึงต้นแบบของความพอเพียง อันดับแรกๆที่พวกเราจะนึกถึงนั่นก็คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ของปวงชนชาวไทย พระองค์ทรงเป็นถึงพระมหากษัตริย์ เป็นมหาราชที่ยิ่งใหญ่ แต่พระองค์ทรงพระจริยวัตรที่เรียบง่าย พอเพียง พระองค์ทรงเป็นต้นแบบแห่งการพอเพียงให้พสกนิกรของพระองค์ แม้แต่เครื่องเสวยของพระองค์ก็ทรงโปรดอาหารที่เรียบง่าย

 

 



 

          จากเพจ ชมรมคนรักพระมหากษัตริย์ของชาติไทย ก็ได้โพสต์ข้อความและเรื่องราวของความเรียบง่ายและความพอเพียงในเครื่องเสวยของในหลวงรัชกาลที่ ๙ โดยมีข้อความว่า

 

 

           ความเรียบง่ายและพอเพียงใน เครื่องเสวย ของในหลวง ร.9 ข้าวต้มกับ น้ำพริกทรงโปรด ผัดหนำเลียบ พริกกะเกลือ อาหารไทย เครื่องต้นก้นครัว เครื่องเสวย ของในหลวง ร.๙ เครื่องเสวยในหลวง ย้อนกลับไปช่วงปี พ.ศ. ๒๕๓๐-๒๕๓๑ มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งที่สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย จัดพิมพ์ขึ้นชื่อ "เครื่องต้น ก้นครัว" ออกจำหน่ายเพื่อหาทุนจากหนังสือครัวจิตรลดา จัดทำโดยสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย ไม่ระบุปีที่พิมพ์ เนื้อหาภายในเล่ม เครื่องต้น ที่ได้รับความกรุณาจาก ต้นเครื่อง ของพระตำหนักจิตรลดารโหฐานที่มาให้รายละเอียด ทั้งในยามปกติและในเวลาที่ต้องเสด็จพระราชดำเนินไปในท้องถิ่นทุรกันดาร ซึ่งเป็นเมนูทั้งของเจ้านาย และแม้แต่ ก้นครัว ของบุคคลสำคัญต่างๆ

 

 

           ท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล หัวหน้าต้นเครื่องไทย พระราชวังสวนจิตรลดา หรือต้นเครื่อง สำนักพระราชวัง (อนิจกรรมปี ๒๕๔๕) ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ตอนแรกถึงของเสวยสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเอาไว้ว่า ท่านเสวยง่าย เสวยได้ทุกอย่างที่ตั้งเครื่องถวาย เพียงแต่ไม่ทรงโปรดรสจัด ทุกประเภท ไม่โปรดรสจัด ไม่ว่าเครื่องต้นเกี่ยวกับอะไร

"...พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ท่านเสวยง่ายค่ะ เสวยได้ทุกอย่างที่ตั้งเครื่่องถวาย เพียงแต่ไม่ทรงโปรดรสจัดทุกประเภทเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องต้นเกี่ยวกับอะไร ไม่ลำบากเลย ไม่หนักใจเลยค่ะ...ตั้งเครื่องต้นถวายพระองค์ท่านไม่ลำบากเลย ไม่หนักใจ พร้อมยกตัวอย่าง มื้อเช้าจะเป็นข้าวต้มสองแบบสลับกันไป คือ ระหว่างข้าวต้มเครื่องกับข้าวต้มกับ... กับข้าวเครื่องต้มนี่ก็ธรรมดามาก เช่น หัวไช้โป๊วผัดไข่ ไข่เค็ม ปลาสลิด หนำเลี้ยบผัด หรือไข่เจียว เห็นไหมทรงโปรดเสวยง่ายๆ เหมือนคนธรรมดาจริงๆ สำหรับข้าวต้มเครื่องปลา กุ้ง ปลาหมึก จัดรวม ๓ อย่างผูกรวมเป็นคำเดียวพันด้วยต้นคึ่นช่ายลวกลอยลงในข้าวต้มแบบวิทยาลัยในวังหญิง ในพระบรมหาราชวัง รองชามด้วยชามรองเงินมีเชิงอีกชั้น มีฝาปิด เพื่อให้ข้าวต้มอุ่นตลอดเวลา สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นทรงโปรดเสวยเพียงจานเดียวไม่ตักเติมอีก เพราะฉะนั้นเมื่อตักทีแรกจะต้องกะให้พอดีกับภาชนะ หมดแล้วไม่ทรงเติม พระองค์ท่านเสวยอย่างนี้ตลอดเวลา ไม่เคยเห็นตักซ้ำอีก"

 

 

            ผ่านจากอาหารมื้อเช้าไปแล้ว ก็มาถึง เครื่องต้นสำหรับข้าวสวย ซึ่งจะกล่าวรวมทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ เวลากลางวันนั้นจะเสวยเวลาไม่ตรงกัน เพราะแต่ละพระองค์ทรงปฏิบัติภารกิจต่างเวลากัน ที่จะเสวยพร้อมกันทุกพระองค์ก็จะเป็นมื้อค่ำ เครื่องต้นมี ๔ อย่าง ก็ธรรมดาๆ อีก เช่น มีแกงจืด ซุป บางทีก็ต้มยำ มีเผ็ดอย่างหนึ่งเช่น ยำ หรือฉู่ฉี่ หรือผัดพริกขิง พะแนง สำหรับ "จานโปรด" คือ ไข่จะละเม็ด เป็นจานโปรดของทุกพระองค์ด้วยเหมือนกัน "เสวยกับข้าวร้อนๆ โปรดกันทุกพระองค์จริงๆ เรียกได้ว่าเป็นจานโปรดที่ตั้งค่อนข้างบ่อยกว่าอย่างอื่นๆ"

 

 

          ทีนี้มาถึงเครื่องจิ้มบ้าง ก็เป็นน้ำพริกมะขามบ้าง น้ำพริกมะเขือพวงบ้าง น้ำพริกหนำเลี๊ยบ หรือบางทีก็น้ำพริกลงเรือ น้ำพริกกะปิกับปลาทูทอดนั้น เฉพาะอย่างยิ่งปลาทูพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดมาก เสวยได้บ่อยๆ ก่อนจะตั้งก็ต้องแกะก้างออกให้หมด และเมื่อต้องเสด็จพระราชดำเนินต่างจังหวัด หรือแปรพระราชฐานไปตามเมืองอื่นนั้น เครื่องต้นก็จะเปลี่ยนเป็นของเสวยของภาคต่างๆ เรียกว่า ไม่ว่าจะเสด็จพระราชดำเนินภาคไหน ก็จะเสวยอาหารประจำภาคนั้น เสวยกันได้ทุกพระองค์  ลองหันมาดูของหวานกันบ้าง ไม่ว่าจะตั้งเครื่องอะไรก็เสวยหมดและก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงโปรดผลไม้มาก เป็นผลไม้ตามฤดูกาล

 

"พระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงโปรดอาหารที่เป็นมันมาก โปรดให้มีผักมากกว่าโปรตีน เช่น เครื่องต้นที่มีคะน้า หมูเค็ม ก็จะเสวยผักคะน้าจนหมด แล้วทรงรับสั่งว่า คราวหลังผัดคะน้าใส่หมูนะ แต่จานนี้ผัดหมูใส่คะน้า ทรงโปรดผัดผัก หรือถั่วงอกโดยไม่ต้องใส่อย่างอื่นเลย นอกจากน้ำมันที่ใช้ผัดเท่านั้น เช่น ผัดผักบุ้งไฟแดง ก็ต้องเป็นแบบตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อนจนควันขึ้น แล้วจึงใส่ผักบุ้งพร้อมกระเทียมลงไป ไม่โปรดผสมเต้าเจี้ยวหรืออย่างอื่นเลย"

 



 

หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ เคยเล่าไว้ในหนังสือ “ชีวิตในวัง” ว่า

"ในสำรับเครื่องเสวยเจ้านายในสมัยก่อน จะต้องมีปลาทูทอดพร้อมน้ำพริกต่างๆตามฤดูกาลขึ้นตั้งเครื่องทุกครั้งไป จะเสวยหรือไม่ไม่รู้ แต่ต้องมีทุกครั้งที่ตั้งเครื่องไทย โดยคนตั้งสำรับจะถอดก้างออกให้หมด เรียงด้านสันหลังปลาตั้งขึ้น อัดลงในหีบเงินแท้ที่รองด้วยใบตอง พอหมดฤดูปลาทูแล้ว ก็หมดกัน วิธีเก็บปลาทูไว้กินตลอดปีของคนโบราณ คือ ทอดให้เหลืองกรอบ อัดใส่ไหซอง เทน้ำมันหมูร้อนๆลงท่วมตัวปลาถึงปากไห ปิดฝา ยาซีเมนต์กันอากาศเข้า พระวิมาดาเธอฯ โปรดฯให้ห้องเครื่องทำไปประทานพระราชชายาเจ้าดารารัศมีที่เมืองเชียงใหม่ ไว้เสวยได้ตลอดปี เมื่อจะเสวยนำมาทอดใหม่ให้เหลืองกรอบ หอม อีกครั้ง"

คุณหญิงประสานสุข ตันติเวชกุล ได่เล่าไว้ถึงน้ำพริกที่เป็นเครื่องเสวยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหนังสือ “เครื่องต้น ก้นครัว” ครัวจิตรลดา ไว้ว่า

"ก็เป็นน้ำพริกมะขามบ้าง น้ำพริกมะขือพวงบ้าง น้ำพริกหนำเลี๊ยบ หรือบางทีก็น้ำพริกลงเรือ น้ำพริกกะปิปลาทูทอดนั้น เฉพาะอย่างยิ่งปลาทูพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดมาก เสวยได้บ่อยๆ ก่อนจะตั้งก็ต้องแกะก้างออกให้หมด ส่วนเครื่องจิ้มก็เป็นผักสดชุบไข่ทอด ผักดอง ขิงดอง เราต้องดองเองค่ะ หรือถ้าอย่างเป็นน้ำพริกมะม่วงก็คู่กับปลาสลิด น้ำพริกมะขามสดก็ต้องเป็นกุ้งต้มที่เราต้มเองนะคะ ไม่ใช่ซื้อที่เขาต้มไว้แล้วที่ตลาด เรื่องของความสะอาดนั้นเราระวังสุดชีวิตค่ะ"

 

พริกกะเกลือ คุณหญิงประสานสุข ตันติเวชกุล เคยให้สัมภาษณ์เรื่องพริกกะเกลือที่ทรงโปรดเสวยไว้ในหนังสือ “เครื่องต้น ก้นครัว” ว่า

"…หรือแม้แต่กับข้าวพื้นๆ อย่างที่ชาวบ้านนิยมกันเป็นอาหารจานโปรดด้วยเหมือนกัน หรืออีกอย่างที่ชาวบ้านอาจไม่ค่อยนิยมทำกัน แต่เป็นเครื่องต้นบ่อย และเป็นของง่ายๆ นั่นคือ พริกกะเกลือ… เป็นชื่อเฉพาะทั้งๆที่ไม่มีพริกเลยสักเม็ดเดียว วิธีปรุง เอามะพร้าวมาคั่วให้เหลืองหอม ถั่วลิสงคั่วด้วย แล้วเอาใส่ครกตำกับเกลือจนละเอียด เนื้อมะพร้าวนั้นจะแตกมัน ต้องระวังรสให้พอดี อย่าให้เค็มมากนัก ถ้าตั้งพริกกะเกลือล่ะก็ ข้าวสวยต้องร้อนๆ โปรดมากเชียวค่ะ… นอกจากทุกพระองค์จะเสวยง่ายๆ ธรรมดาๆ ตั้งอะไรก็เสวยอย่างนั้น ไม่เคยมีเสียงบ่น หรือติอะไรแล้ว ยังทรงประหยัดอีกด้วย…"

           หนำเลี๊ยบผัด "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ท่านเสวยง่ายค่ะ เสวยได้ทุกอย่างที่ตั้งเครื่องถวาย เพียงแต่ไม่ทรงโปรดรสจัดทุกประเภทเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องต้นเกี่ยวกับอะไร ไม่ลำบากเลย ไม่หนักใจเลยค่ะ ตัวอย่างนะคะ อย่างมื้อเช้าจะเป็นข้าวต้มสองแบบสลับกันไป ระหว่างข้าวต้มเครื่องกับข้าวต้มกับ…"

เรื่องของ "หนำเลี๊ยบผัด" เป็นของชอบของนักรับประทานข้าวต้มกับทั้งนั้น คุณหญิงประสานสุขจึงให้คำอธิบาย ถึงวิธีปรุงหนำเลี๊ยบผัดที่เป็นพระเครื่องต้น ดังนี้

"หนำเลี๊ยบผัด ดิฉันลอกเปลือกแข็งออกก่อน แล้วจึงเลาะเอาแต่เนื้อมาสับ ทุบกระเทียมให้มากหน่อยแล้วเอาลงผัด เจือน้ำตาลทรายเพื่อตัดรสเค็มของเนื้อหนำเลี๊ยบ โรยด้วยกากหมูที่เราหั่นเล็กๆ เตรียมเอาไว้แล้ว ดิฉันเรียนได้ว่าทรงโปรดมาก และโปรดทุกพระองค์เลยค่ะ…"

 

 

         ข้าวต้มเครื่อง “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ท่านเสวยง่ายค่ะ เสวยได้ทุกอย่างที่ตั้งเครื่่องถวาย เพียงแต่ไม่ทรงโปรดรสจัดทุกประเภทเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องต้นเกี่ยวกับอะไร ไม่ลำบากเลย ไม่หนักใจเลยค่ะ ตัวอย่างนะคะ อย่างมื้อเช้าจะเป็นข้าวต้มสองแบบสลับกันไป ระหว่างข้าวต้มเครื่องกับข้าวต้มกับ…ยิ่งข้าวต้มเครื่องด้วยแล้ว ก็ธรรมดาเหมือนกันอีกแหละค่ะ ข้าวต้มกุ้ง หมู ไก่ และก็ ปลา สลับกันไป แต่ดิฉันจะปรุงแต่งให้ดูแปลกตาไป บ้าง ก็อย่างชิ้นของกุ้ง หมู ไก่ หรือปลา โดยเราจะประดิดประดอยเป็นรูปทรงต่างๆ … แล้วก็ทุกพระองค์จะทรงเสวยหมดค่ะ…

สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นทรงโปรดเสวยเพียงชามเดียว ไม่ตักเติมอีก เพราะฉะนั้นเมื่อตักทีแรก จะต้องกะให้พอดีกับภาชนะ หมดแล้วไม่ทรงเติม…พระองค์ท่านเสวยอย่างนี้ตลอดเวลา ไม่เคยเห็นตักซ้ำอีกค่ะ”

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ ชมรมคนรักพระมหากษัตริย์ของชาติไทย 

ขอขอบคุณบทความ จากคุณดวง Duang-rithi Claewplodtook , Duang-rithi Foodstylist

 


เรียบเรียงโดย : เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ